เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน•ตอนที่ 4

จอมเวทผู้ไร้ความทรงจำ

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและดินชื้นแฉะผสมปนเปอยู่ในสายลมยามค่ำคืนของ ‘เขตซากปรักหักพังเซนทิเนล’ พื้นที่รกร้างระดับยี่สิบห้าที่ผู้เล่นส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง เนื่องจากมอนสเตอร์จำพวกโกเลมเศษเหล็กมักจะตื่นขึ้นมาเดินตรวจตราในยามวิกาล รินย่อตัวลงต่ำ มือข้างหนึ่งสวมถุงมือหนังเก่าคร่ำคร่า เขากำลังใช้คีมเหล็กขนาดเล็กคีบแผ่นวงจรเวทมนตร์สีครามจางๆ ออกมาจากซากอกของหุ่นยนต์รบโบราณที่พังทลาย ดวงตากลมโตภายใต้ฮู้ดสีซีดพราวระยับด้วยความตื่นเต้น “ชิ้นส่วนแกนพลังงานระดับกลาง... สภาพยังสมบูรณ์ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แบบนี้ ถ้าเอาไปหลอมรวมกับตัวกรองเวทมนตร์ของคถาเก่า คงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับมานาได้อีกโขเลยล่ะค่ะ” รินพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี นิ้วเรียวตวัดเก็บไอเทมลงในกระเป๋าคาดเอวที่ดูภายนอกเหมือนจะเล็ก แต่ถูกดัดแปลงช่องเก็บของด้วยรูesเวทมนตร์ระดับประถมจนจุของได้มหาศาล โลกในเกม ‘ดินแดนไร้พรมแดน’ แห่งนี้สำหรับผู้เล่นคนอื่นอาจเป็นสนามรบอันดุเดือดเพื่อแย่งชิงชื่อเสียงและไอเทมแรร์ แต่สำหรับรินแล้ว ที่นี่คือมหาสมุทรแห่งขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ใต้กองขยะ กรอบหน้าต่างสีฟ้าใสของระบบปรากฏขึ้นเบาๆ [ท่านได้รับ: แผ่นวงจรเวทมนตร์เสื่อมสภาพ (Rare) x1] [ท่านได้รับ: เศษโลหะผสมไทเทเนียม (Common) x3] [ความชำนาญทักษะ ‘เนตรนักคัดแยก’ เลื่อนระดับเป็น Lv.42] รินหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนที่เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่ผิดจังหวะจะดังแว่วมาจากซอกตึกหมันศิลาที่พังทลาย *แกร็ก... โคร้ม!* เสียงโลหะกระทบพื้นหิน ตามด้วยเสียงหอบหายใจที่ขาดช่วงและแผ่วเบaจนแทบกลืนหายไปกับสายลม รินชะงักมือที่กำลังเก็บอุปกรณ์ ร่างกายขยับไวกว่าความคิด เขาดีתตัวหลบเข้าหลังเสาหินขนาดใหญ่ ดวงตาหรี่ลงวิเคราะห์สถานการณ์ทันที ทักษะติดตัว ‘ประสาทสัมผัสแห่งซาก’ ทำงานอัตโนมัติ ส่งสัญญาณเตือนเป็นคลื่นสีส้มอ่อนๆ ที่มุมสายตา ไม่ใช่เสียงของโกเลมลาดตระเวน... แต่นี่คือลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่กำลังโรยรา “ใครกันคะนั่น?” รินเอ่ยถามออกไปเสียงเบา แต่ชัดเจนพอที่จะสะท้อนไปตามซอกตึก ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลากร่างบางอย่างยากลำบาก และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก รินขมวดคิ้วเล็กน้อย ความลังเลฉายชัดบนใบหน้า แม้ในเกมนี้การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ NPC หรือผู้เล่นอื่นที่บาดเจ็บอาจนำมาซึ่งภาระหรือกับดักอันตราย แต่สัญชาตญาณลึกๆ ของนักสำรวจกลับบอกว่าเขาทิ้งคนเจ็บไว้ตรงนี้ไม่ได้ ก้าวเท้าสั้นๆ พาตัวเองอ้อมเสาหินออกไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของรินสะดุดไปชั่วขณะ ร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดำและรอยเลือดสีแดงฉาน เส้นผมสีเงินยวงที่เคยยาวสลวยและเปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ บัดนี้พันกันยุ่งเหยิงและชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ เปลือกตาปิดสนิท ริมฝีปากซีดเผือดไร้สีเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ คถาประจำตัวที่เคยส่องประกายอานุภาพมหาเวท บัดนี้แตกหักเป็นสองท่อนอยู่ในมือที่ยังคงกำมันแน่น “อาจารย์...?” รินอุทานออกมาเบาหวิว หัวใจกระตุกวูบ ร่างนั้นคือเซเลสเทีย จอมเวทสาวผู้ลึกลับ ผู้ที่เคยยืนหยัดอย่างสง่างามและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจเหนือผู้ใดในเขตแดนชั้นใน