กลิ่นอายของสนิมเหล็กและเศษซากคริสตัลโบราณคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดเบื้องล่าง ร่างของรินทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินเย็นเฉียบ ขณะที่แถบพลังชีวิตของเขา (HP) กระพริบเตือนเป็นสีแดงฉานในระดับวิกฤต แรงกดดันมหาศาลจากอสูรพิทักษ์ดันเจี้ยนระดับตำนานที่ถูกปลุกโดยความผิดพลาดของระบบ กำลังบดขยี้ออกซิเจนในปอดจนหมดสิ้น
"เด็กโง่..."
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่ก้องกังวานดังกขึ้นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไร้ชีวิตชีวา แต่เป็นน้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่รินไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากของเธอ—เซเลสเทีย
อาจารย์สาวลึกลับก้าวผ่านม่านหมอกสีเทาเข้ามายืนเบื้องหน้า ร่างระหงที่มักจะห่อหุ้มด้วยอาภรณ์เวทเรียบง่าย บัดนี้กลับเปล่งประกายแสงสีเงินยวดยิ่งราวกับดวงดาวนับพันดวงที่กำลังระเบิดออกในความมืดมิด ลวดลายอักษรโบราณนับร้อยปรากฏขึ้นลอยคว้างรอบกายเธอ หมุนวนด้วยอัตราเร็วที่ทำให้ห้วงอากาศบิดเบี้ยว
"อาจารย์..." รินพยายามเปล่งเสียงผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา มือข้างหนึ่งกำเศษโลหะไร้ค่าที่เก็บมาจากกองขยะเมื่อสามชั่วโมงก่อนแน่น แม้ในยามคับขันเช่นนี้ สัญชาตญาณของนักเก็บขยะผู้มองโลกในแง่บวกของเขายังคงทำงาน—สมองกำลังคำนวณว่าเศษเฟืองชิ้นนี้จะสามารถนำมาดัดแปลงเป็นโล่สะท้อนเวทได้หรือไม่ หากพวกเขารอดไปได้
แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่เปิดโอกาสให้คิดเรื่องนั้นแล้ว
เบื้องหน้าของพวกเขา ไอความมืดสีดำสนิทรวมตัวกันเป็นเงาทมิฬขนาดยักษ์ มันคือ "ผู้กลืนกินกาลเวลา" บอสลับที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินแดนไร้พรมแดน แรงสั่นสะเทือนจากการขยับตัวของมันทำให้ผนังถ้ำถล่มลงมาเป็นฝนหินผา เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นดวงเนตรสีนิลคู่นั้นเปลี่ยนเป็นประกายสีครามบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความลังเล ไร้ซึ่งความเยือกเย็นชาแบบที่เคยเป็น มีเพียงความทรงจำที่แตกสลายอันดุเดือดที่กำลังไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงจิตสำนึกของเธอ
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้สืบทอดแห่งพันธสัญญา”*
ประโยคสุดท้ายจากผนึกโบราณยังคงก้องกังวาน และทันใดนั้น ร่างของเซเลสเทียก็พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง เธอยื่นมือเรียวบางออกไปสัมผัสกับความมืดมิดโดยตรง
*เปรี้ยงงงงง!*
คลื่นพลังเวทระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงอัดมหาศาลซัดรินจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำด้านหลัง แต่แปลกเหลือเกินที่ไม่มีเศษหินก้อนไหนตกลงมาโดนตัวเขาเลยแม้แต่น้อย พื้นที่รอบตัวถูกอาบไล้ด้วยบาตรเวทสีเงินยวงที่อบอุ่นและปลอดภัย แตกต่างจากภายนอกที่พายุแห่งความโกลาหลกำลังคำรามลั่น
รินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ภาพที่เขาเห็นในเวลานี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ธรรมดา แต่คือการรื้อถอนโครงสร้างของระบบเกมโดยสมบูรณ์ ข้อมูลโค้ดสีเขียวและแดงนับล้านบรรทัดไหลทะลักออกมาจากรอยแยกของมิติ รอบตัวเซเลสเทีย
"พลังนี่มัน... ไม่ใช่แค่ระดับเวทมนตร์ขั้นสูงแล้ว..." รินพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวตนที่เขาพาเดินทางร่วมกันมาตลอดหลายสัปดาห์ แท้จริงแล้วแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงใด
เซเลสเทียลอยตัวอยู่กลางอากาศ เส้นผมสีเงินยาวสลวยปลิวไสวไปตามกระแสพลังงานที่เธอเป็นผู้ควบคุม บัดนี้ความทรงจำที่เคยเลือนรางของเธอกลับชัดเจนขึ้นทีละน้อย ภาพของสงครามโบราณ ภาพของคำสัญญาที่ให้ไว้ และภาพของรอยยิ้มที่ไม่ควรจะหลงลืม... ทุกอย่างไหลทะลักเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน
