"ริน... ออกมาเถอะ อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สามเลยว่าคนคนนี้ไม่มีวันเป็นที่พักพิงให้คุณได้"
เสียงทุ้มต่ำของเมธาไม่ได้ก้องกังวานด้วยความโกรธ แต่กลับสั่นสะท้านไปด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับเอาไว้ รินรดานิ่งค้างอยู่ในมุมมืดของร้านหนังสือที่เงียบสงัด มีเพียงกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่รอบกาย มือที่ถือสมุดสเก็ตช์ภาพของเธอสั่นระริกจนสันปกกระดาษขูดสีกับฝ่ามือเป็นรอยแดง
เมธายืนขวางอยู่ตรงประตูไม้โอ๊ค ดวงตาของเขาที่เคยอ่อนโยนและมองเธอด้วยความเอ็นดูเสมอมา บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยประกายของความหวังดีที่บิดเบี้ยว
"รินรดา อย่าทำหน้าแบบนั้น" เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว น้ำเสียงเริ่มอ่อนลงเหมือนกำลังปลอบเด็กหลงทาง "คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับกวินทร์... คุณเห็นเขาเป็นคนใจดี อบอุ่น เป็นผู้ชายที่ให้พื้นที่ปลอดภัยกับคุณ แต่นั่นมันก็แค่ฉากหน้า ผู้ชายที่ฉลาดเกินไป มักซ่อนคมมีดไว้ใต้รอยยิ้มเสมอ โดยเฉพาะกับผู้ชายที่มีอดีตมัวหมองแบบเขา"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ดวงตาคู่สวยสั่นไหว เธอพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อจะเอ่ยแย้ง แต่ลำคอกลับตีบตัน ความทรงจำในวัยเด็กที่เธอพยายามลบเลือนกลับแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง... ชื่อของคนคนนั้น... ชื่อที่อยู่ในบันทึกสีซีดจางของพ่อ ชื่อที่เป็นสาเหตุให้บ้านของเธอต้องแตกสลาย และชื่อนั้น... ก็คือชื่อกลางของกวินทร์
"ฉัน... ฉันแค่อยากคุยกับเขาให้รู้เรื่อง" รินรดาเค้นเสียงตอบออกไปแผ่วเบา
"คุณไม่มีอะไรต้องคุยกับเขาแล้ว" เมธาแทรกขึ้นทันควัน "ผมรวบรวมหลักฐานมามากพอที่จะบอกคุณได้ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรเข้าใกล้เขาอีก กวินทร์ไม่ใช่ฮีโร่ในนิยายที่คุณเขียนขึ้นมาหรอกนะริน เขาคือความอันตรายในคราบของความอบอุ่น... คุณกำลังเล่นกับไฟ และริน... ผมในฐานะคนที่เฝ้ามองคุณมาตลอดชีวิต จะไม่ยอมให้คุณต้องถูกเผาผลาญเพราะความใจอ่อนของตัวเองเด็ดขาด"
รินรดาถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นวางหนังสือจนหนังสือเล่มหนึ่งร่วงหล่นลงมา เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบ เธอจำได้ดีว่ากวินทร์เคยวางหนังสือเล่มนี้ไว้ตรงนั้นด้วยมือของเขาเอง มือที่ดูใจดี มือที่เธอเคยเผลอไผลไปสัมผัสด้วยความไว้ใจ
"พี่เมธากำลังก้าวก่ายเรื่องของรินมากเกินไปแล้วนะคะ" รินรดากลั้นใจพูดออกไป แม้เสียงจะสั่นเครือ "รินโตแล้ว รินรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร และรินมีสิทธิ์ที่จะเลือกเชื่อในสิ่งที่รินสัมผัสได้ ไม่ใช่สิ่งที่พี่เอามาตัดสินเขา"
เมธาหยุดชะงัก สีหน้าของเขาสะท้อนความเจ็บปวดลึกซึ้ง เขาไม่ได้โกรธที่เธอต่อต้าน แต่เขาสะเทือนใจที่ความหวังดีทั้งหมดกลับกลายเป็นกำแพงกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ
"สัมผัสเหรอ? คุณใช้ความรู้สึกที่เปราะบางของคนเพิ่งผ่านบาดแผลมาตัดสินคนอื่นเนี่ยนะริน?" เมธาหัวเราะขื่นๆ "ถ้าวันหนึ่งคุณรู้ความจริงว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับจุดจบของครอบครัวคุณมากแค่ไหน คุณจะยังพูดคำนี้ออกมาได้อีกไหม?"
