กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่เจือจางอยู่ในเนื้อไม้เก่าๆ ของโต๊ะทำงานตัวนั้น ไม่ใช่สิ่งที่รินควรจะพบเจอในเมืองท่าการค้าอย่างเซเรนเดียเลยแม้แต่น้อย
"ริน... ข้าว่าเรากำลังถูกมอง"
น้ำเสียงของเซเลสเทียที่ดังขึ้นเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาวเหน็บข้างใบหู ทำให้ปลายนิ้วที่กำลังคีบเศษเฟืองทองแดงขึ้นมาพินิจพิจารณาของชายหนุ่มชะงักกึก รินไม่ได้หันขวับไปมองรอบกายทันที—นั่นคือปฏิกิริยาของมือสมัครเล่น—เขายังคงรักษารอยยิ้มสบายๆ บนใบหน้า ปล่อยให้สายตาไล่เลี่ยสำรวจเงาสะท้อนบนผิวทองเหลืองขัดมันของชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเวทมนตร์ที่เพิ่งเก็บมาจากกองขยะท้ายกิลด์
ในเงาสะท้อนขนาดเท่าเหรียญเงินนั้น ปรากฏเงาดำทึบสองสายกำลังเคลื่อนไหวสอดรับกับจังหวะก้าวเดินของพวกเขาอย่างแม่นยำเกินกว่าจะเป็นความบังเอิญ ไม่ว่าพวกเขาจะเลี้ยวซอกซอยแคบแค่ไหน หรือแวะร้านค้าปลีกข้างทางอย่างไร รัศมีห่างสามสิบเมตรนั้นไม่เคยคลาดเคลื่อน แม้แต่วินาทีเดียว
"ดูเหมือนของมีค่าชิ้นนี้ จะมีคนอยากได้คืนสินะคะ" รินส่งเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางโยนเฟืองชิ้นนั้นลงในย่ามหนังเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยเศษขยะเวทมนตร์รีไซเคิล แต่เบื้องหลังท่าทีผ่อนคลายนั้น สมองของเขากำลังประมวลผลระบบสถิติและแผนที่มิติของเกม VRMMO อย่างรวดเร็ว
ดินแดนไร้พรมแดนแห่งนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่ผู้เล่นทั่วไปจะสำรวจได้ครบถ้วน ระบบ AI ของเกมมีความฉลาดล้ำลึกจนบางครั้งพฤติกรรมของ NPC หรือมอนสเตอร์แทบไม่ต่างจากมนุษย์จริงๆ แต่สิ่งที่กำลังสะกดรอยตามพวกเขาอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ NPC ธรรมดา และไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไปแน่นอน จิตสังหารที่ถูกกดทับไว้อย่างแนบเนียน รัศมีการยืนที่ปิดกั้นมุมอับสายตา และที่สำคัญที่สุดคือ—ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า
มันคือ "นักล่าเงา" มอนสเตอร์ระดับสูงหรือคลาสลับของผู้เล่นที่เชี่ยวชาญการสะกดรอยโดยเฉพาะ?
