ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 11

ความทรงจำในวัยเยาว์

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“ถ้าคุณไม่เล่าออกมาบ้าง ความลับพวกนั้นมันจะกลายเป็นกรงขังที่ขังคุณไว้ข้างในนะคะริน” กวินทร์วางแก้วชาร้อนลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็ก เสียงกระเบื้องกระทบไม้เบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกของรินรดา เธอกำพู่กันในมือแน่นจนนิ้วเรียวซีดขาว ร่องรอยสีน้ำมันที่เปรอะเปื้อนปลายนิ้วดูเหมือนจะเป็นความผิดบาปเดียวที่เธอกล้าเปิดเผยในตอนนี้ ร้านหนังสือของกวินทร์ในยามค่ำคืนเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษของหนังสือเล่มเก่าที่วางกองอยู่ใกล้ๆ เป็นเพื่อน รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังตัดสินใจกระโดดลงสู่กระแสน้ำเชี่ยวกรากที่เธอหวาดกลัวมาตลอดชีวิต “คุณเคยรู้สึกไหมคะ... ว่าบางคนเกิดมาพร้อมกับคำสาป” รินรดาเริ่มเสียงแผ่ว สายตาของเธอไม่ได้มองที่กวินทร์ แต่มองลึกลงไปในภาพวาดสีน้ำที่ยังไม่เสร็จดีบนขาตั้ง “คำสาปที่บอกว่า ถ้าเราเผลอรักใครมากเกินไป วันหนึ่งคนคนนั้นก็จะหายไปจากชีวิตเราเหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่” กวินทร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมเข้มของเขาสะท้อนความอบอุ่นที่ไม่ได้ปรุงแต่ง “ผมว่านั่นไม่ใช่คำสาปหรอกริน แต่มันคือความกลัวที่หยั่งรากลึกจนมันเติบโตเป็นปีศาจในใจคุณต่างหาก ใครกันที่ทำให้คุณเชื่อแบบนั้น?” รินรดาชะงัก เธอวางพู่กันลงแล้วยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองโดยไม่รู้ตัว “แม่ไงคะ... แม่ไม่ได้ทิ้งรินไปเพราะแม่ไม่อยากได้ริน แต่แม่ทิ้งรินไปเพราะแม่บอกว่า ‘รินเป็นเด็กที่มีความรักมากเกินไป’... ความรักของเด็กคนหนึ่งมันหนักหนาจนคนที่ต้องแบกรับเขาเหนื่อยที่จะไปต่อ” ประโยคนั้นทำให้กวินทร์ถึงกับชะงัก ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง เขาโน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาวางทับลงบนมือที่สั่นเทาของหญิงสาวเบาๆ สัมผัสที่แผ่วเบานั้นเหมือนแรงดึงดูดที่เหนี่ยวรั้งให้เธอยังคงยืนอยู่บนพื้นโลก “คนที่พูดแบบนั้นกับลูก คือคนที่ล้มเหลวในการจัดการความรู้สึกของตัวเองนะคะริน” เขาเอ่ยเสียงนุ่มทว่าหนักแน่น “ไม่ใช่คุณที่เป็นคนผิด และไม่ใช่ความรักของคุณที่น่ารังเกียจ มันคือความเปราะบางของพวกเขาเองที่คุณเอามาแบกไว้เพียงลำพังมาตลอดเกือบยี่สิบปี” “แต่รินเห็น... รินเห็นแม่จัดกระเป๋าในคืนนั้น รินเห็นแม่เดินออกไปจากบ้านโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่รินมีเหลืออยู่คือภาพวาดที่แม่สอนให้วาด... พอดึงความทรงจำนั้นออกมาทีไร รินก็รู้สึกเหมือนภาพพวกนั้นมันกำลังละลาย” รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับคนตรงหน้า แววตาของเธอสั่นระริกเหมือนดอกไม้ที่ต้านแรงลมพายุ “ทุกครั้งที่รินเริ่มรู้สึกผูกพันกับใคร... สัญญาณเตือนในหัวมันจะดังขึ้น บอกให้รินถอยออกมา ก่อนที่รินจะกลายเป็น ‘ภาระ’ เหมือนที่เคยเป็น” กวินทร์ไม่ได้พูดอะไรในทันที เขารอให้ความเงียบทำหน้าที่ปลอบประโลมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ เขาเข้าใจดีว่าคำพูดใดๆ ในตอนนี้ก็ไม่อาจลบล้างบาดแผลที่ฝังรากลึกได้ แต่เขาขอเป็นเพียงที่พักพิงที่มั่นคงที่สุดให้เธอได้พักหายใจ “ถ้าวันนี้รินจะลองไม่วาดภาพที่ละลายไปกับอดีต แต่ลองวาดภาพอนาคตที่คุณเลือกได้เองล่ะคะ?” กวินทร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าพู่กันอีกด้ามหนึ่งขึ้นมา “ไม่ต้องสวยหรู ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่เริ่มจากจุดเล็กๆ บนผืนผ้าใบที่ผมจะช่วยคุณถือไว้... ดีไหม?” รินรดารู้สึกถึงหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความโล่งใจที่บอกไม่ถูก เธอพยักหน้าช้าๆ เป็นจังหวะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปรับพู่กันจากเขา เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเปราะบางนั้นลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน เมธายืนอยู่ตรงทางเข้า ร้านหนังสือที่ควรจะเป็นเขตปลอดภัยของเธอถูกรุกรานด้วยสายตาที่กร้าวแกร่งของชายหนุ่ม เขาไม่ได้มองกวินทร์ แต่จ้องเขม็งมาที่รินรดาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปิดไม่มิด “ฉันบอกแล้วใช่ไหมรินว่าอย่ามาที่นี่” เมธาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับรินรดาสั้นลงจนน่าอึดอัด “คนประเภทนี้ไม่ได้ต้องการช่วยเธอหรอก เขาแค่ต้องการเก็บความลับของเธอไว้ทำลายเธอในวันที่เธอไม่มีค่าพอสำหรับเขาแล้ว... ไปกับฉันเดี๋ยวนี้!” เมธาคว้าข้อมือของรินรดา แต่ก่อนที่เธอจะได้สะบัดออก กวินทร์ก็ก้าวเข้ามาคั่นกลาง เขายืนนิ่ง สงบ ทว่าดวงตาที่มองเมธานั้นเต็มไปด้วยรังสีที่ทำให้คนทั้งร้านต้องหยุดชะงัก “ความลับของเธอไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาตัดสินหรือหยิบฉวยไปใช้เป็นอาวุธได้ครับเมธา” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “โดยเฉพาะคุณ ที่ดูเหมือนจะรู้จักเธอดี แต่กลับไม่เคยรับรู้เลยว่าสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ คือ ‘พื้นที่’ ไม่ใช่ ‘กรงขัง’” รินรดาตัวแข็งทื่อ เมื่อเมธาแค่นหัวเราะออกมาพร้อมกับโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะหนังสือซองนั้นทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ เพราะมันคือแฟ้มข้อมูลที่เธอคิดว่าเธอทำลายไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน “ถ้าเธอคิดว่าเธอหนีอดีตพ้น ก็ลองเปิดอ่านสิ่งที่อยู่ในนี้ดูสิริน... ความจริงที่กวินทร์เขาก็คง ‘รู้อยู่เต็มอก’ ตั้งแต่วันแรกที่เขาสมัครใจรับเธอเข้ามาในร้านนี้!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับรินรดานะคะ น้ำผึ้งหยดแรกจะตั้งใจร้อยเรียงถ้อยคำในตอนต่อไปให้ละเมียดละไมที่สุดเพื่อคุณค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%