เหตุใดจึงมานอนหายใจรวยรินอยู่ในซากปรักหักพังระดับต่ำเช่นนี้ได้? รินพุ่งเข้าไปประคองร่างที่เย็นเฉียบนั้นทันที อ้อมแขนโอบอุ้มแผ่นหลังที่สั่นเทาเล็กน้อย ความเสียหายบนร่างของเธอน่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการ บาดแผลฉีกขาดจากการโจมตีของเวทมนตร์ธาตุไฟรุนแรงปรากฏเด่นชัดที่หัวไหล่ขวา มานาในร่างกายปั่นป่วนจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าสีฟ้าแลบแปลบปลาบออกมาตามผิวหนัง “อาจารย์คะ ได้ยินฉันไหม? ตั้งสติก่อนนะคะ!” รินร้องเรียกพลางมือไม้ลนลานควานหาโพชั่นฟื้นฟูระดับสูงในกระเป๋า เขาหยิบขวดแก้วคริสตัลบรรจุน้ำยาสสีเขียวมรกตออกมา เปิดจุกด้วยฟันแล้วประคองศีรษะของเธอขึ้นมาป้อน ของเหลวเย็นฉ่ำไหลผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก แสงสีเขียวจางๆ เปล่งประกายรอบตัวเซเลสเทีย ช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บภายนอกให้ปิดสนิทลงอย่างช้าๆ ทว่า... ลมหายใจของเธอกลับยังคงติดขัด และสีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความทรมาน จังหวะนั้นเอง เปลือกตาสีมุกก็ค่อยๆ ขยับไหว เซเลสเทียปรือตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยคมกริบและเต็มไปด้วยความรู้แจ้งนับร้อยปี บัดนี้กลับว่างเปล่า ใสซื่อ และไร้ซึ่งโฟกัสราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก เธอมองหน้าของรินนิ่งนานด้วยความสับสนระคนหวาดระแวง “คุณ... เป็นใครกันคะ?” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงเยือกเย็นทรงอำนาจที่รินคุ้นเคยแม้แต่น้อย ไหล่บางห่อเข้าหากันโดยสัญชาตญาณเมื่อเธอพยายามจะถอยหนี แต่เพราะพิษบาดแผลทำให้ร่างกายนอนนิ่งอยู่กับที่ รินชะงักค้าง มือที่ประคองร่างเธออยู่สั่นระริก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด “อาจารย์... จำฉันไม่ได้จริงๆ หรือคะ? ฉันรินไงคะ ลูกศิษย์ของคุณ... คนที่เดินเก็บขยะด้วยกันทุกวันไงคะ” เซเลสเทียส่ายศีรษะช้าๆ อย่างไร้เดียงสา นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นกุมขมับตัวเองราวกับมีความทรงจำบางอย่างกำลังทิ่มแทงสมองจนเจ็บปวด เธอมองรอบกายด้วยแววตาตื่นตระหนก ราวกับโลกใบนี้เป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ากลัวสำหรับเธอ “ฉัน... ฉันจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ... ที่นี่ที่ไหน? แล้วฉัน... เป็นใครกันแน่?” *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงันของค่ำคืน หน้าต่างสีแดงเข้มปรากฏขึ้นตรงหน้าของรินอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่ง [แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ภารกิจลับเฉพาะตัวละคร ‘พันธนาการแห่งความทรงจำ’ เริ่มต้นขึ้นอัตโนมัติ!] [สถานะเป้าหมาย: NPC เซเลสเทีย สูญเสียความทรงจำระยะยาว 100% | มานาแกนกลางเสียหายขั้นวิกฤต] [คำเตือนจากระบบ: หากไม่สามารถฟื้น 0.1% ของความทรงจำภายใน 72 ชั่วโมง ตัวตนของเซเลสเทียจะถูกรีเซ็ตโดยสมบูรณ์ และโลกใบนี้จะสูญเสียมหาเวทผู้ค้ำจุนสมดุลไปตลอดกาล!] [ไอเทมที่ต้องใช้ในการซ่อมแซมแกนมานา: ? ? ? (ยังไม่ปลดล็อก)] รินมองตัวเลขเวลาถอยหลัง 72:00:00 ที่กำลังกระพริบเป็นสีแดงฉานอยู่เหนือศีรษะของอาจารย์สาว ก่อนที่สายตาจะเลื่อนกลับมาสบกับดวงตาที่ไร้เดียงสาทว่าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวคู่นั้น ในความเงียบสงบของเขตซากปรักหักพัง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสือคู่กำลังดังก้องใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงคำรามต่ำทุ้มของมอนสเตอร์ระดับสูงที่ถูกดึงดูดด้วยกลิ่นอายมานาที่รั่วไหลของเซเลสเทีย! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและอาจารย์เซเลสเทียนะคะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%