"ข้าว่าเจ้าควรเลิกเอาเศษเหล็กพวกนั้นมาขัดสีฉวีวรรณเสียที มันไม่ได้ช่วยให้เวทมนตร์ของเจ้าเสถียรขึ้นหรอกนะ ริน"
เสียงหวานใสที่เจือแววอ่อนล้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน เซเลสเทียทิ้งตัวลงนั่งพิงผนังหินผุพังของซากโบราณสถาน เปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนจากกองไฟดวงเล็กๆ ที่รินเพิ่งจุดขึ้นด้วยการนำหินเวทมนตร์เสื่อมสภาพมาขัดสีจนเกิดประกายความร้อน ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของนางให้ดูงดงามราวกับภาพวาดโบราณ แม้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากศึกหนักเมื่อครู่จะยังคงปรากฏชัดบนเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก็ตาม
รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ชายหนุ่มไม่ได้ละสายมือจากการใช้กระดาษทรายหยาบขัดเกลาแท่งโลหะสีดำสนิทที่เก็บมาจากซากศพของอดีตผู้พิทักษ์แห่งพันธสัญญา—บอสลับที่เพิ่งถูกพวกเขาผนึกกลับลงไปในหลุมด้วยไหวพริบและการผสมผสานไอเทมอย่างไร้ขีดจำกัดของเขาเอง
"อาจารย์อย่าเพิ่งดูถูกเศษเหล็กพวกนี้นะคะ" รินเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟ "ของพวกนี้แหละค่ะที่จะทำให้เราไม่ต้องเดินเท้าเปล่าข้ามดินแดนรกร้างไร้พรมแดนในวันพรุ่งนี้ แถมยังอาจจะแปลงร่างเป็นยานพาหนะติดเทอร์โบเจ๋งๆ ให้เราได้ด้วยนะ"
เซเลสเทียถอนหายใจยาว นางยอมแพ้กับการอธิบายความไร้สาระของลูกศิษย์คนนี้เสียแล้ว ตั้งแต่ที่นางสูญเสียความทรงจำส่วนใหญ่และตื่นขึ้นมาในโลกเสมือนจริงแห่งนี้ ชีวิตของจอมเวทผู้เคยยิ่งใหญ่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายและการเก็บขยะริมทาง แต่แปลก... ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มคนนี้กลับทำให้ความหนาวเหน็บในจิตวิญญาณของนางค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย
บรรยากาศรอบตัวในยามค่ำคืนใต้แสงดาวของดินแดนไร้พรมแดนช่างกว้างใหญ่และเงียบสงบ ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่ท้องฟ้าจำลองธรรมดา แต่เป็นระบบกราฟิกขั้นสูงที่จำลองกลุ่มดาวนับล้านดวงเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ราวกับมหาสมุทรแห่งดวงดวงประกายที่ไม่มีวันสิ้นสุด เสียงลมพัดผ่านซากปรักหักพังดังหวีดหวิวคล้ายเสียงกระซิบจากอดีตกาล แต่เมื่อมีเสียงหัวเราะเบาๆ และกลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อย่างแห้งที่รินดึงออกมาจากช่องเก็บของ ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ก็พลันมลายหายไปสิ้น
"อ่ะนี่ค่ะ ข้าแบ่งให้" รินยื่นไม้เสียบเนื้อย่างที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นให้หญิงสาว "ทานเสียหน่อยเถอะนะคะ พลังมานาของอาจารย์เพิ่งจะฟื้นฟูจากการปลดปล่อยมหาเวทบทนั้น ร่างกายในเกมถึงจะไม่หิวโหยแบบโลกจริง แต่การเติมเต็มค่าความเหนื่อยล้าด้วยของอร่อยๆ ก็ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้นะ"
เซเลสเทียรับไม้เนื้อย่างมาถือไว้ นิ้วเรียวยาวสัมผัสกับความอุ่นที่แผ่ซ่าน นางมองหน้าชายหนุ่มครู่หนึ่งก่อนจะกัดลงไปเบื้องเบา รสชาติกลมกล่อมและความชุ่มฉ่ำกระจายไปทั่วปาก ทำให้ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มออกมาบางเบา—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ขอบใจนะ... ริน" น้ำเสียงของนางนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขานั่งเคียงข้างกันในความเงียบอันแสนสบาย มีเพียงเสียงปะทุของกองไฟเบาๆ เป็นเพื่อนซี้ รินถือโอกาสนี้เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบทรัพยากรที่เก็บเกี่ยวมาได้ตลอดทั้งวัน ระบบเกมแสดงผลสถิติ ไอเทม และค่าความสัมพันธ์ (Affinity) ระหว่างเขากับตัวละคร NPC ระดับสูงอย่างเซเลสเทียที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดจำกัดสีทองอร่าม
[ประกาศระบบ: ค่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น 'ริน' และ NPC 'เซเลสเทีย' บรรลุเงื่อนไขพิเศษ 'สายใยแห่งพันธสัญญา' ปลดล็อกทักษะประสาน 'เสียงสะท้อนแห่งนิรันดร์']
รินกะพริบตาปริบๆ เมื่อหน้าต่างแจ้งเตือนสีทองเด้งขึ้นมากลางอากาศ เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าการนั่งพักผ่อนกินเนื้อย่างใต้แสงดาวเฉยๆ จะทำให้ระบบปลดล็อกสกิลลับที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากทักทายอาจารย์สาวข้างกาย สิ่งผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้น
อุณหภูมิรอบกองไฟลดฮวบลงอย่างฉับพลันในพริบตา!
เปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนที่เคยลุกโชนเมื่อครู่หดตัวลงเหลือเพียงสะเก็ดไฟริบหรี่ ราวกับถูกความเย็นยะเยือกจากห้วงลึกดึงดูดเอาพลังงานทั้งหมดไป ลมหายใจของเซเลสเทียเปลี่ยนเป็นไอสีขาวจางๆ นางดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ดวงตาสีไพลินเข้มกวาดมองไปรอบตัวด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ที่เฉียบคม
"ริน... ระวังตัว!" เสียงของนางตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พื้นดินใต้ซากโบราณสถานเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ไม่ใช่การสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวธรรมดา แต่เป็นคลื่นพลังงานมานาสีดำทมิฬที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นหิน และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น... คือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่ไม่อยู่ในข้อมูลแผนที่ของระบบ
รินผุดลุกขึ้นยืนตาม มือขวาคว้าแท่งโลหะที่เพิ่งขัดเสร็จขึ้นมาถือไว้มั่น แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่แววตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความตื่นตัวและไหวพริบที่ถูกปลุกเร้า
ทว่า ในวินาทีที่เงาร่างปริศนาภายใต้ผ้าคลุมขาดวิ่นก้าวพ้นจากความมืดของเงาไม้มาหยุดอยู่ใต้แสงจันทร์ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นก็ประสานเข้ากับสายตาของเซเลสเทียโดยตรง พร้อมกับเสียงแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของนรกที่เอ่ยวาจาออกมาด้วยนามที่ทำให้ลมหายใจของจอมเวทสาวถึงกับสะดุดกัก
"พบตัวแล้ว... เจ้าหญิงแห่งแดนสนธยาผู้ทรยศ... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการหนีมาหลบซ่อนอยู่กับเด็กเก็บขยะคนนี้ จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือของ 'สภาวะนิรันดร์' ได้?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเสียงหัวเราะและมิตรภาพอันอบอุ่นนี้นะคะ!
เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน•ตอนที่ 18
ค่ำคืนใต้แสงดาว
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!