ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 31

ความลังเล

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
รอยหมึกสีน้ำเงินซึมลามเป็นวงกว้างบนกระดาษสาเนื้อดี—มันคือภาพร่างของดอกกุหลาบสีขาวที่รินรดากำลังตั้งใจวาดทับรอยเปื้อน แต่ยิ่งเธอพยายามเกลี่ยสีให้กลมกลืนมากเท่าไหร่ รอยเปื้อนนั้นกลับยิ่งขยายวงกว้างและดูน่าเกลียดขึ้นทุกที "เธอลงน้ำหนักมือหนักเกินไปแล้วนะริน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่เอื้อมมาแตะข้อมือของเธอเบาๆ เพื่อหยุดยั้งพู่กันในมือ กวินทร์ยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่เคยทำให้หัวใจของเธอพองโตทุกครั้ง ทว่าในวินาทีนี้ รินรดากลับรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เธอค่อยๆ ชักมือกลับอย่างแนบเนียน พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปมองตู้หนังสือไม้สนเก่าแก่แทน "บางที... ฉันอาจจะแค่ไม่เหมาะกับการวาดอะไรที่มันต้องใช้ความประณีตมากๆ มั้งคะ" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว เบี่ยงเบนสายตาจากดวงตาคมคายที่มองมาด้วยความห่วงใย "พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ภาพของเธอมีความหมายกับฉันเสมอนะ" กวินทร์ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างเก้าอี้ของเธอ ดวงตาของเขาฉายแววอ่อนโยนราวกับต้องการโอบกอดความรู้สึกอันเปราะบางของเธอไว้ทั้งหมด "ไม่ว่ามันจะเปื้อนหรือผิดพลาดแค่ไหน สำหรับฉัน... มันก็ยังเป็นผลงานของริน" คำพูดนั้นควรจะทำให้เธออุ่นใจ แต่น่าแปลกที่ในอกข้างซ้ายกลับไหววูบอย่างประหลาด ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายยังคงติดอยู่ในความทรงจำราวกับหนามยอกอก ภาพที่เธอบังเอิญเห็นกวินทร์กำลังยืนคุยอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งหน้าร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น... มันช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน—มันคือรอยยิ้มแบบเดียวกันกับที่เขามักจะใช้มอบให้เธอในวันที่เธอรู้สึกเคว้งคว้าง หญิงสาวคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูกสาวของสำนักพิมพ์ชื่อดังที่เคยร่วมงานกับเขา และที่สำคัญที่สุด... เมธาเพื่อนสนิทของเธอเพิ่งจะส่งข้อความมาเตือนสติด้วยความหวังดี (หรืออาจจะประสงค์ร้ายลึกๆ) ว่า *"ผู้ชายแบบกวินทร์ เขาไม่ได้มีโลกใบเดียวหรอกนะริน เขามีพื้นที่สีเขียวในใจไว้ต้อนรับทุกคนเสมอแหละ เธอกำลังหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่าว่าตัวเองเป็นคนพิเศษจริงๆ"* รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสันกรามคมคายและจมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่มที่กำลังนั่งมองเธอด้วยความรัก ความลังเลที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจเริ่มกัดกินความเชื่อมั่นทีละน้อย เธออยากจะเชื่อใจเขา เธออยากจะเชื่อว่าตัวเองคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของชายผู้สร้าง "ไออุ่น" ให้เธอกล้าที่จะก้าวเดินออกมาจากปมในวัยเด็ก แต่ความกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง—ความกลัวที่ฝังรากลึกในจิตใต้สำนึก—กลับกระซิบเตือนเธอว่า ทุกสิ่งที่สวยงามมักจะมีวันจางหายเสมอ "กวินทร์คะ..." รินรดาเปล่งเสียงออกมาเบาหวิว ราวกับเกรงว่าเสียงของตัวเองจะแตกสลายกลางอากาศ "ถ้าวันหนึ่ง... มีคนที่เหมาะสมกับคุณมากกว่าเข้ามาในชีวิต คุณจะ..." "ไม่มีวันนั้นหรอก" กวินทร์ตัดบทขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง เขายื่นมือมาหมายจะกุมมือเธอไว้อีกครั้ง แต่วินาทีนั้นเอง รินรดากลับชักมือหลบโดยอัตโนมัติ การปฏิเสธทางกายภาพที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที กวินทร์ชะงัก มือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาคู่คมฉายแววประหลาดใจระคนเจ็บปวดวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะดึงมือกลับช้าๆ "ริน... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าช่วงนี้ เธอมีเรื่องปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่า ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเธอกำลังถอยห่างออกไปเรื่อยๆ ล่ะ" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว เธอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอกลัวแค่ไหน เธอกลัวการเป็นตัวเลือก กลัวการทุ่มเทความรู้สึกทั้งหมดให้คนคนหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ความบังเอิญในช่วงเวลาหนึ่งของเขาเท่านั้น แต่คำพูดเหล่านั้นติดอยู่แค่ริมฝีปาก ความหวาดระแวงทำให้เธอกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาวอีกครั้ง "เปล่าค่ะ... ฉันแค่เหนื่อยเฉยๆ" เธอยิ้มฝื่อนๆ กลบเกลื่อน "ช่วงนี้ฉันคงนอนน้อยไปหน่อย" กวินทร์มองหน้าเธอนิ่งนาน ราวกับพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตากลมโตที่สั่นระริก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความอบอุ่นที่เคยแผ่ซ่านอยู่รอบตัวเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด ชายหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เป็นการถอนหายใจที่ทำให้รินรด้ารู้สึกเจ็บแปลบในอกยิ่งกว่าการถูกต่อว่าเสียอีก "ถ้าเธอยังไม่พร้อมจะพูดความจริง... ฉันก็จะรอ" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่มีความเหนื่อยล้าเจืออยู่ในนั้น "แต่จำไว้นะริน ว่าฉันไม่เคยคิดจะไปไหนทั้งนั้น... ตราบใดที่เธอยังต้องการฉัน" ประโยคสุดท้ายนั้นลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ขณะที่รินรดานั่งนิ่งงัน จิตใจสับสนวุ่นวายระหว่างความต้องการที่จะวิ่งเข้าไปซบอوكอกแกร่งเพื่อลืมความหวาดระแวงทั้งหมด กับเสียงเตือนภัยในใจที่บอกให้เธอถอยห่างเพื่อปกป้องหัวใจตัวเอง แต่แล้ว... ความเงียบงันในร้านหนังสือก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานหน้าดังกรุ๊งกริ๊ง ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของเมธาก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาสีเข้มกวาดมองพวกเขาทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เพื่อนสนิทของเธอจะเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากวินทร์และรินรดา เมธาสูดหายใจเข้าลึกราวกับรวบรวมความกล้า แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา "ฉันคิดว่าเธอควรจะรู้ความจริงบางอย่างนะริน... เรื่องที่กวินทร์ไม่ได้บอกเธอเกี่ยวกับผู้หญิงคนที่ชื่อ 'พิมพ์' คนนั้น" ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของรินรดากับกวินทร์ในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - น้ำผึ้งหยดแรก
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%