ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 18

ความกลัวที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"อย่าไป... ได้โปรด อย่าทิ้งรินไว้ตรงนี้" เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมาจากลำคอแห้งผาก ร่างบางบนเตียงนอนสั่นสะท้านภายใต้ผ้าห่มผืนหนา เหงื่อกาฬซึมตามไรผมในขณะที่เปลือกตาปิดสนิท ภาพในความฝันนั้นชัดเจนและบีบคั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากำลังบีบหัวใจของเธอจนแหลกละเอียด ในโลกที่ไร้แสงสว่างนั้น รินรดากำลังยืนอยู่บนสะพานไม้เก่าๆ ที่ผุพัง เบื้องหน้าของเธอคือเมธาที่หันหลังให้ด้วยท่าทางเย็นชา คำพูดของเขาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวาน "จบกันเสียทีนะรินรดา" มันไม่ใช่แค่คำประชดประชัน แต่มันคือคำพิพากษาที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอพังครืนลงมา ทันใดนั้น เงาร่างของกวินทร์ก็ก้าวเข้ามา แต่ทว่า... เมื่อเธอเอื้อมมือไปคว้า ความอบอุ่นที่เคยสัมผัสกลับกลายเป็นความว่างเปล่า กวินทร์ค่อยๆ จางหายไปราวกับควันไฟ ทิ้งให้เธอติดอยู่ในห้วงเวลาที่ความรักเป็นเพียงเรื่องโกหก "ไม่! ไม่ใช่แบบนั้น..." รินรดาสะดุ้งเฮือกขึ้นมานั่งตัวตรง หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอก ความเงียบสงัดภายในห้องนอนถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ เธอหันมองไปรอบห้อง ความมืดสลัวทำให้ทุกอย่างดูบิดเบี้ยวไปหมด เธอโอบกอดตัวเองไว้แน่น ปลายนิ้วเย็นเฉียบจิกเข้าที่หัวไหล่เพื่อยืนยันว่าเธอยังมีตัวตนอยู่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความกลัวกัดกินจิตใจ แต่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะคำพูดของเมธาคือกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอด... ว่าเธอไม่คู่ควรกับใครเลย ภาพวาดบนขาตั้งข้างเตียงที่เธอวาดรูปกวินทร์ไว้ยังคงถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวขุ่น มันดูเหมือนอนุสาวรีย์ของความสัมพันธ์ที่ยังไม่ได้เริ่มต้น แต่กลับถูกทำลายด้วยน้ำมือของ 'ความระแวง' ของเธอเอง รินรดาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจกักเก็บ ความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางนิ่งเฉยถูกทำลายลงจนหมดสิ้น เธอนึกถึงแววตาของกวินทร์ แววตาที่มองเธอด้วยความเข้าใจเสมอ เขาไม่เคยเร่งรัด เขาไม่เคยตัดสิน แต่เมธากลับพร่ำบอกซ้ำๆ ว่าความหวังดีของเขาคือสิ่งที่ฉุดรั้งเธอไว้จากความเจ็บปวด เธอเริ่มสับสนว่าใครกันแน่ที่รักเธอด้วยหัวใจ และใครกันที่รักเพียงเพราะต้องการครอบครอง *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเคาะประตูดังขึ้นแผ่วเบา รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบปาดน้ำตาออกจากแก้มก่อนจะขานรับด้วยเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด "ใครคะ?" "ริน... ผมกวินทร์เอง ผมเห็นไฟในห้องคุณยังเปิดอยู่ ผมซื้อขนมปังอบที่คุณชอบมาฝาก พอดีร้านปิดช้าไปหน่อย เลยคิดว่าคุณอาจจะยังไม่ได้ทานมื้อเย็น" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่คุ้นเคยนั้นทำให้น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลกลับมาเอ่อล้นอีกครั้ง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนจุกที่คอ เธออยากจะเปิดประตูรับเขา อยากจะโผเข้ากอดเขาเพื่อยืนยันว่าเขาจะไม่ทิ้งเธอไปไหน แต่ความกลัวในใจกลับสั่งให้เธอนั่งนิ่ง "ริน... ถ้าคุณไม่สะดวกไม่เป็นไรนะ ผมวางไว้หน้าห้องก็ได้ ผมไม่อยากกวนเวลาส่วนตัวของคุณ" "เดี๋ยวค่ะ..." เธอขานรับด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยขาที่อ่อนแรง