"คุณจะเก็บมันไว้ในฐานะขยะ หรือในฐานะความทรงจำคะ?"
เสียงของกวินทร์ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยายไปทั่วร้านหนังสือในยามวิกาล รินรดายังคงกุมกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่นจนยับยู่ มือของเธอสั่นเทาเสียจนตัวอักษรบนนั้นดูเลือนรางในสายตา หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาจนภาพตรงหน้าพร่ามัว เธอไม่ได้ตอบคำถามเขาทันที หากแต่เลือกที่จะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่วางอยู่ใกล้ที่สุด หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองที่ถูกรัวด้วยความหวาดหวั่นและตื่นเต้นในคราวเดียว
"ริน... ถ้ามันเจ็บปวดมากนัก ก็ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจกับมันตอนนี้ก็ได้ครับ—ขอโทษค่ะ ฉันหมายถึง ไม่ต้องฝืนตัวเองตอนนี้หรอกนะคะ" กวินทร์รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีที่เห็นแววตาไหวระริกของหญิงสาว เขาทรุดกายลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเธอ รักษาระยะห่างที่พอเหมาะแต่อบอุ่นราวกับไอแดดในหน้าหนาว
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของร้านหนังสือที่เปรียบเสมือนป้อมปราการเพียงแห่งเดียวของเธอในยามนี้ จดหมายฉบับนั้นไม่ได้เพียงแค่เปิดเผยเรื่องราวในอดีตที่เธอพยายามลืม แต่มันกลับเปิดช่องโหว่ในใจที่เธอไม่เคยกล้าก้าวข้ามผ่าน
"กวินทร์คะ... คนเราจะเริ่มต้นใหม่ได้จริงๆ หรือคะ ในเมื่อรากของอดีตมันหยั่งลึกจนเราไม่อาจถอนมันขึ้นมาได้โดยไม่ทำลายตัวเองไปเสียก่อน?"
กวินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาทอดมองผ่านหน้าต่างร้านที่ประดับด้วยไฟสีส้มสลัว "เราไม่จำเป็นต้องถอนรากหรอกค่ะริน เพราะรากเหล่านั้นแหละที่ทำให้ต้นไม้แข็งแรงพอจะยืนต้นอยู่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือการเลือกที่จะรดน้ำให้สิ่งไหนเติบโตต่างหาก ถ้าอดีตทำให้เราเจ็บ เราก็แค่โอบกอดมันไว้ในฐานะบทเรียน แล้วก้าวต่อไปด้วยความระมัดระวังกว่าเดิม... โดยมีฉันอยู่ข้างๆ แบบนี้ไงคะ"
คำว่า 'มีฉันอยู่ข้างๆ' ฟังดูเรียบง่าย ทว่ากลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของรินรดา มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความมั่นคงที่เธอโหยหามาทั้งชีวิต ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดว่ามันเป็นเพียง 'ความขอบคุณ' บัดนี้มันเริ่มก่อตัวเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำจำกัดความปกติ
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังก้ำกึ่งระหว่างความเปราะบางและความเห็นใจ เมธาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูร้อนรน สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังท่าทีใกล้ชิดของทั้งสองคนก่อนจะหยุดลงที่จดหมายในมือของรินรดา
"ริน! ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปเชื่ออะไรที่ได้รับมาโดยไม่ตรวจสอบ" เมธาเดินดุ่มเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสอง เขาคว้าข้อมือของรินรดาเบาๆ แต่สัมผัสของเขากลับเต็มไปด้วยการแสดงความเป็นเจ้าของที่รินรดาเริ่มรู้สึกอึดอัด "คุณก็ด้วย กวินทร์... อย่าพยายามเอาความคิดของตัวเองไปครอบงำเธอ รินไม่ควรต้องมารับรู้อะไรที่มันบั่นทอนกำลังใจแบบนี้"
"เมธาคะ ปล่อยรินก่อนค่ะ" รินรดาเบี่ยงตัวออกเบาๆ น้ำเสียงของเธอแม้จะสั่นแต่ก็มีความหนักแน่นที่ทำเอาเมธาต้องชะงัก "สิ่งที่อยู่ในจดหมายนี้ มันคือสิ่งที่รินต้องเผชิญ ไม่ใช่สิ่งที่เมธาต้องตัดสินแทนริน"
กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เขาจะเป็นชายหนุ่มที่ดูนุ่มนวล แต่ในวินาทีนี้แววตาของเขากลับฉายความเด็ดขาดที่ยากจะต้านทาน "เมธา เราเป็นเพื่อนกัน แต่เพื่อนไม่จำเป็นต้องขีดเส้นทางชีวิตให้กันนะคะ สิ่งที่รินต้องการตอนนี้ไม่ใช่การปกป้องแบบที่ปิดกั้นทุกอย่าง แต่มันคือการได้รับโอกาสให้เลือกเอง... ด้วยหัวใจของเธอเอง"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นความตึงเครียดที่แทบจะตัดขาดด้วยมีด รินรดามองสลับระหว่างชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งคือเพื่อนสนิทที่พยายามปกป้องเธอด้วยความรักที่ผิดทาง จนเธอแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ อีกคนหนึ่งคือคนแปลกหน้าที่ค่อยๆ เข้ามาซ่อมแซมรอยร้าวในใจด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง
เธอตัดสินใจลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะคลี่กระดาษในมือออกอีกครั้งและอ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายนั้นซ้ำๆ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังข้อความนั้นเริ่มกระจ่างชัด มันไม่ใช่จดหมายจากอดีตที่นำความโศกเศร้ามาให้... แต่มันคือคำสารภาพที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของเธอและกวินทร์ไปตลอดกาล
ขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับเชิญ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่รินรดาจำได้แม่นยำดังก้องขึ้น ความเย็นเยียบแล่นเข้าสู่กระดูกสันหลังเมื่อร่างของหญิงวัยกลางคนที่เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิตก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูใจดีเกินจริง
"แม่คะ..." รินรดาพึมพำ ชื่อนั้นหลุดออกมาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่แทบไม่มีใครได้ยิน หากแต่กวินทร์กลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของหญิงสาวข้างกายได้ทันที เขารีบขยับเข้าไปใกล้ ขวางหน้าเธอไว้เหมือนกำแพงที่พร้อมรับแรงกระแทกทั้งหมด
แม่ของรินรดากวาดสายตามองไปรอบร้านหนังสือ ก่อนจะหยุดลงที่กวินทร์แล้วยิ้มที่มุมปาก "ไม่คิดเลยนะคะว่าลูกสาวที่ขี้ขลาดของแม่ จะมาแอบซ่อนตัวอยู่ในร้านหนังสือเก่าๆ ของคนแปลกหน้าแบบนี้... รินรดาจ้ะ กลับบ้านกับแม่เถอะ ก่อนที่ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสิบปี จะถูกเปิดโปงจนไม่เหลือแม้แต่ที่ยืนในสังคม"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสัมผัสไออุ่นไปพร้อมกับรินรดานะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นไปพร้อมๆ กับน้ำผึ้งหยดแรกค่ะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 16
มิตรภาพที่มากกว่าเดิม
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!