กลิ่นอายความชื้นของดินและคราบเขม่าจากเตาหลอมเวทมนตร์ชั่วคราวลอยอวลอยู่ภายในซากโบราณสถานแห่งกาลทวาร รินกำลังใช้คีมทองเหลืองคีบเศษเฟืองโบราณที่เคลือบด้วยคราบหินแร่สีเทาขึ้นมาจากอ่างน้ำยาชะล้าง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นเลนส์กลมฉายแววพึงพอใจ ขณะที่นิ้วเรียวยาวหมุนพลิกชิ้นส่วนนั้นเพื่อตรวจสอบร่องรอยสลักอักษรเวทระดับล่างที่ยังคงทำงานอยู่เบื้องหลังชั้นสนิมหนา
"ถ้าขัดคราบออกด้วยน้ำยาจากผลึกจันทราอีกรอบ เฟืองชิ้นนี้น่าจะนำไปดัดแปลงเป็นตัวกระตุ้นกลไกกับดักในเขตดันเจี้ยนชั้นถัดไปได้พอดีนะคะอาจารย์" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับเหลือบสายตาไปมองหญิงสาวร่างสูงระหงที่นั่งอยู่บนแท่นหินแกะสลักลวดลายดาราศาสตร์
เซเลสเทียไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตาสสีครามคู่สวยทอดมองออกไปเบื้องนอกผ่านช่องหน้าต่างหินที่พังทลาย แสงจันทร์สีนวลยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับเรือนผมสีเงินยววงของเธอจนเกิดประกายระยิบระยับราวกับละอองดาว ร่างบางในชุดคลุมนักเวทสีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างามแต่ทว่าโดดเดี่ยว และในแววตานั้นมีความลังเลระคนความว่างเปล่าที่รินคุ้นเคยดี—มันคือร่องรอยของความทรงจำที่ขาดหาย ซึ่งเธอกำลังพยายามไขว่คว้ากลับคืนมาในทุกๆ ย่างก้าวของการเดินทาง
"เจ้านี่... หมกมุ่นอยู่กับขยะพวกนี้ได้ไม่เบื่อเลยสินะ ริน" เสียงหวานทุ้งเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงด้วยความอ่อนโยนจางๆ ที่มีเพียงรินเท่านั้นที่จะสังเกตเห็น
"มันไม่ใช่แค่ขยะหรอกนะคะอาจารย์ ในมือของเซียนเก็บขยะ สิ่งเหล่านี้คือวัตถุดิบชั้นยอดที่รอวันเกิดใหม่ต่างหากล่ะคะ" รินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะวางชิ้นส่วนลงในกระเป๋าหนังมิติที่ส่งเสียงกุ๊กกั๊กจากเหล่าไอเทมเบ็ดเตล็ดด้านใน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก ความเงียบสงบยามดึกถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ รินขยับตัวยืนขึ้นโดยสัญชาตญาณ มือขวาแตะเข้าที่ด้ามมีดสั้นรีไซเคิลข้างเอวอย่างแนบเนียน ขณะที่เซเลสเทียยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก มีเพียงพลังเวทออร่าสีครามจางๆ ที่เริ่มหมุนวนรอบปลายนิ้วของเธออย่างเงียบเชียบ
"โอ๊ะ โอ๋ อย่าเพิ่งระแวงกันขนาดนั้นเลยครับคุณริน และท่านจอมเวทผู้สูงศักดิ์... พวกเราไม่ได้มาเพื่อหาเรื่องวิวาทในยามวิกาลแบบนี้หรอกนะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย่อหยิ่งเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเท้าพ้นเงาเสาหินของชายหนุ่มร่างสูงในชุดเกราะหนังสีดำสนิท ประดับตราสัญลักษณ์รูปกรงเล็บเพลิง ซึ่งเป็นเครื่องหมายของ 'กิลด์อัคคีทมิฬ' ปาร์ตี้ระดับแนวหน้าของโซนนี้ ผู้นำกลุ่มคือ 'บาส蒂안' (บาสเตียน) นักรบรับจ้างผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และผลประโยชน์ที่ต้องมาก่อนมิตรภาพเสมอ
รินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่เป็นมิตรบนใบหน้ายังคงอยู่ แต่แววตากลับเยียบเย็นลงอย่างรวดเร็ว "ถ้าไม่มีธุระสำคัญ ดึกดื่นป่านนี้ในเขตอันตรายแบบนี้ คนจากกิลด์ใหญ่อย่างพวกคุณคงไม่มาเดินชมจันทร์เล่นหรอกมั้งคะ"
