“ถ้าคุณคิดจะทำแบบนี้เพื่อเอาชนะใจฉัน... ฉันบอกตรงๆ นะคะว่ามันเปล่าประโยชน์”
รินรดาเอ่ยขึ้นพลางวางพู่กันในมือลงจนเกิดเสียงกระทบขอบจานสีเบาๆ เธอไม่ได้หันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่หลังบานกระจกหน้าต่างร้านกาแฟร้านข้างๆ ซึ่งคั่นกลางระหว่างพื้นที่ทำงานของเธอกับโลกของเขา
กวินทร์ไม่ได้ตอบกลับในทันที เขายังคงหยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมา แล้วใช้ปากกาสีน้ำเงินเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นเล็กก่อนจะแปะมันไว้ที่กระจกฝั่งของเขา หันด้านที่เขียนข้อความมาทางหน้าต่างร้านที่รินรดานั่งอยู่
*‘ผมไม่ได้มาเพื่อเอาชนะใครครับ... ผมแค่มาเพื่อยืนยันว่า ตรงนี้ยังมีที่ว่างพอให้คุณวางความเหนื่อยล้าลงได้เสมอ’*
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้เริ่มสั่นคลอน เธอจ้องมองตัวหนังสือลายมือบรรจงนั่นด้วยสายตาไหวระริก เธอเป็นคนกลัวการถูกทอดทิ้ง ปมในอดีตมักจะกระซิบข้างหูเสมอว่าความใจดีของใครบางคนมักมี 'ราคา' ที่ต้องจ่าย แต่กวินทร์... เขาทำแบบนี้มานานเกินกว่าจะเป็นเพียงการเสแสร้ง
เสียงเปียโนจากร้านกาแฟข้างๆ เริ่มบรรเลงขึ้น มันเป็นทำนองที่รินรดาคุ้นเคยดี กวินทร์มักจะเปิดเพลงนี้เสมอในยามที่เขารู้ว่าเธอกำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเอง เป็นท่วงทำนองที่อ่อนโยนและไม่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวจนเกินไป
“ริน! ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปสนใจผู้ชายคนนั้น”
เสียงของเมธาดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ทำให้รินรดาขมวดคิ้ว เมธาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับหน้าต่างบานนั้น เขาหยิบภาพวาดที่ยังไม่เสร็จของเธอขึ้นมาวิจารณ์ด้วยน้ำเสียงที่เขาคิดว่ามันคือความหวังดี
“งานชิ้นนี้องค์ประกอบยังไม่ดีพอ รินควรเลิกเสียเวลากับสิ่งไร้สาระข้างนอกนั่น แล้วโฟกัสกับนิทรรศการที่จะถึงดีกว่านะ ผมติดต่อแกลเลอรีให้แล้ว”
รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหายไป เมธามักจะใช้คำว่า ‘ความหวังดี’ มาตีตรากรงขังให้เธอเสมอ เขาไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เขากำลังทำลายความมั่นใจของเธอลงทีละน้อยด้วยความมั่นใจที่ล้นปรี่ของตัวเอง
“มันไม่ใช่ความไร้สาระค่ะเมธา” รินรดาแย้งขึ้น เสียงของเธอสั่นแต่หนักแน่น “สำหรับริน... มันคือจังหวะชีวิตที่รินเลือกเอง”
เมธาแค่นหัวเราะ เขาหันไปมองหน้าต่างบานนั้นที่กวินทร์กำลังยืนอยู่ ชายหนุ่มเจ้าของร้านหนังสือประสานสายตากับเมธาผ่านกระจก สายตาของกวินทร์ไม่ได้แสดงความโกรธเคือง แต่มันคือความนิ่งสงบที่ดูน่าเกรงขามกว่าการปะทะกันด้วยวาจา
“งั้นก็ลองดูสิ ว่าโลกที่เขาสร้างให้เธอเนี่ย มันจะพังทลายลงวันไหนเมื่อเขารู้ว่าเธอมี ‘ความลับ’ อะไรซ่อนอยู่” เมธากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้ง
รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มือของเธอสั่นจนต้องกอดตัวเองไว้แน่น ความลับที่เมธากล่าวถึงมันคือแผลเป็นในใจที่เธอไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ เธอเริ่มสะอื้นเบาๆ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งเฝ้ามองผ่านกระจกมาตลอด
กวินทร์ตัดสินใจเดินออกจากร้านของเขา เขาไม่ได้เข้ามาหาเธอในทันที แต่เขานั่งลงบนเก้าอี้หน้าร้านที่วางไว้กลางทางเดิน เขาวางถ้วยชาอุ่นๆ ไว้บนโต๊ะไม้ตัวเล็กระหว่างร้านของพวกเขาก่อนจะผลักมันเลื่อนเข้าไปใกล้ประตูร้านของรินรดา แล้วกวินทร์ก็นั่งลงก้มหน้าอ่านหนังสือเล่มเดิม ท่าทางของเขาบอกชัดเจนว่าเขาจะอยู่ที่นี่ จนกว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้น
ผ่านไปนานนับชั่วโมง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีครามเข้ม รินรดาตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปที่ประตู เธอเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชานั้น ความอุ่นของมันส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่กำลังหนาวสั่น
“ทำไมถึงทำแบบนี้คะ?” รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่วโดยไม่มองหน้าเขา
กวินทร์ปิดหนังสือในมือช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง “เพราะบางครั้ง การที่เรายืนรอให้ใครสักคนพร้อมที่จะเปิดประตูออกมาเอง มันมีความหมายกว่าการเคาะประตูเรียกให้เขาเปิดออกครับ”
รินรดานิ่งงัน คำพูดนั้นช่างเรียบง่ายทว่ากระแทกใจอย่างรุนแรง เธอเพิ่งจะยอมเปิดใจรับความหวังดีของเขาได้เพียงนิดเดียว แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังร้านของเธอ ร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารสำคัญในมือ
“ริน... ผมว่าเราต้องคุยเรื่องที่เธอไปทำข้อตกลงกับ ‘คนนอก’ ไว้แล้วนะ”
เสียงของเมธาดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาตัวเปล่า เขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตราสถานสงเคราะห์ที่รินรดาเคยเติบโตมา พร้อมกับรูปถ่ายบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของเธอซีดเผือดจนไร้สีเลือด
รินรดามองรูปถ่ายนั้นสลับกับใบหน้าของกวินทร์ที่เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเห็นเอกสารเหล่านั้น หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความรัก... แต่มันคือเรื่องของอดีตที่กำลังจะถูกกระชากออกมาทำลายปัจจุบันที่เธอเพิ่งจะเริ่มสร้างกับเขา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศ กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองเอกสารในมือเมธาก่อนจะหันมาสบตารินรดาด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออกเลยว่า เขากำลังผิดหวังหรือกำลังจะถอยห่างจากเธอไปตลอดกาล
น้ำผึ้งหยดแรกหวังว่ารี้ดทุกคนจะร่วมเอาใจช่วยรินรดาในบทต่อไปนะคะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 10
เสียงเพลงในร้านกาแฟข้างๆ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!