เสียงขูดขีดของโลหะขึ้นสนิมกับหินทราย ดังเสียดแท่นโสตประสาทท่ามกลางความเงียบงันของซากปรักหักพังแห่งมหาวิหารดารากาล รินไม่ได้สนใจฝุ่นผงที่ร่วงหล่นลงมาเลอะเปื้อนเสื้อผ้าทอใยไผ่ราคาถูกของเขา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้ปีกหมวกปีกกว้างกำลังจดจ่ออยู่กับการใช้คีมเหล็กดัดแปลงชิ้นส่วนกลไกเฟืองทองเหลืองที่หลุดรอดมาจากซากโกเลมพิทักษ์รุ่นโบราณ
"ถ้าเราเชื่อมแกนเวทมนตร์ระดับต่ำเข้ากับแผ่นวงจรของเศษซากพวกนี้... อืม ค่าความทนทานน่าจะเพิ่มขึ้นอีกสักสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ" รินพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า ขณะที่มือก็ยังคงทำงานอย่างคล่องแคล่ว
ไม่ไกลจากกองซากเหล็กเหล่านั้น เซเลสเทียกำลังนั่งอยู่บนแท่นหินสลักลวดลายดาราศาสตร์ที่ผุกร่อน ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมนักเวทสีน้ำเงินเข้มขยับเล็กน้อย ปลายคางเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าครามกระจ่างใสจ้องมองแผ่นกระดาษม้วนเก่าในมือด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนแปลกใจ
กระดาษแผ่นนั้นคือแผนผังภูมิศาสตร์ของดินแดนไร้พรมแดนที่รินเพิ่งใช้สกิล 'เนตรนักประเมินขยะ' แกะรอยขึ้นมาจากขยะเวทมนตร์ ทว่าสำหรับเซเลสเทีย มันกลับไม่ใช่แค่แผนที่ธรรมดา... ทุกครั้งที่สายตากวาดผ่านตัวอักษรโบราณเหล่านั้น ความปวดแปลบราวกับเข็มทิ่มแทงก็แล่นริ้วขึ้นมาในสมอง ภาพความทรงจำสีเทาหม่นที่ขาดวิ่นราวกับฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆ พยายามจะฉายซ้ำ แต่มันก็เลือนหายไปทุกที
"เจ้า... กำลังทำอะไรอยู่กันแน่?" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ
รินเงยหน้าขึ้นจากกองขยะ ดวงตาเป็นประกายด้วยความกระตือรือร้น "กำลังเตรียมเสบียงสำรวจค่ะอาจารย์! ดินแดนข้างหน้าไม่ได้มีแค่ซากปรักหักพังธรรมดา ระบบเพิ่งส่งสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างแมปเกมตรงนี้มีความหนาแน่นสูงมาก ถ้าเราไม่มีอุปกรณ์กรองคลื่นมานา อาจจะเดินหลงเข้าไปในมิติซ้อนทับแล้วหาทางออกไม่เจอเอานะคะ"
เซเลสเทียขมวดคิ้วเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวลูบไล้ขอบไม้เท้าคริสตัลที่วางพิงกาย "ข้า... จำไม่ได้ว่าเคยต้องเตรียมตัวยุ่งยากเช่นนี้ในการเดินทางเวทมนตร์"
"นั่นเพราะอาจารย์เก่งเกินไปต่างหากล่ะคะ" รินหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของเขาเจือความอบอุ่นที่ชวนให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด "แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วนี่คะ อาจารย์สูญเสียความทรงจำส่วนใหญ่ไป แถมพลังเวทก็ยังถูกผนึกไว้บางส่วน... การมีเพื่อนร่วมทางคอยช่วยเก็บกวาดเศษซากและหาทางหนีทีไล่ น่าจะอุ่นใจกว่าการเดินหน้าไปคนเดียวมิใช่หรือคะ?"
เซเลสเทียชะงักไป ดวงตาสีฟ้าครามกวาดมองชายหนุ่มตรงหน้าผู้มีรอยยิ้มเปื้อนฝุ่นดิน รินไม่ใช่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีพลังทำลายล้างที่สั่นสะเทือนแผ่นดินไหวเหมือนตัวละครในตำนานที่เธอยังพอหลงเหลือเค้าลางความทรงจำอยู่บ้าง เขาเป็นเพียง 'เซียนเก็บขยะ' ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับการรีไซเคิลสิ่งไร้ค่าให้กลับมามีชีวิตชีวา
แต่ทว่า... ในแววตาคู่นั้นไม่มีความโลภ ไม่มีรังสีอำมหิต และไม่มีความสมเพชเวทนา มีเพียงความจริงใจที่บริสุทธิ์ราวกับผืนน้ำในฤดูใบไม้ผลิ
"ข้าเป็นตัวภาระสำหรับเจ้าต่างหาก" เซเลสเทียเอ่ยเสียงแผ่วเบa เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเปราะบางที่ฉายชัดในแววตา "ข้าจำชื่อตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ... บางที ข้าอาจจะเป็นปีศาจที่ถูกผนึกไว้ตามตำนานที่พวกเจ้าเล่าขานกันก็ได้"
รินวางคีมในมือลง เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นเบาๆ เขาไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับเดินเข้าไปใกล้ร่างระหงนั้นช้าๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้า ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน
"ถ้าอาจารย์เป็นปีศาจจริงล่ะก็..." รินเอียงคอยิ้มแย้ม "ป่านนี้ข้าคงโดนกลืนกินวิญญาณไปตั้งแต่ตอนที่เก็บอาจารย์ได้จากกองขยะหลังเมืองเริ่มต้นแล้วล่ะค่ะ แต่ดูสิตอนนี้... นอกจากจะช่วยข้าตรวจจับกับดักเวทมนตร์ได้แม่นยำกว่าเข็มทิศเวทระดับตำนานแล้ว อาจารย์ยังบ่นเรื่องชาสมุนไพรฝีมือข้าจืดเกินไปทุกวันเลยนะคะ"
มุมปากของเซเลสเทียกระตุกขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะยิ้มแต่ก็พยายามกลั้นไว้ "ข้า...ไม่ได้บ่นสักหน่อย ข้าแค่ติชมตามความเป็นจริง"