"พวกมันไม่ได้ต้องการของในย่ามของเจ้าหรอกค่ะริน" เซเลสเทียขยับตัวเข้ามาชิดแผ่นหลังของชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งแตะลงบนข้อศอกของเขาเบาๆ ความทรงจำอันเลือนรางของเธอเกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์โบราณเริ่มสั่นไหว ดวงตาสีฟ้าครามประกายแสงเรืองรองจางๆ ใต้ฮู้ดคลุมศีรษะ "พลังงานเวทที่หลงเหลืออยู่ในตัวข้า... มันกำลังส่งสัญญาณเตือน พวกมันตามรอย 'ไอเวท' ของอารยธรรมที่สาบสูญต่างหาก"
รินเหลือบมองอาจารย์สาวลึกลับที่มักจะเยือกเย็นเสมอ แต่ในยามนี้ริมฝีปากบางเฉียบกลับเม้มเข้าหากันแน่น ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความทรงจำที่ขาดหายไปทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด แม้ในโลกเกมจำลองเสมือนจริงแห่งนี้ ความผูกพันที่เติบโตขึ้นผ่านการแบ่งปันเสบียง การนั่งผิงไฟร่วมกันในถ้ำมืด และการช่วยกันดัดแปลงไอเทมไร้ค่าให้กลายเป็นเครื่องมือเอาตัวรอด ทำให้เขารู้สึกว่าเซเลสเทียไม่ใช่แค่ตัวละคร NPC ในเควสต์ แต่คือสหายร่วมรบที่เขาต้องปกป้องด้วยชีวิต
"ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์ ต่อให้พวกมันจะมาจากขุมนรกไหน ถ้ารินคนนี้ยังอยู่ จะไม่มีใครแตะต้องเส้นผมของอาจารย์ได้แม้แต่เส้นเดียว"
รินกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและมั่นคง รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงความทะเล้นไว้เช่นเคย แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกลับฉายแววคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกซ่อนไว้ในฝัก
ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มก็แกล้งสะดุดขาตัวเองล้มลงไปข้างหน้า เสียงย่ามหนังที่อัดแน่นด้วยเศษเหล็กและขยะเวทมนตร์กระทบกับพื้นหินดังโคร้งคราม ดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างในตลาดมืดแห่งนั้นให้หันมามองเป็นตาเดียว ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่รินแกล้งทำเป็นก้มเก็บของอย่างไร้ระเบียบ มือขวาของเขากลับซ่อนกลไกประหลาดที่เพิ่งประกอบขึ้นจากเศษแก้วเวทมนตร์และผลึกแสงจันทร์
*แกร๊ก! ฟู่—!*
กลุ่มควันสีขาวหนาจัดพวยพุ่งขึ้นปกคลุมตรอกแคบๆ ทันที ทัศนวิสัยรอบด้านดิ่งลงสู่ศูนย์ในพริบตา เสียงฝีเท้าที่พยายามวิ่งเข้ามาตะครุบเหยื่อชะงักงอนลงด้วยความตกใจ รินคว้าข้อมือเรียวของเซเลสเทียไว้แน่นแล้วพุ่งตัวเข้าสู่ประตูทางหนีไฟของโรงประมูลเก่าที่เขาแอบสำรวจเส้นทางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนเดินเข้ามา
การก้าวเท้าแต่ละครั้งถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำผ่านระบบการรับรู้พื้นที่ของอาชีพ "เซียนเก็บขยะ" ที่ปกติมักถูกมองว่าเป็นอาชีพสายซัพพอร์ตไร้ค่า แต่ในมือของริน การสำรวจซอกหลืบและเศษซากสถาปัตยกรรมทำให้เขากลายเป็นเจ้าแห่งการเคลื่อนไหวในที่อับสายตาได้อย่างน่าทึ่ง พวกเขาเร้นกายขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของอาคารร้างที่มองเห็นวิวของเมืองท่าเซเรนเดียได้ทั่วทั้ง 360 องศา
เสียงหอบหายใจแผ่วเบาของเซเลสเทียดังคลอไปกับเสียงลมที่พัดผ่านโครงสร้างไม้ผุพัง รินปล่อยมือจากข้อมือของเธออย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัด ก่อนจะหันไปสำรวจรอยต่อของหน้าต่างเพื่อเตรียมกลไกป้องกันขั้นต่อไป
"พวกมันไวกว่าที่คิดนะคะ..." เซเลสเทียเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ เธอยกมือขึ้นแตะขมับราวกับพยายามนึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เจ็บปวด "ความรู้สึกนี้... ตอนที่ข้าสูญเสียความทรงจำไปครึ่งหนึ่ง มีเงารูปแบบนี้คอยไล่ล่าข้าอยู่ตลอดเวลา พวกมันไม่ใช่ผู้เล่น และไม่ใช่ระบบเกมปกติ... พวกมันคือ 'ผู้กวาดล้าง' จากหอคอยแห่งพันธสัญญา"
รินชะงักมือที่กำลังขันน็อตผลึกเวท เขาหันกลับมามองใบหน้าอันงดงามที่ตอนนี้ซีดเผือดลงเล็กน้อย
"ผู้กวาดล้างเหรอคะ? หมายความว่าตัวตนของอาจารย์ไปกระตุ้นเงื่อนไขลับอะไรบางอย่างในระบบหลักของเกมอย่างนั้นหรือ?"
