กลิ่นอายของสนิมเหล็กและเศษซากเวทมนตร์โบราณคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ยามที่รินตวัดปลายดาบไม้เนื้อแข็งผุกร่อนในมือออกไปเป็นเส้นโค้งครึ่งวงกลม เสียงแหวกอากาศหวีดหวิวอย่างน่ากลัวสะท้อนก้องไปทั่วผนังหินบะซอลต์สีดำสนิทของ "หุบเขาไร้เสียง" สถานที่ซึ่งไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ นอกจากการเคลื่อนไหวของลมหายใจและการกระแทกกระทั้นของพลังมานาที่ดิบเถื่อน
"ช้าเกินไปค่ะริน... มุมองศาในการก้าวเท้าขวาของคุณเมื่อครู่ ทำให้จุดศูนย์ถ่วงเปิดช่องว่างกว้างถึงสามเซนติเมตร หากคู่ต่อสู้เป็นสัตว์อสูรระดับราชันย์ แขนข้างนั้นของคุณคงไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้เก็บกวาดแล้วนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยอันลึกล้ำดังขึ้นจากเบื้องบน เซเลสเทียยืนสงบนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน ร่างระหงในอาภรณ์คลุมสีครามเข้มพลิ้วไหวตามแรงลม ดวงเนตรสีนิลคู่นั้นสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มผู้กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาของอาจารย์สาวลึกลับเต็มไปด้วยความซับซ้อน—ระหว่างความคาดหวัง ความกังวล และเงาจางๆ ของความทรงจำที่ยังคงเลือนรางในห้วงคำนึงของเธอเอง
รินปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า รอยยิ้มบางๆ ที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเสมอในยามปกติ ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่หาดูได้ยาก เขาก้มลงมองเศษซากโลหะเวทมนตร์ที่ตนเองเพิ่งใช้ทักษะ [ดัดแปลงขยะเวท] หลอมรวมเข้ากับดาบไม้จนเกิดเป็นเกราะป้องกันบางเฉียบที่คมกริบ
"ผมไม่ได้ช้าลงสักหน่อยครับ... เอ๊ย! ไม่ได้ช้าลงสักหน่อยนะคะอาจารย์" รินรีบแก้คำพูดพร้อมแลบลิ้นด้วยความเขินอาย เมื่อนึกขึ้นได้ถึงข้อตกลงเรื่องการใช้น้ำเสียงระหว่างการฝึกฝน "แค่กำลังทดลองดูว่า ถ้าผมยอมเปิดช่องว่างตรงหัวไหล่ เพื่อล่อให้เป้าหมายพุ่งเข้ามาในระยะประชิด แล้วใช้ไอเทมขยะชิ้นนี้สวนกลับ มันจะคุ้มค่าความเสี่ยงไหมต่างหากล่ะคะ"
เซเลสเทียถอนหายใจเบาๆ เสียงถอนหายใจนั้นแผ่วเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม แต่รินกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน ร่างบางก้าวลงมาจากชะง่อนผาด้วยก้าวเท้าที่ไร้เสียงราวกับภูตพราย ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเด็กหนุ่ม ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้ชิดเสียจนรินได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่เติบโตท่ามกลางความหนาวเหน็บ
นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนเอื้อมออกไปแตะที่ปลายดาบไม้ในมือรินเบาๆ พลังมานาสีเงินยวดยิ่งไหลรินจากปลายนิ้วของเธอเข้าสู่ตัวดาบ ทำให้รอยร้าวที่เกิดจากการปะทะเมื่อครู่ประสานเข้าหากันจนสนิท
"การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนไร้พรมแดนแห่งนี้ ไม่ใช่เกมที่ผู้เล่นจะสามารถกดปุ่มชุบชีวิตได้ตามใจชอบนะคะริน..." เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นสบตา เขa ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำและเปราะบางในคราวเดียวกัน "ทุกครั้งที่คุณบาดเจ็บ... หัวใจของฉัน... มันรู้สึกเหมือนมีรอยแผลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรอยโดยไร้สาเหตุ เพราะฉะนั้น ได้โปรด... อย่าเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับแผนการบ้าบิ่นแบบนั้นอีกเลยนะคะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงลมในหุบเขาที่เคยคำรามราวกับสัตว์ร้ายพลสงบลงทันที รินนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ หัวใจในอกเต้นรัวขึ้นอย่างผิดจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝน แต่เป็นเพราะความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในช่องอกอย่างกะทันหัน เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่สดใสที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา
"เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์! ถ้าอย่างนั้น... ในกระบวนท่าต่อไป ผมสัญญาว่าจะไม่เปิดช่องว่างแม้แต่มิลลิเมตรเดียวเลยค่ะ!"