"ค่ะๆ ตามใจอาจารย์เลยค่ะ" รินหัวเราะร่วน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้น แววตาที่มองตรงมายังเธอนั้นลึกล้ำและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น "ฟังนะคะอาจารย์... รินไม่ใช่คนที่มีความฝันยิ่งใหญ่อะไรหรอกค่ะ แค่อยากเดินสำรวจโลกใบนี้ไปเรื่อยๆ เก็บของแปลกๆ มาดัดแปลง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในแบบของตัวเอง แต่การเดินทางคนเดียวมันเหงาเกินไป... และโลกใบนี้ ก็อันตรายเกินกว่าที่คนความจำเสื่อมคนหนึ่งจะเดินสะพายไม้เท้าเดินเคว้งคว้างอยู่ลำพัง"
รินยื่นมือขวาที่เปื้อนคราบเขม่าดินออกไปข้างหน้า ฝ่ามือเปิดออกกว้างโดยไม่มีอาวุธหรือกลอุบายใดๆ
"มาทำพันธสัญญาการสำรวจกันเถอะค่ะอาจารย์... ไม่ใช่ในฐานะผู้ควบคุมกับผู้ถูกควบคุม ไม่ใช่ในฐานะจอมเวทผู้สูงส่งกับคนเก็บขยะต๊อกต๋อย แต่เป็น 'เพื่อนร่วมทาง' ที่จะก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันไปจนกว่าเราจะไขปริศนาความทรงจำของอาจารย์ และค้นพบขุมทรัพย์สุดยอดแห่งดินแดนไร้พรมแดนนี้ด้วยกัน"
เซเลสเทียมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า หัวใจในอกเต้นระรัวอย่างประหลาด ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่าน1เข้าสู่ก้นบึ้งของจิตวิญญาณที่เหน็บหนาวมาเนิ่นนาน ราวกับเทียนเล่มน้อยที่ถูกจุดขึ้นในห้องมืดมิด
นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ วางทาบลงบนฝ่ามือของชายหนุ่ม สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจ ทันใดนั้น แสงสีทองเรืองรองก็สว่างวาบขึ้นรอบตัวเขาทั้งสอง ร่างกายของเซเลสเทียเบาหวิวราวกับลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว
[ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือนพิเศษ: ผู้เล่น 'ริน' และ NPC ลึกลับ 'เซเลสเทีย' ได้บรรลุเงื่อนไข 'พันธสัญญาแห่งการสำรวจ' (Exploration Covenant) สำเร็จ!]
[สถานะความสัมพันธ์ยกระดับสู่: "สหายร่วมศรัทธา" (Soul-Bound Companions)]
[ปลดล็อกสกิลประสาน: 'เสียงสะท้อนแห่งดารากาล' (Echo of Astral Spells) - อนุญาตให้แชร์มานาและผนวกค่าสถานะการประดิษฐ์เข้ากับเวทมนตร์โบราณได้]
รินฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ กำมือของเธอไว้แน่นเบาๆ "เยี่ยมไปเลยค่ะอาจารย์ แบบนี้คราวหน้าเวลาเจอโกเลมยักษ์ เราจะได้ไม่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอีกต่อไปแล้ว!"
เซเลสเทียถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ แม้จะรู้สึกเขินอายกับความกระตือรือร้นเกินเหตุของอีกฝ่าย แต่ความรู้สึกโล่งอกและปลอดภัยที่เอ่อล้นอยู่ในอกกลับทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาบางๆ เป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้งกลางฤดูหนาว
ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหายจากริมฝีปาก พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ฝุ่นผงจากผนังมหาวิหารร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะ เสียงคำรามต่ำทุ้มราวกับเสียงสะท้อนจากขุมนรกดังขึ้นจากใต้พื้นดินลึก เสียงโลหิตเดือดพล่านและเสียงโซ่ตรวนเหล็กกล้ากระทบกันก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
หน้าต่างระบบสีแดงฉานนับร้อยบานดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่เปลี่ยนเป็นโทนเสียงเตือนภัยระดับสูงสุดที่รินไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต!
[คำเตือนระดับวิกฤตสูงสุด! ตรวจพบการตื่น ▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖▖]
[สิ่งมีชีวิตระดับหายนะ 'ผู้กลืนกินดวงดาว' ที่ถูกผนึกไว้ใต้ซากวิหาร ได้รับรู้ถึงคลื่นมานาจากพันธสัญญาของท่าน และกำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนานนับหมื่นปี...]
ดวงตาสีฟ้าครามของเซเลสเทียเบิกกว้างขึ้นสุดขีด สีหน้าของเธอกลายเป็นซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด ร่างกายสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะภาพความทรงจำสีเลือดที่พรั่งพรูทะลักทะลายเข้าสู่สมองจนแทบระเบิด และเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากความมืดมิดในหัว...
*“ในที่สุด... เจ้าก็กลับมาหาข้าแล้ว... เซเลสเทีย”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและอาจารย์เซเลสเทียนะคะ!
เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน•ตอนที่ 5
พันธสัญญาแห่งการสำรวจ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!