“ข้าตามหาเจ้า... ข้ามผ่านกาลเวลาอันยาวนานเพื่อมาพบกับเศษเสี้ยวเหล่านี้” เซเลสเทียพึมพำ เสียงของเทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนรากฐานของดันเจี้ยนทั้งหลัง
เธอยกมือขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ อักษรโบราณแปรเปลี่ยนเป็นดาบแสงนับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้าตรึงอร่างของ "ผู้กลืนกินกาลเวลา" จนมันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนไปทั่วชั้นหิน แต่ทว่า การปลดปล่อยพลังระดับนี้ไม่ได้มาฟรีๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากเนียนของอาจารย์สาว ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด และรอยร้าวสีทองจางๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นบนผิวแก้มของเธอ—สัญญาณเตือนภัยจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดของร่างจำแลง
รินเห็นดังนั้น หัวใจของเขาก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกอบอุ่นจากการได้รับการปกป้องถูกแทนที่ด้วยความกังวลอย่างฉับพลัน เขาลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเนื้อตัว แม้เรี่ยวแรงจะยังกลับมาไม่เต็มร้อย แต่เขารู้ดีว่าตนเองจะยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้
"อาจารย์! พอได้แล้ว! ถ้าฝืนมากกว่านี้ร่างของท่านจะ..." รินตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของบอส
เซเลสเทียหันกลับมามองเขาเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นมีความอ่อนโยนลึกซึ้งฉายชัดขึ้นมาภายใต้แสงสว่างวาบ "ริน... เจ้าเด็กเก็บขยะผู้โง่เขลา เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าการได้พบเจ้า... ทำให้ข้าอยากปกป้องโลกใบนี้มากแค่ไหน"
คำพูดนั้นทำให้รินชะงักงัน เคมีและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจากการเดินทางร่วมกัน การแบ่งปันเสบียงอาหาร การนั่งผิงไฟในคืนอันหนาวเหน็บ และบทสนทนารั่วไหลไร้สาระ ทั้งหมดได้หล่อหลอมให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าอาจารย์กับลูกศิษย์ไปเสียแล้ว
รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาหยิบเศษเฟืองชิ้นเดิมขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น มือข้างที่ถือเฟืองเริ่มสั่นน้อยๆ แต่รอยยิ้มมั่นใจกลับปรากฏขึ้นบนมุมปาก
"ถ้าอาจารย์อยากปกป้องโลกใบนี้..." รินยิ้มกว้าง แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด น้ำเสียงของเขากลับเต็มไปด้วยความหนักแน่นที่หาได้ยาก "งั้นผมในฐานะลูกศิษย์... ก็จะช่วยอาจารย์ 'รีไซเคิล' เจ้ายักษ์ตัวนี้ให้กลายเป็นวัตถุดิบชั้นยอดเอง!"
เขากระโดดพุ่งทะยานขึ้นไปตามซากหินที่กำลังลอยตัว อาศัยจังหวะที่ผู้กลืนกินกาลเวลาถูกตรึงไว้ด้วยเวทของเซเลสเทีย รินขว้างเศษเฟืองชิ้นนั้นออกไป พร้อมกับตะโกนเรียกใช้ทักษะลับที่เขาเพิ่งค้นพบจากการผสมไอเทมขยะ
*ติ๊ง! ระบบตรวจพบการประยุกต์ใช้ทักษะพิเศษ [แปรสภาพสมบัติจากเศษซาก] เป็นกรณีพิเศษ...*
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของริน พร้อมกับแสงสว่างวาบสีทองอร่ามที่สาดส่องทะลวงความมืดมิดทั้งหมดในดันเจี้ยน และก่อนที่สติของทุกคนจะหลุดลอยไปกับแรงระเบิดครั้งสุดท้าย หน้าต่างสีแดงฉานขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น
[แจ้งเตือนระบบ: เสร็จสิ้นเงื่อนไขลับ! ปลดล็อกดันเจี้ยนต้นกำเนิดระดับ SSS: "หอคอยแห่งการล่มสลายและปฐมกาล" — ผู้เล่นรินและเซเลสเทีย ได้รับสิทธิ์ในการท้าทายบททดสอบสุดท้ายของผู้สร้างระบบ...]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและอาจารย์เซเลสเทียเสมอนะคะ
เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน•ตอนที่ 24
พลังที่แท้จริง
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!