รินปรับลมหายใจเข้าลึกว่าเดิม ปิดกั้นความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมด ทิ้งความโลภในการเก็บสะสมไอเทมขยะลงชั่วคราว ดึงสมาธิทั้งหมดมารวมไว้ที่จุดศูนย์กลางของร่างกาย ระบบเกม VRMMO แสดงผลหน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งใสขึ้นตรงหน้า แจ้งเตือนระดับความเหนื่อยล้า (Fatigue) และอัตราการซิงโครไนซ์มานากับเซเลสเทียที่พุ่งสูงถึง 89% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
*ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบดังขึ้นจากความมืดมิดของถ้ำเบื้องล่าง เงาร่างของ "อสูรเงาโลหะ (Metallic Shadow Beast)" มอนสเตอร์ระดับบอสย่อยที่มีรูปร่างคล้ายสุนัขป่าผสมกับเครื่องจักรกลโบราณ ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่ทั้งสองคนด้วยความกระหายเลือด เขี้ยวเล็บที่ทำจากแร่เหล็กกล้าสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์วับวาว
นี่คือการทดสอบจริงครั้งสุดท้ายที่เซเลสเทียจัดเตรียมไว้เพื่อฝึกฝนทักษะการปกป้องของริน!
"มาแล้วนะคะอาจารย์!" รินตะโกนลั่น พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมเท่าตัว ดาบไม้ในมืออาบไล้ด้วยแสงสีทองจากการผสานเศษขยะเวทมนตร์ระดับตำนานที่เขาเพิ่งซ่อมแซมเมื่อวานนี้
เซเลสเทียไม่ได้ขยับตัวตาม เธอยืนกอดอกมองดูการเติบโตของลูกศิษย์หนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ แต่ในขณะเดียวกัน ปลายนิ้วมือข้างที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อคลุมกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างไร้สาเหตุ อักษรเวทโบราณสีดำสนิทปรากฏขึ้นชั่วขณะบนหลังมือของเธอ ก่อนจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังขึ้นในหัวของเซเลสเทียเอง—*‘พวกมัน... ตามมาถึงที่นี่แล้ว’*
รินเหวี่ยงดาบเข้าปะทะกับกรงเล็บของอสูรเงาโลหะอย่างจัง ประกายไฟแตกกระจายสว่างวาบทั่วทั้งหุบเขาไร้เสียง แรงปะทะทำให้แขนของเขาสั่นสะท้าน แต่ด้วยทักษะการกระจายน้ำหนักที่เซเลสเทียเพิ่งสอน ทำให้เขาสามารถรักษาฐานรากเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว!
"เยี่ยมมากค่ะ!" เซเลสเทียเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทว่า ในวินาทีที่รินกำลังจะใช้จังหวะนี้พลิกตัวกลับเพื่อเผด็จศึกอสูรเงาโลหะด้วยการโจมตีครั้งเดียว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว รอยแยกสีดำสนิทนับร้อยสายแตกขยายออกราวกับใยแมงมุม ปลดปล่อยกลิ่นอายความมืดอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับจนลมหายใจติดขัด
ไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ในหุบเขา... แต่มีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าและน่าสะกลัวกว่ากำลังลืมตาตื่นขึ้นจากหลุมศพโบราณเบื้องล่าง!
หน้าต่างระบบสีแดงฉานกะพริบวาบขึ้นตรงหน้าของรินและเซเลสเทียพร้อมกันอย่างรุนแรง เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมดังขึ้นซ้ำๆ ด้วยโทนเสียงที่ผิดเพี้ยนจนน่ากลัว—
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากพื้นที่เขตหวงห้ามระดับมหาเทพ]*
*[คำเตือน: ภารกิจลับ [เงาแห่งอดีต] ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นรินและเซเลสเทียเข้าสู่เขตอาคมกักขังโดยสมบูรณ์]*
*[ความลับที่ถูกผนึกมานานนับพันปี... กำลังจะลืมตาขึ้นเพื่อทวงคืนทุกสิ่ง]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ขุดคุ้ยความลับ และเติบโตไปพร้อมกับรินและเซเลสเทียเสมอนะคะ!
---
ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน•ตอนที่ 16
การฝึกฝนในหุบเขาไร้เสียง
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!