“ถ้าคุณคิดจะก้าวเข้ามาเพื่อเป็นเพียง ‘คนรู้จัก’ ก็นับว่ามากเกินไปแล้วค่ะ สำหรับสิ่งที่ฉันต้องการในตอนนี้”
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวราวกับกำแพงแก้วที่พยายามก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านหนังสือ ‘ละอองอักษร’ กวินทร์ชะงักมือที่กำลังจัดวางหนังสือเล่มหนาลงบนชั้น เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ยืนกอดอกแน่นราวกับจะปกป้องหัวใจตัวเองจากพายุที่มองไม่เห็น
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะรุกล้ำพื้นที่ของคุณ ริน... ผมแค่คิดว่า การที่เราแชร์ความชอบในเรื่องเดียวกัน มันไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว” กวินทร์เอ่ยเบาๆ ดวงตาคมกริบแต่ทว่าอบอุ่นของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววไหวระริก
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก นิ้วมือเรียวบางจิกเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบที่ถูกสร้างขึ้นนั้นดูเหมือนจะกลายเป็นเหวที่ลึกสุดหยั่งในความรู้สึกของเธอ “ความชอบอาจจะไม่น่ากลัวค่ะ แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นต่างหากที่ฉันรับมือไม่ไหว ฉันไม่ใช่คนเก่งกาจอะไร กวินทร์... ฉันแค่ผู้หญิงที่อยากอยู่อย่างสงบในโลกใบเล็กๆ ของฉัน การมีคุณอยู่ในนั้นมัน... มันมากเกินไป”
กวินทร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสังเกตเห็นอาการสั่นที่ไหล่บางของเธอ ความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีไว้เพื่อผลักไสเขา แต่มีไว้เพื่อกักขังตัวเองต่างหาก เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว รินรดาผงะถอยทันทีจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ เสียงหนังสือเล่มหนึ่งร่วงหล่นลงพื้นดัง ‘ตุบ’ กระชากความรู้สึกของทั้งคู่ให้จมลงสู่ห้วงแห่งความตึงเครียด
“คุณกำลังกลัวอะไร ริน?” เขาถาม น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลทว่าหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนตะปู
“กลัวว่าจะรัก แล้วสุดท้ายก็เป็นฉันที่ต้องแตกสลายคนเดียวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา!” เธอตะโกนออกมาเบาๆ ประโยคที่หลุดจากปากนั้นทำให้เธอเองยังตกใจ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำตาเม็ดใสเอ่อคลอขึ้นมาทันที เธอเกลียดความเปราะบางของตัวเองที่สุดในเวลานี้
ในจังหวะนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยของเมธาลอยมาแตะจมูกก่อนจะเห็นร่างโปร่งของเพื่อนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล
“ริน เป็นอะไรหรือเปล่า ผมได้ยินเสียงคุณ...” เมธาชะงักไปเมื่อเห็นกวินทร์ยืนอยู่ใกล้รินรดาเพียงคืบ เขาขมวดคิ้วแน่น แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เขารีบก้าวเข้าไปคั่นกลางระหว่างทั้งสองคนด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง “กวินทร์... ดูเหมือนคุณกำลังทำให้รินลำบากใจนะ”
“ผมแค่กำลังสนทนากับริน เมธา” กวินทร์ตอบกลับด้วยท่าทีเรียบนิ่ง แม้ว่าในใจจะเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่พุ่งเข้ามา
“การสนทนาที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องสั่นไปทั้งตัวแบบนี้เหรอครับ?” เมธาหันไปหาหญิงสาวที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าซ่อนน้ำตา “ไปกันเถอะริน คุณไม่ควรอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันแรกแล้ว ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าโลกภายนอกมันไม่ได้ใจดีกับคุณเหมือนที่คุณคิด”
รินรดาสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง “ขอบคุณนะเมธา แต่ฉันดูแลตัวเองได้” เธอกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกวินทร์อีกครั้ง แววตาของเธอดูกลวงเปล่าไร้ความรู้สึก ราวกับว่ากำแพงที่เธอก่อขึ้นนั้นได้บดบังทุกความสัมพันธ์ที่มีต่อเขาไปจนหมดสิ้น “นับจากวันนี้ไป ช่วยเว้นระยะห่างให้เราด้วยนะคะ กวินทร์... ฉันคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคน”
กวินทร์มองร่างที่เดินผ่านเขาไปพร้อมกับเมธา หัวใจของเขาบีบรัดด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถนิยามได้ เขาปล่อยให้เธอก้าวพ้นประตูกระจกออกไปโดยไม่ได้รั้งไว้ แม้ในใจจะอยากไขว่คว้าแค่ไหนก็ตาม
รินรดาเดินออกมาบนทางเท้าที่เปียกชื้นจากฝนที่เพิ่งซาลง เธอรู้สึกราวกับว่าหัวใจถูกทิ้งไว้ในร้านหนังสือนั้น ความเงียบงันที่เธอสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยกลับกลายเป็นกรงขังที่ทำร้ายเธอเองอย่างรุนแรง เธอเดินไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย โดยมีเมธาคอยเดินตามอยู่ไม่ห่าง
“ริน... เชื่อผมเถอะ ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันถูกต้องแล้ว” เมธากล่าวพลางเอื้อมมือจะมาจับไหล่เธอ แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบโดยอัตโนมัติ
เธอหยุดเดินกะทันหันก่อนจะหันมามองเมธาด้วยสายตาที่เย็นชาจนเขาต้องชะงัก “เมธา... บางที ความหวังดีของคุณก็เหมือนโซ่ตรวนที่กำลังรัดคอฉันอยู่ ฉันต้องการระยะห่างจากเขา แต่ฉันก็ต้องการอากาศหายใจด้วยเหมือนกัน”
เมธายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ รินรดาหันหลังเตรียมจะก้าวเดินต่อ ทว่าทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความในโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเธอเปิดอ่าน ข้อความนั้นกลับทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม
‘ดูเหมือนเธอจะลืมไปนะรินรดา ว่าปมในวัยเด็กที่เธอพยายามหนี... มันไม่ได้มีแค่ความทรงจำ แต่มันมีหลักฐานบางอย่างที่กวินทร์กำลังค้นพบในร้านหนังสือของเขา... ถ้าไม่อยากให้ความจริงทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้า ก็อย่าได้คิดจะถอยห่างจากเขาไปไหนอีก’
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอรีบหันกลับไปมองทางร้านหนังสือที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่บล็อก กวินทร์ในเวลานี้ไม่ได้ยืนอยู่ในร้าน แต่เขากำลังยืนอยู่ตรงหัวมุมถนน... ในมือของเขาถือภาพวาดเก่าๆ ที่เธอเคยทำหายไปเมื่อสิบปีก่อน ภาพวาดที่ยืนยันถึงตัวตนที่เธอพยายามซ่อนมาตลอดชีวิต!
น้ำผึ้งหยดแรกหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของรี้ดทุกคนเต้นแรงและร่วมลุ้นไปกับตัวละครของเรานะคะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 9
ระยะห่างที่ปลอดภัย
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!