ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 3

ความลับในหน้ากระดาษ

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“ถ้าคุณจะกรุณาเลิกมองของชิ้นนี้เหมือนเป็นระเบิดเวลาได้รึเปล่าคะ?” ฉันเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีก้อนตะกั่วถ่วงอยู่ในอากาศ กวินทร์ยังคงจ้องมองสมุดสเก็ตช์ปกหนังสีเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย แววตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาดั่งน้ำแข็งเหมือนเมื่อครู่แล้ว ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ราวกับว่าลายเส้นสีถ่านที่ฉันวาดเล่นยามว่าง กำลังเปิดเผยความลับบางอย่างที่เขาไม่อยากให้ใครล่วงรู้ กวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก เขาละสายตาจากสมุดเล่มนั้น แล้วขยับแว่นสายตากรอบบางเล็กน้อย ท่าทางที่เคยสุขุมกลับดูตะกุกตะกักอย่างเห็นได้ชัด “ผม... ขอโทษครับ” เขาหยุดกึก ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นฉันขมวดคิ้ว “ขอโทษนะคะรินรดา ผมแค่ตกใจนิดหน่อย ภาพวาดนี่... มันเหมือนกับสิ่งที่ผมเคยเห็นในความฝันซ้ำๆ” ฉันขยับตัวนั่งหลังตรง ความสับสนตีรวนในอก “ความฝัน? แต่นี่คือสถานที่ที่ฉันวาดขึ้นมาจากความทรงจำเลือนรางในวัยเด็ก บ้านไม้หลังเก่าที่มีต้นแจงขึ้นอยู่หน้าประตู คุณบอกว่าคุณเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่นี่มาสิบปี แต่ทำไมคุณถึงดูเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักที่นี่มาก่อนเลยล่ะคะ” กวินทร์ไม่ตอบ เขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นที่อยู่ใกล้มือที่สุด หน้าปกไร้ชื่อเรื่อง มีเพียงตราประทับสีทองจางๆ เป็นรูปนกพิราบคาบกิ่งไม้ เขาเลื่อนมันมาตรงหน้าฉัน นิ้วเรียวยาวของเขาแตะเบาๆ ที่สันปก “รินรดาคะ... หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้ให้อ่านเพื่อความบันเทิง แต่มันมีไว้เพื่อ ‘จดจำ’ สิ่งที่หัวใจของคุณอาจจะพยายามลืมไป” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่น “อ่านหน้า 42 ดูนะคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงกลัวลายเส้นของคุณนัก” ฉันรับหนังสือเล่มนั้นมาสัมผัส ผิวสัมผัสของกระดาษให้ความรู้สึกเหมือนกำมะหยี่เก่าๆ กลิ่นอายของกระดาษโบราณปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นของความหลังที่ชวนให้ใจสั่น ฉันเปิดไปยังหน้า 42 ตามคำแนะนำ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองเพลในอก เมื่อพบว่าบนหน้ากระดาษสีครีมนั้น ไม่มีตัวอักษรใดๆ เลย นอกจากรูปวาดลายเส้นสีถ่าน... รูปวาดต้นแจงต้นเดียวกับที่ฉันเพิ่งวาดเสร็จไปเมื่อครู่ไม่ผิดเพี้ยน “นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะ?” ฉันเงยหน้าถาม เสียงสั่นพร่า “หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นโดยคนที่รอคอยใครบางคนมาตลอดชีวิตค่ะ” กวินทร์ลุกขึ้นเดินไปยืนที่หน้าต่างร้าน แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อย “และทุกครั้งที่ใครบางคนวาดภาพนั้นขึ้นมาด้วยหัวใจที่โหยหา หนังสือเล่มนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามภาพนั้นเสมอ รินรดา... คุณไม่ได้แค่กำลังวาดรูป แต่มันคือการประกาศตัวตนว่าคุณกลับมาแล้ว” บรรยากาศในร้านหนังสือดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นแผ่วเบาเหมือนเตือนสติ แต่กวินทร์กลับนิ่งค้างไป เขาหันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ผมมีเรื่องต้องสารภาพกับคุณ” เขาพูดพลางก้าวเข้ามาใกล้ “สิ่งที่คุณเห็นในสมุดเล่มนั้น ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือ ‘กรงขัง’ ที่ผมพยายามสร้างไว้เพื่อไม่ให้คุณต้องเจ็บปวดเหมือนในอดีต แต่ดูเหมือนว่า... ผมจะประเมินพลังของการกลับมาของคุณต่ำไป” “คุณกำลังพูดเรื่องอะไรคะกวินทร์? กรงขัง? ใครเป็นคนขังใครกันแน่!” ฉันลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นเสียงดังสนั่น “รินรดา ฟังผมนะ...” ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยจบประโยค เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขัดจังหวะขึ้นถี่และรัว ฉันหันไปมองผ่านหน้าต่างร้าน เห็นร่างสูงของ ‘เมธา’ เพื่อนสนิทของฉันยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าของเขาเรียบเฉย แววตาของเขาที่มักจะดูอบอุ่นยามมองฉัน บัดนี้กลับดูแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ในมือของเขากำโทรศัพท์แน่น ราวกับกำลังรอคอยคำสั่งจากใครบางคน กวินทร์หันไปมองทางประตู แล้วพึมพำเสียงต่ำที่ทำให้ฉันต้องชะงัก “เขามาเร็วกว่าที่ผมคิดไว้... ดูเหมือนเมธาจะไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทที่คอยปกป้องคุณอย่างที่เขาหลอกคุณมาตลอดหรอกนะรินรดา” เมธาผลักประตูกร้านเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาต เสียงกระดิ่งเหนือประตูส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยโชยมากระทบจมูก ทว่าในวันนี้มันกลับรู้สึกเหมือนกลิ่นของอันตราย เขาเดินตรงเข้ามาหาฉัน สายตาจ้องเขม็งไปที่สมุดสเก็ตช์ในมือฉัน ก่อนจะปัดมันร่วงลงพื้นจนเปิดกว้างในหน้าที่ไม่มีใครอยากให้ใครเห็น “หยุดเล่นเกมความทรงจำที่นี่ได้แล้วรินรดา” เมธาเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนฉันหายใจไม่ออก “เธอรู้ไหมว่าภาพวาดพวกนี้... มันกำลังฆ่าคนในความทรงจำของเธอทีละคน” ความเงียบเข้าปกคลุมร้านหนังสืออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้อบอุ่นเหมือนทุกที รอยยิ้มที่มุมปากของเมธาค่อยๆ ปรากฏขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน พร้อมกับความจริงที่ชวนให้โลกทั้งใบของฉันพังทลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อเขาพูดประโยคสุดท้าย “กวินทร์ไม่ได้รอคอยการกลับมาของเธอหรอกนะรินรดา... แต่เขาคือคนที่ ‘สั่งขัง’ เธอไว้ในกรงขังแห่งความจำนี้ตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้วต่างหากล่ะ” ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าน้ำผึ้งหยดนี้จะเติมเต็มหัวใจของทุกคนในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%