เธอเดินโซเซไปที่หน้าประตู มือเรียวเอื้อมไปแตะกลอนประตู แต่แล้วเธอก็หยุดชะงัก หากเธอเปิดประตูไปแล้วพบว่าเขามองมาด้วยสายตาผิดหวังเหมือนในฝันล่ะ? หากความอ่อนแอที่เธอกำลังเผชิญอยู่ทำให้เขาเหนื่อยหน่ายจนอยากถอยห่างล่ะ? "ริน? คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เสียงคุณดูไม่ค่อยดีเลย" กวินทร์ถามย้ำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่หลงเหลืออยู่ เธอตัดสินใจปลดล็อกประตูแล้วแง้มออกเพียงเล็กน้อย แสงไฟจากทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ดวงตาของเขาทอประกายอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกละอายใจ "ฉัน... ฉันแค่ฝันร้ายค่ะ" เธอตอบเบาๆ สายตามองต่ำไปที่รองเท้าตัวเอง ไม่กล้าสบตาเขา กวินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ประตูอีกก้าว "ฝันเรื่องอะไรครับ... เรื่องที่ทำให้คุณกลัวจนต้องร้องไห้แบบนี้หรือเปล่า?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริก "เมธาเขา... เขาบอกว่าความสุขที่ฉันพยายามไขว่คว้ามันจบลงแล้ว เขาบอกว่าฉันกำลังวิ่งหนีความจริง... กวินทร์คะ ฉันแค่อยากรู้ว่า ถ้าวันหนึ่งฉันไม่เหลือใครจริงๆ คุณจะยังอยู่ตรงนี้ไหม?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ทำลายความเงียบลง กวินทร์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ แววตาของเขาไม่ได้มีความลังเลแม้แต่น้อย ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นเร่า หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้รินรดาถึงกับตัวชา... 'เมธา' เขาส่งข้อความตามหลังมาทันทีที่เธอไม่ได้รับสาย: *‘ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องรูปวาดในห้องใต้ดินถูกเปิดเผยออกมา ก็อย่าได้คิดจะเอาตัวไปผูกติดกับกวินทร์อีก ริน... เธอรู้ดีว่าไม่มีใครรับตัวตนจริงๆ ของเธอได้หรอก นอกจากฉัน’* รินรดามือสั่นจนโทรศัพท์เกือบหลุดจากมือ กวินทร์สังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอื้อมมือมาหมายจะประคอง แต่เธอกลับถอยกรูดหนีเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างแรง "ริน! เกิดอะไรขึ้น!" เสียงเคาะประตูดังรัวขึ้นกว่าเดิม รินรดาทรุดลงกับพื้นพิงหลังติดประตู น้ำตานองหน้า เธอทำลายโอกาสที่จะสารภาพความจริงไปแล้ว และตอนนี้... ความลับที่เธอกลัวที่สุดกำลังจะถูกเมธาขุดขึ้นมาทำลายชีวิตของเธอในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า "ไปเถอะกวินทร์..." เธอพึมพำกับความว่างเปล่า "อย่าให้ฉันลากคุณลงไปในนรกที่ฉันสร้างขึ้นเลย" แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าที่ก้าวถอยห่างจากหน้าห้องของกวินทร์กลับหยุดลง พร้อมกับเสียงทุ้มที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามาอีกครั้ง "ริน... ผมอาจจะไม่รู้ว่าเมธาพูดอะไรกับคุณ แต่ผมรู้สิ่งหนึ่งเสมอ... ไม่ว่าคุณจะซ่อนอะไรไว้ หรือคุณจะกลัวอะไร ต่อให้โลกทั้งใบหันหลังให้คุณ แต่ผมจะไม่มีวันก้าวออกไปจากประตูบานนี้ จนกว่าคุณจะพร้อมเปิดให้ผมเข้าไปอีกครั้ง" เสียงนั้นเงียบลง ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงบางอย่างที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น... เสียงไขกุญแจห้องของเธอจากภายนอกดัง ‘กริ๊ก’ และบานประตูก็เริ่มแง้มออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังกวินทร์... เมธา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของหัวใจในวันนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความจริงที่ไม่มีใครคาดคิดนะคะ - น้ำผึ้งหยดแรก
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%