ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 6

คำถามที่คำตอบยังไม่ชัดเจน

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"ถ้าคุณยังกำมือแน่นขนาดนั้น กระดูกนิ้วคุณคงได้หักก่อนที่จะได้พูดอะไรออกมาจริงๆ หรอกค่ะ" รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในร้านหนังสือขนาดกะทัดรัด กลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันเคลือบไม้ไม้สักที่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัย กลับกลายเป็นกรงขังที่บีบคั้นหัวใจเธอในยามนี้ เธอจ้องมองมือที่สั่นเทาของกวินทร์ด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความสงสารและความหวาดหวั่นตีรวนอยู่ในอก กวินทร์คลายกำปั้นลงช้าๆ เขาหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ก่อนจะลืมตาขึ้นมองสบกับรินรดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ขอโทษทีครับ... ผมควบคุมตัวเองไม่ได้" "คุณไม่ได้ควบคุมไม่ได้หรอกค่ะกวินทร์... คุณแค่เลือกที่จะไม่ปล่อยมันออกมาต่างหาก" รินรดาเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด แต่ก็ยังเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ สายตาของเธอเลื่อนไปมองภาพวาดสเก็ตช์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา มันเป็นรูปที่เธอวาดให้เขาเมื่อสัปดาห์ก่อน—รูปตัวเขาที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือท่ามกลางแสงไฟสลัว กวินทร์มองตามสายตาเธอไป เขายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "บางทีการเก็บทุกอย่างไว้... อาจจะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ โดยที่ไม่ทำลายทุกอย่างที่สร้างมา" รินรดาใจกระตุกวูบ เธอรู้สึกถึงความสั่นไหวบางอย่างในทรวงอก มันไม่ใช่แค่ความเห็นใจ แต่มันคือความรู้สึกวูบไหวที่เธอพยายามขีดเส้นกั้นไว้มาตลอด เธอสงสัยมาตลอดว่าทำไมผู้ชายที่แสนเย็นชาและสุขุมอย่างเขา ถึงได้มีจังหวะการเต้นของหัวใจที่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่เธอก้าวเข้ามาในร้าน และวันนี้ คำถามนั้นกลับตอกย้ำด้วยความเงียบที่ทรงพลัง "ทำไมต้องเป็นฉันคะ?" เธอถามเสียงแผ่ว ราวกับกลัวว่าคำถามนี้จะไปทำลายสมดุลบางอย่างที่เขากับเธอเพิ่งสร้างขึ้น กวินทร์ไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว ระยะห่างที่หดสั้นลงทำให้รินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ที่เขามักจะดื่มประจำ เขาสบตาเธอด้วยแววตาที่วาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเปิดเผย "ริน... บางครั้งคำตอบมันก็อยู่ในคำถามนั่นแหละครับ ถ้าคุณลองลดกำแพงในใจลงบ้าง คุณอาจจะเห็นคำตอบนั้นได้ชัดเจนยิ่งกว่าที่ผมจะเอ่ยออกมาเสียอีก" ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็กรีดร้องขึ้น ทำลายห้วงเวลาที่กำลังงดงามและเปราะบางนั้นลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี "ผมว่าผมมาถูกเวลานะ" เสียงทุ้มคุ้นหูของเมธาดังขึ้น เขาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร ทว่าแววตากลับจับจ้องไปยังกวินทร์อย่างไม่วางตา "ริน... ผมมารับคุณกลับบ้าน วันนี้งานยุ่งมากไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวจะไปไม่ทันนัดสำคัญที่ผมเตรียมไว้ให้" เมธาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน เขาโอบไหล่รินรดาอย่างถือวิสาสะ สายตาที่เขาส่งให้กวินทร์นั้นเต็มไปด้วยความเหนือกว่า ความหวังดีที่เขามักจะอ้างถึงเสมอ ไม่ใช่สิ่งที่รินรดารู้สึกว่ามันเป็นความหวังดีจริงๆ แต่มันเหมือนการประกาศความเป็นเจ้าของเสียมากกว่า รินรดาขยับตัวออกห่างจากเมธาอย่างแนบเนียน เธอรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปฉับพลัน เธอหันไปมองกวินทร์ที่ยืนนิ่งสงบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ราวกับสวมหน้ากากใบเดิมกลับขึ้นมาอีกครั้ง "ฉันยังทำงานไม่เสร็จค่ะเมธา... คุณกลับไปก่อนเถอะนะ" รินรดาบอกปัดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ราบเรียบที่สุด "งานเหรอ?" เมธาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตากวาดไปรอบๆ ร้านหนังสือที่เงียบเหงา "ริน... บางทีความใจดีของคุณก็ทำให้คนบางคนสำคัญตัวผิดไปหน่อยนะ ผมไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวดทีหลังเพราะความเกรงใจ" กวินทร์ขยับตัวเล็กน้อย แววตาที่เคยเรียบเฉยกลับฉายประกายบางอย่างที่รินรดาเพิ่งเคยเห็น มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความอดทนที่ใกล้จะถึงขีดจำกัด "ความใจดีของรินไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเอามาตัดสินได้หรอกครับคุณเมธา... และเรื่องของความรู้สึก ต่อให้เป็นเพื่อนสนิท ก็ใช่ว่าจะก้าวก่ายได้ทุกเรื่อง" บรรยากาศในร้านเปลี่ยนเป็นตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เมธากำหมัดแน่น แต่ยังคงยิ้ม "งั้นเหรอครับ? แต่ดูเหมือนว่า 'เพื่อนสนิท' อย่างผม จะรู้จักตัวตนของรินดีกว่า 'เจ้าของร้านหนังสือ' ที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานนะ" รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ มาถ่วงอยู่ในอก เธอหันไปมองกวินทร์ที่กำลังมองเธอด้วยสายตาเว้าวอนและสับสนในเวลาเดียวกัน คำถามในใจที่ว่า *เธอรู้สึกอย่างไรกับเขากันแน่* เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นความเจ็บปวด เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เธอมีให้กวินทร์ คือความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต หรือเป็นเพียงความหลงใหลในภาพฝันที่เขาสร้างขึ้นมากันแน่ ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังยืนจมอยู่ในสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมถอย เสียงแก้วกาแฟที่แตกกระจายบนพื้นหน้าร้านก็ดึงความสนใจของทุกคนไป ร่างของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู เธอไม่ใช่คนแปลกหน้า... เธอคือคนที่รินรดาพยายามหนีมาตลอดสิบปี แม่ของเธอ... ผู้หญิงที่ทิ้งเธอไว้กับความทรงจำอันขมขื่น กำลังจ้องมองมาที่รินรดาด้วยใบหน้าซีดเผือด "ริน... แม่มาหาลูกแล้วนะ" คำพูดเพียงประโยคเดียวจากริมฝีปากที่สั่นระริกนั้น ทำเอารินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความลับที่เธอเก็บงำไว้ว่าเธอไม่ได้มีเพียงแค่ความกลัวต่อการถูกทอดทิ้ง แต่เธอยังมีความลับเรื่องชาติกำเนิดที่เชื่อมโยงกับครอบครัวของกวินทร์อย่างไม่น่าเชื่อ กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนี้ รินรดาตัวชาไปทั้งตัว ความกล้าที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่เกาะกินหัวใจ ท่ามกลางสายตาของเมธาที่ดูตกตะลึง และกวินทร์ที่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น เรื่องราวในวันนี้ กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด หรือความจริงที่เธอต้องเผชิญกันแน่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดามาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ ด้วยรักจาก "น้ำผึ้งหยดแรก" ค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%