หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นกระทบลงบนหน้ากระดาษวาดเขียน ไม่ได้สร้างเสียงดังอะไรเลย แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้ราวกับเสียงฟ้าผ่า
รินรดากำดินสอในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ราวกับว่าหากเธอเผลอคลายมือออก โลกทั้งใบที่เธอพยายามประคับประคองไว้ด้วยความยากลำบากจะพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา ภาพสเก็ตช์รูปบ้านหลังเล็กที่ไร้ซึ่งประตูและหน้าต่างถูกรอยดินสอขีดทับจนดำมืด มันคือภาพสะท้อนของตัวตนในยามนี้—โดดเดี่ยว เปราะบาง และไม่หลงเหลือทางออกให้เดินต่อ
“ริน...”
เสียงเรียกแผ่วเบานั้นลอยมาจากปลายเตียง พร้อมกับสัมผัสอุ่นละมุนที่แตะลงบนไหล่บอบบาง กวินทร์ไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใด ๆ ทันที เขารู้ดีว่าในยามที่หัวใจของหญิงสาวแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ถ้อยคำสวยหรูหรือความหวังดีที่มากเกินไป มักจะกลายเป็นความกดดันที่ผลักให้เธอยิ่งถอยร่นเข้า
ชายหนุ่มค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างกายเธอ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนที่กำลังก้มหน้าซ่อนหยดน้ำตา มือหนาค่อย ๆ เอื้อมไปปลดนิ้วเรียวที่กำลังจิกกำดินสอแน่นออกอย่างเบามือที่สุด ราวกับเธอกำลังถือแก้วแก้วบางที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ ความนุ่มนวลในสัมผัสนั้นทำให้รินรดาสะấuตัวเล็กน้อยก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น
“รินทำมันพังอีกแล้วค่ะพี่กวิน... ทุกอย่างมันพังหมดเลย” เสียงสะอื้นไห้ขาดห้วง รินรดาซบใบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่บางสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน ความกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง ความรู้สึกไร้ค่าที่เกาะกินหัวใจมาตั้งแต่เด็ก และความผิดพลาดจากโปรเจกต์งานล่าสุดที่เพิ่งถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทั้งหมดถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนเธอแทบหายใจไม่-ออก
กวินทร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขยิบกายเข้าไปใกล้จนไออุ่นจากร่างกายของเขาสามารถซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้าไปถึงความหนาวเหน็บในใจเธอได้ ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดอย่างทะนุถนอม มือข้างหนึ่งประคองศีรษะของเธอให้ซบลงกับลาดไหล่กว้าง ส่วนมืออีกข้างลูบเส้นผมยาวสลวยอย่างช้า ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
“ไม่เป็นไรค่ะคนเก่ง รินไม่ได้ทำอะไรพังเลยนะ”
เสียงทุ้มนุ่มกังวานก้องอยู่ข้างใบหู ถ้อยคำเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความจริงใจนั้นให้ความรู้สึกราวกับอ้อมกอดทางความรู้สึกที่โอบรับทุกรอยร้าวของเธอไว้
“แต่... แต่ทุกคนบอกว่ารินไม่มีความสามารถพอ รินมันขี้ขลาด...” เธอบ่นพึมพำทั้งน้ำตา ลมหายใจสะอื้นติดขัด
“คนที่บอกว่ารินขี้ขลาด เขาไม่ได้มองเห็นความพยายามที่รินทุ่มเทลงไปในทุก ๆ เส้นที่วาดหรอกค่ะ” กวินทร์ผายมือออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอมองหน้าเขา แววตาสีเข้มคู่นั้นอบอุ่นและมั่นคงเสียจนรินรดารู้สึกราวกับตนเองกำลังมอง1แสงเทียนในคืนที่มืดมิด “รินอาจจะกลัว รินอาจจะกังวล และนั่นมันไม่ใช่ความผิดเลย การที่หัวใจดวงหนึ่งกลัวการสูญเสีย แปลว่าหัวใจดวงนั้นมีความรักและความใส่ใจให้อย่างลึกซึ้งต่างหากล่ะคะ”
ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจที่เคยด้านชาและหวาดระแวงของรินรดากระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตบวมช้ำเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมาย
“ทำไม... ทำไมพี่กวินถึงใจดีกับรินขนาดนี้คะ? ทั้งที่ริน... รินไม่มีอะไรเลยนอกจากความอ่อนแอ”
กวินทร์ยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสมเพชเวทนา แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เขาย้ายมือมาประคองแก้มนุ่มทั้งสองข้างไว้ด้วยความทะนุถนอม
“เพราะพี่อยากเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้รินยังไงล่ะคะ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จำที่ร้านหนังสือของเราได้ไหมคะ? หนังสือทุกเล่มที่มีรอยยับ มีหน้ากระดาษที่ฉีกขาด หรือผ่านการอ่านมาอย่างชอกช้ำ ก็ยังคงเป็นหนังสือที่มีคุณค่าในตัวเองเสมอ... รินก็เหมือนหนังสือเล่มโปรดที่พี่อยากนั่งอ่านและดูแลทุกตัวอักษร ไม่ว่าตอนนั้นมันจะจบลงแบบไหนก็ตาม”
คำพูดนั้นสะท้อนลึกเข้าไปในซอกหลืบของหัวใจ รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสความอบอุ่นไหลซ่านแผ่ขยายไปทั่วร่าง ความหวาดกลัวที่เกาะกุมหน้าอกเริ่มคลายตัวลง ปลายจมูกที่แดงก่ำจากการร้องไห้เริ่มกลับมาหายใจได้ราบรื่นขึ้นภายใต้กลิ่นกายสะอาดสะอ้านและอบอุ่นของชายหนุ่ม
“พี่กวิน... จะไม่เบื่อรินใช่ไหมคะ ถ้าวันหนึ่งรินกลับมาร้องไห้งอแงแบบนี้อีก” เธอถามเสียงสั่นด้วยความไม่มั่นใจในคุณค่าของตนเอง
“พี่จะอยู่ตรงนี้ค่ะ นั่งฟังเรื่องราวในหัวใจของริน ไม่ว่ามันจะสวยงามหรือเต็มไปด้วยหยดน้ำตาก็ตาม” กวินทร์กระซิบชิดขมับบาง ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขารดรินอยู่ใกล้เสียจนรินรดารับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ภายใต้อกด้านซ้ายของเขา มันไม่ใช่จังหวะที่เร่งรีบ แต่มันมั่นคงและพร้อมจะโอบอุ้มเธอไปตลอดกาล
ในความเงียบสงบที่ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่เสียงร้องไห้ รินรดายอมทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดพิงซบลงบนอกกว้างของกวินทร์ หลับตาลงปล่อยให้ความอบอุ่นนี้ซึมซับความเหนื่อยล้าออกไปทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ให้มีเพียงคนสองคนในโลกใบเล็ก ๆ นี้
ทว่า... ความเงียบสงบอันแสนเปราะบางนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูจากด้านนอกที่ไม่ได้ถูกล็อค!
“ริน! อยู่ข้างในหรือเปล่า? ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่” เสียงทุ้มคุ้นเคยของเมธาตะโกนแทรกเข้ามาพร้อมกับร่างสูงที่ผลักประตูเปิดผางเข้ามาในห้อง โดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว!
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 19
บทเพลงแห่งการเยียวยา
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!