"ถ้าคุณยังกอดสมุดสเก็ตช์แน่นแบบนั้น สีไม้ข้างในคงไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ แต่หัวใจของคุณอาจจะขาดอากาศหายใจเสียก่อน"
เสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความใจเย็นดังขึ้นเหนือหัว รินรดาชะงักมือที่กำลังกำสันสมุดจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะไม้ตัวเดิมในมุมหลบสายตาของร้าน 'ห้องสมุดแห่งความทรงจำ' พบกวินทร์ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพของเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก แต่มันไม่มีแววตำหนิเลยแม้แต่น้อย
"กวินทร์... คือ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมานั่งแช่นานขนาดนี้" รินรดาละล่ำละลัก ร่างบางขยับตัวจะลุกขึ้นจนเกือบทำดินสอตกพื้น
กวินทร์ไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างถือวิสาสะ ท่าทีนั้นเป็นธรรมชาติจนความประหม่าของรินรดาแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง
"ที่นี่มีนโยบายห้ามลูกค้าค้างคืนนะคะ แต่ถ้าจะเป็นลูกค้าที่กลายเป็น 'คนคุยค้างคืน' ผมก็ยินดีที่จะทำตัวเป็นข้อยกเว้นให้" เขายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง แต่กลับทำให้จังหวะหัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"คนคุย...?" เธอทวนคำ เสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงพลิกหน้ากระดาษของลูกค้าคนอื่นในร้าน
"คุณมาที่นี่สัปดาห์ละสามครั้ง สั่งอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาล แล้วก็นั่งมองหน้าต่างบานนั้นเหมือนรอกล่องความทรงจำอะไรสักอย่าง" กวินทร์เอื้อมมือไปหยิบเศษยางลบที่ตกอยู่บนโต๊ะมาวางไว้ข้างหน้าเธอ "วันนี้คุณวาดรูปเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้วาดรูปวิวข้างนอก คุณวาดรูป 'ความกลัว' ของตัวเองลงไปในสมุดเล่มนั้น... จริงไหมคะ?"
รินรดานิ่งงัน เธอไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าใกล้กำแพงที่เธอก่อขึ้นได้มากขนาดนี้ แม้แต่เมธา เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน ก็มักจะใช้วิธีปลอบประโลมแบบผิดๆ ด้วยการบอกให้เธอ 'ลืมๆ มันไป' แต่สิ่งที่กวินทร์ทำ... เขากำลังจ้องมองเข้าไปในบาดแผลนั้นโดยไม่พยายามจะเย็บปิดมันให้ทันที แต่เขากลับเลือกที่จะนั่งรออยู่ข้างๆ
"คุณอ่านคนออกเก่งขนาดนี้เลยเหรอคะ?" รินรดาถาม สายตาจดจ้องที่มือตัวเอง
"เปล่าเลยค่ะ ผมแค่อ่าน 'ความเงียบ' ของคุณออก" เขาส่งสายตาอ่อนโยนไปให้ "เงียบแบบคนที่กำลังรอให้ใครสักคนบอกว่า... ถึงจะกลัว แต่มันก็ไม่เป็นไรนะที่โลกนี้จะพังทลายบ้างในบางวัน"
ประโยคนั้นทำเอาขอบตาของรินรดาร้อนผ่าว มันไม่ใช่คำปลอบประโลมที่ดูถูกความรู้สึก แต่มันคือการยอมรับความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอด บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เหลือเพียงกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งสอง
"ทำไมถึงใจดีกับฉันนักล่ะคะ?"
"เพราะในร้านหนังสือแห่งนี้ หนังสือทุกเล่มย่อมมีเรื่องราวที่รอการถูกเปิดอ่าน ไม่ใช่ถูกขังไว้บนชั้นที่ไม่มีใครมองเห็น" เขาหยุดจังหวะหายใจก่อนจะเอ่ยต่อ "และรินรดา... คุณเป็นหนังสือที่น่าอ่านกว่าเล่มไหนๆ ที่ผมเคยเจอมาเลยนะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด มันคือความสบายใจอย่างประหลาดที่รินรดาไม่เคยสัมผัสมาก่อน กวินทร์ไม่ได้รุกไล่ เขาเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น เป็นหลักยึดเหนี่ยวที่ทำให้เธอมั่นใจว่า หากเธอกล้าที่จะระบายสีที่สดใสลงไปในภาพวาดของเธออีกครั้ง จะมีคนคนหนึ่งที่คอยมองดูความงดงามนั้นไม่ไปไหน
ทว่า ความอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเปิดประตูร้านที่ดังกระแทกจนสะเทือนถึงด้านใน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยนำมาก่อนที่เจ้าตัวจะปรากฏกาย
"ริน! ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาที่นี่คนเดียวตอนค่ำๆ นี่มันอันตรายแค่ไหน เธอรู้ตัวไหม!" เมธาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน สายตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปที่กวินทร์ ราวกับกำลังประเมินศัตรูหัวใจ
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ความสบายใจเมื่อครู่มลายหายไปราวกับควันไฟ เธอรีบเก็บสมุดสเก็ตช์เข้ากระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา "เมธา... ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย กวินทร์แค่... เราแค่คุยเรื่องหนังสือกัน"
เมธาแค่นหัวเราะในลำคอพลางก้าวเข้ามาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้เธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ กวินทร์ขยับตัวลุกขึ้นยืนในทันที บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความนุ่มนวลเป็นความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออก
"ผมว่าคุณควรปล่อยมือเธอก่อนนะครับ เมธา" กวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่ดวงตาคมกริบนั้นมีความกดดันที่น่ากลัวแฝงอยู่
เมธาหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของร้านหนังสือ "อย่ามายุ่งกับเรื่องของเพื่อนผม คุณก็แค่คนขายหนังสือที่ทำตัวเป็นถังขยะรองรับอารมณ์ผู้หญิง แต่ผมคือคนที่รู้จักเธอดีที่สุด!"
"รู้จักดี... จนทำให้เธอต้องร้องไห้เวลาที่อยู่กับคุณหรือเปล่าคะ?" กวินทร์ย้อนถามพลางก้าวเข้ามาประจันหน้า
รินรดาพยายามดึงข้อมือออกแต่ไม่สำเร็จ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะปะทะกัน เมธาก็ชะงักไป เขามองผ่านไหล่ของกวินทร์ไปที่บานประตูหน้าร้าน ก่อนจะปล่อยข้อมือรินรดาอย่างแรงด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"เธอ... เธอมาที่นี่ได้ยังไง..." เมธาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนรินรดาต้องหันกลับไปมองตาม
หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดเดรสสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉยทว่าแฝงด้วยความกดดันมหาศาลยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองมาที่รินรดา แต่มองตรงมาที่กวินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ปิดไม่มิด
กวินทร์นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับหญิงสาวผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกที่รินรดาไม่สามารถตีความได้เลยว่ามันคือความตกใจ หรือความโหยหา
"ผมว่า... คืนนี้คงจบลงไม่สวยเท่าไหร่แล้วล่ะครับ" กวินทร์เอ่ยเบาๆ ขณะที่มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางไปพร้อมกับรินรดานะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมค่ะ
น้ำผึ้งหยดแรก
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 5
ความสบายใจที่ไม่ได้ตั้งตัว
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!