"ข้าก็ไม่แน่ใจ..." เซเลสเทียส่ายหน้าช้าๆ นัยน์ตาสีฟ้าครามทอประกายความสับสนและหวาดกลัวที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน "แต่ข้ารู้สึกได้ว่า... ยิ่งเราเดินทางร่วมกันนานเท่าไหร่ และยิ่งพลังเวทของข้าฟื้นคืนมามากเท่าไหร่ รัศมีการตามล่าของพวกมันก็จะยิ่งกว้างขึ้นและรุนแรงขึ้นเท่านั้น เจ้าอาจจะกำลังเอาชีวิตมาเสี่ยงเพราะข้า... ริน เจ้าควรจะ—"
"หยุดพูดเรื่องไร้สาระเลยค่ะอาจารย์!" รินเอ่ยแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้เจือแววหยอกล้อเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยความจริงจังหนักแน่นที่ทำให้เซเลสเทียต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ เขายื่นมือออกไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบนั้นไว้อีกครั้ง ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านผิวสัมผัส "รินเลือกที่จะเดินร่วมทางกับอาจารย์ด้วยความสมัครใจนะคะ ขยะที่คนอื่นโยนทิ้ง รินยังเก็บมาขัดจนกล of ของมีค่าได้ นับประสาอะไรกับเรื่องราวของอาจารย์ล่ะคะ? ต่อให้มันจะเป็นความลับที่น่ากลัวแค่ไหน หรือมีกองทัพผู้กวาดล้างตามล่าขอบฟ้า รินก็ไม่คิดจะปล่อยมือคู่นี้หรอกค่ะ"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความจริงใจนั้น ทำให้ดวงตาของเซเลสเทียเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของชายหนุ่มเข้า ฌ ซึมลึกถึงก้นบึ้งของจิตใจที่โดดเดี่ยวมาเนิ่นนาน เธอกำลังจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาเพื่อตอบรับ
*ตึง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างของอาคารร้างดังขึ้นขัดจังหวะ แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน โครงสร้างไม้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
รินหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าห้องทันที รอยยิ้มจางๆ กลับมาประดับบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด
"ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้มาแค่เงาแล้วสินะคะ..."
รินพึมพำเบาๆ พลางหยิบผลึกเวทสีดำสนิทที่เก็บมาจากซากศพของมอนสเตอร์ระดับบอสในดันเจี้ยนก่อนหน้าออกมาถือไว้ในมือ กลไกการทำงานของมันเริ่มสั่นพ้องกับพลังงานบางอย่างที่อยู่เบื้องล่าง พื้นห้องใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากำลังเปลี่ยนสภาพเป็นรอยร้าวสีม่วงเรืองแสง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบสีแดงฉานขนาดมหึ่มาราวกับม่านเลือดก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าของรินและเซเลสเทีย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังก้องกังวานเสียดแก้วหูจนระบบประสาทแทบช็อก—
**[แจ้งเตือนระบบหลัก: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "ผู้สังเกตการณ์ภายนอกมิติ"]**
**[ภารกิจลับระดับ SSS: "เงาแห่งพันธสัญญาที่ถูกลืม" เริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ]**
**[คำเตือน: ตัวตนของท่านถูกล็อคเป้าหมายโดย "ทูตสวรรค์แห่งความร่วงโรย" ผู้เล่นรินและตัวละครเซเลสเทียจะถูกส่งไปยัง "เขตแดนต้องห้าม" ภายใน 5 วินาที]**
**[5... 4... 3...]**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ขุดคุ้ยความลับ และเติบโตไปพร้อมกับรินและเซเลสเทียเสมอนะคะ!
เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน•ตอนที่ 15
ศัตรูที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!