คำพูดของเมธาดังเหมือนเสียงฟ้าผ่าลงกลางใจรินรดา ภาพในบันทึกที่เธอเคยเขียนทับลงไปซ้ำๆ ด้วยรอยหมึกสีเข้ม ราวกับจะตอกย้ำว่าอดีตที่เธอหวาดกลัวที่สุด กำลังหวนกลับมาหาเธอในรูปแบบของชายหนุ่มที่เธอเริ่มมีใจให้จริงๆ
"ออกไปจากร้านนี้เดี๋ยวนี้" เมธาสั่งเสียงเฉียบขาด "ถ้าคุณไม่ออกไป ผมจะเป็นคนพาคุณออกไปเอง และกวินทร์... ผมจะจัดการเรื่องของเขาในแบบที่ผมถนัด เพื่อไม่ให้คนอย่างเขาได้มีโอกาสทำลายชีวิตใครได้อีกเป็นครั้งที่สอง"
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ เธอเห็นมือของเมธาเอื้อมมาหวังจะคว้าข้อมือของเธอ แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสผิวหนังของเธอ แสงไฟในร้านหนังสือก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมที่คุ้นเคย กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกวินทร์โชยมาปะทะจมูกท่ามกลางความมืดมิด
"ดูเหมือนว่าจะมีคนไม่ได้รับเชิญมาทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบในร้านของผมนะครับ"
เสียงนุ่มลึกของกวินทร์ดังก้องออกมาจากมุมมืด น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่กลับมีความเยือกเย็นที่ทำให้น้ำแข็งในใจของเมธาเกาะตัวแข็ง รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากข้างกาย เมื่อกวินทร์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับเมธาอย่างเงียบเชียบ
"คุณมาทำอะไรที่นี่ เมธา? และที่สำคัญกว่านั้น..." กวินทร์เว้นจังหวะ ก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้รินรดาจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขา "...คุณกำลังจะพา 'คนของผม' ไปไหนงั้นหรือ?"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นสมรภูมิเงียบที่ไร้เสียงปืน ความกดดันที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออกพุ่งเข้าใส่รินรดาจนเธอต้องหลับตาลงแน่น ในวินาทีนั้นเอง กวินทร์ก็ก้มลงมาใกล้จนปลายผมของเขาแตะกับผิวแก้มของเธอ ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน
"อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ใครบอก... แม้แต่เรื่องที่อยู่ในบันทึกเล่มนั้น เพราะบางที... คนที่จดบันทึกเรื่องราวในอดีต อาจจะเป็นคนเดียวกับที่กำลังหลอกใช้คุณอยู่ในตอนนี้ก็ได้"
รินรดาลืมตาขึ้นทันที เธอหันไปมองเมธาที่ยืนหน้าซีดเผือดท่ามกลางเงามืด ก่อนจะเบนสายตาไปหากวินทร์ที่กำลังยิ้มอย่างละมุนละไม... รอยยิ้มที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่า ในแววตาที่ดูอ่อนโยนนั้น มันกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
น้ำผึ้งหยดแรกขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของรินรดาในตอนนี้ด้วยหัวใจนะคะ
ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ•ตอนที่ 13
คำเตือนจากคนใกล้ตัว
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ไออุ่นโอบกอดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!