ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 4

ภาพวาดที่ไร้ชื่อ

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"ถ้าคุณบอกว่ามันไม่สวย... รบกวนช่วยเก็บความเห็นนั้นไว้ในใจ แล้วปล่อยให้มันเป็นความลับไปตลอดกาลเลยได้ไหมคะ?" น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเกินกว่าจะบังคับให้ราบเรียบ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ขณะที่มือเรียวเล็กซึ่งสั่นเทานิดๆ ค่อยๆ เลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษไขอย่างทะนุถนอมวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหนาหน้ากวินทร์ กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ในร้านหนังสือ 'The Mending Page' ดูเหมือนจะหายไปสิ้น เหลือเพียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กวินทร์หยุดมือที่กำลังจัดเรียงหนังสือหมวดกวีนิพนธ์ เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่หลบสายตาไปทางชั้นวางหนังสือ ราวกับว่าหากเขามองนานกว่านี้ รินรดาจะมลายหายไปกับอากาศธาตุ ชายหนุ่มไม่ได้รีบร้อน เขาเพียงแต่คลี่ยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกปลอดภัยเสมอ ก่อนจะค่อยๆ แตะขอบกระดาษแผ่นนั้นอย่างเบามือ "ศิลปะไม่ใช่เรื่องของการตัดสินว่าสวยหรือไม่สวยหรอกครับริน... แต่เป็นเรื่องของการสื่อสารว่าหัวใจคนวาดต้องการบอกอะไรกับโลกใบนี้" กวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ขณะที่ค่อยๆ คลี่กระดาษไขออก วินาทีที่ภาพวาดปรากฏสู่สายตา กวินทร์นิ่งค้างไป ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่รอบตัวพวกเขาทั้งคู่ บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่ทิวทัศน์ที่สวยงามวิจิตร แต่เป็นเพียงภาพเงาสีเทาจางๆ ของชายคนหนึ่งที่กำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้แน่นราวกับว่านั่นคือสิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวเขาไว้จากความว่างเปล่า ทว่าที่ข้อมือของคนในภาพกลับมีรอยร้าวที่รินรดาตวัดเส้นด้วยน้ำหนักมือที่หนักหน่วงจนเกือบจะฉีกขาดจากเนื้อกระดาษ "คุณเคยวาดความเหงาไหมคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้นหลังจากปล่อยให้ความเงียบทำงานอยู่ครู่ใหญ่ เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาที่เคยหม่นแสงด้วยความกลัวกลับมีความเว้าวอนซ่อนอยู่ลึกๆ "ฉันพยายามวาดกี่ครั้ง... มันก็จบลงที่ภาพของคนคนหนึ่งที่พยายามทำเหมือนตัวเองไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่จริงๆ แล้ว... ในใจเขากำลังตะโกนร้องขอให้ใครสักคนช่วยหันมามอง" กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความตัดสินพิพากษาอย่างที่เธอหวาดกลัว แต่มันมีความเข้าใจที่หนักแน่นและอบอุ่นจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกกอดด้วยแววตาคู่นั้น "รอยร้าวที่ข้อมือ... นี่คือสิ่งที่เขากำลังแบกรับอยู่ใช่ไหมริน" รินรดาชะงัก เธอไม่ได้บอกเขาเสียหน่อยว่านั่นคือรอยร้าว แต่ชายหนุ่มกลับมองทะลุเข้าไปถึงเจตนาที่เธอซ่อนไว้ในลายเส้น เธอรู้สึกเหมือนหน้ากากที่เธอสวมไว้เพื่อปกป้องตัวเองถูกแกะออกอย่างนุ่มนวล "ฉันกลัวค่ะ" เธอสารภาพเสียงแผ่ว "กลัวว่าถ้าใครเห็นสิ่งที่ฉันวาด เขาจะเห็นตัวตนที่แท้จริง... ตัวตนที่เปราะบางและขี้ขลาด จนสุดท้ายเขาก็จะเดินจากไปเหมือนที่ใครๆ เคยทำ" กวินทร์วางมือลงบนโต๊ะ ห่างจากมือของรินรดาเพียงไม่กี่เซนติเมตร เป็นระยะที่เขารู้ดีว่าไม่เป็นการลุกล้ำจนเกินไป แต่ก็ใกล้พอที่จะส่งผ่านความอบอุ่นให้กันได้ "ถ้ามีใครสักคนเดินเข้ามาในชีวิตคุณเพียงเพราะภาพวาดที่สวยงาม วันที่ภาพนั้นซีดจางเขาก็คงเดินจากไป แต่ถ้าเขามองเห็นรอยร้าวในภาพวาดนั้นแล้วเขายังเลือกที่จะหยุดยืนข้างๆ... รินคิดว่านั่นคือคนที่น่ากลัว หรือคนที่น่าฝากชีวิตไว้กันแน่คะ?" ประโยคนั้นทำให้รินรดาเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตเบาๆ ที่หัวใจ เธอเพิ่งจะตระหนักว่า กวินทร์ไม่ได้เพียงแต่ชมภาพวาด แต่เขากำลังอ่านตัวตนของเธอด้วยความใส่ใจที่หาได้ยากยิ่ง ทว่าก่อนที่บรรยากาศที่กำลังละมุนละไมจะลึกซึ้งไปกว่านี้ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง *กริ๊ง!* เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว กวินทร์และรินรดาหันไปมองพร้อมกัน และนั่นทำให้หัวใจของรินรดาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อร่างสูงโปร้นของเมธาปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ในมือของเขากำลังถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีพิรุธ เมธาส่งสายตาคมปลาบมาทางกวินทร์ก่อนจะหันมามองที่ภาพวาดบนโต๊ะ แล้วแค่นยิ้มออกมา "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญสินะครับ" เมธาเอ่ยพลางก้าวเข้ามาหา ทั้งที่ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังภาพวาดอย่างไม่วางตา "ริน... คุณไม่ควรเอาภาพวาดพวกนี้มาให้ใครดูส่งเดชนะครับ โดยเฉพาะกับคนที่ยังไม่รู้จักที่มาที่ไปดีพอ" รินรดาหน้าเสีย เธอพยายามจะเอ่ยปากแก้ต่างให้กวินทร์ แต่เมธากลับหยิบรูปถ่ายอีกใบหนึ่งออกมาจากซองเอกสารแล้ววางแปะลงบนภาพวาดของเธออย่างแรง "คุณควรรู้ไว้ด้วยนะริน ว่าชายคนนี้... ไม่ได้แค่กำลังรอคอยการเริ่มต้นใหม่ตามที่คุณเข้าใจ" กวินทร์ก้มลงมองรูปถ่ายนั้น ก่อนที่ใบหน้าสุขุมของเขาจะเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยอ่อนโยนไหวระริกเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นภาพถ่ายในอดีตของตนเองที่ถูกใครบางคนขุดคุ้ยขึ้นมา รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเอื้อมมือไปหยิบภาพถ่ายนั้นขึ้นมาดู และสิ่งที่เห็นทำเอาลมหายใจของเธอแทบสะดุด มันคือภาพของกวินทร์ในวัยหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้องกักขังผู้ป่วยในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง... และคนในภาพที่เขากำลังจ้องมองผ่านกระจกอยู่นั้น ก็คือตัวเธอในวัยเด็กที่กำลังร้องไห้อยู่เพียงลำพัง หวังว่าน้ำผึ้งหยดนี้จะช่วยเยียวยาหัวใจของนักอ่านทุกคนในวันที่เหนื่อยล้านะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%