บาสเตียนหัวเราะในลำคอ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องโบราณสถาน ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ร่างระหงของเซเลสเทียแวบหนึ่งด้วยความหวาดหวั่นปนความโลภ จากนั้นจึงเบนกลับมาที่รินด้วยรอยยิ้มการค้า "ฉลาดสมคำร่ำลือจริงๆ ครับคุณริน... เอาล่ะ ผมไม่อ้อมค้อมนะ ความจริงแล้วผมได้รับมอบหมายให้มาเจรจาเรื่องสำคัญกับคุณโดยเฉพาะ"
เซเลสเทียขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาสีครามคมกราบตวัดมองบาสเตียนราวกับจะแช่แข็งเขาให้กลายเป็นจุลด้วยสายตาเพียงครั้งเดียว แรงกดดันทางเวทมนตร์แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา แต่บาสเตียนกลับยกมือขึ้นยอมจำนนเล็กน้อย แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมของเขาก็ตาม
"ท่านจอมเวทโปรดใจเย็นก่อนเถอะครับ สิ่งที่ผมจะพูดในวันนี้... อาจจะทำให้ท่านสนใจมากกว่าที่คิดก็ได้นะ" บาสเตียนหันกลับมาหา2รินอีกครั้ง น้ำเสียงลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบ "คุณรินก็รู้ใช่ไหมครับว่าการเดินทางร่วมกับ... คนที่สูญเสียความทรงจำ และไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร หรือมีภัยมืดอะไรรออยู่ข้างหน้า มันเป็นภาระที่หนักหนาแค่ไหน?"
รินนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ สีหน้ายังคงราบเรียบ แต่มือที่กำด้ามมีดสั้นเริ่มกระชับแน่นขึ้น
"กิลด์อัคคีทมิฬของเรามีทรัพยากร มีฐานที่มั่นที่ปลอดภัย และมีข้อมูลลับเกี่ยวกับ 'แดนชำระบาตรัตติกาล' พื้นที่ระดับสูงที่พวกคุณกำลังจะไป" บาสเตียนยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงยั่วยวน "สิ่งที่คุณรินต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบระดับตำนาน ตำราเวทโบราณ หรือเงินตรารวมถึงสิทธิ์ในการครอบครองไอเทมหายากทั้งหมด... เราพร้อมจะสนับสนุนคุณทุกอย่าง ขอเพียงแค่..."
บาสเตียนเว้นจังหวะ ปรายตาไปยังเซเลสเทียที่นั่งนิ่งสนิท "เพียงแค่คุณถอนตัวจากการเป็นผู้ติดตามและผู้คุ้มกันของเธอ... แล้วหันมาทำสัญญาร่วมมือกับเราแทน"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหวีดหิวผ่านซากกำแพงหินด้านนอก
รินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ทำให้บาสเตียนถึงกับคิ้วกระตุก "หึ... ข้อเสนอฟังสรุปได้น่าสนใจดีนี่คะ ให้ทรัพยากร ให้ข้อมูล ให้ความสะดวกสบายทุกอย่างแลกกับการที่ฉัน... ต้องทิ้งอาจารย์ไปอย่างนั้นเหรอคะ?"
"มันไม่ใช่การทิ้งครับคุณริน แต่มันคือการ 'เลือกทางเดินที่ฉลาดที่สุด' ต่างหาก" บาสเตียนรีบเสริม "คุณก็เห็นแล้วนี่ว่าเธอเป็นใครก็ไม่รู้ แถมพลังเวทของเธอก็ยังไม่เสถียร วันดีคืนดีถ้าเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา คนที่จะซวยที่สุดก็คือตัวคุณเองนะ การอยู่กับตัวถ่วงระดับ SSS แบบนี้ มันมีแต่จะฉุดรั้งอนาคตของคุณในเกมนี้ไปเปล่าๆ"
"ตัวถ่วง... อย่างนั้นเหรอคะ?"
น้ำเสียงของรินเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความนิ่งสงบที่น่ากลัว รินก้าวเท้าเข้าไปใกล้บาสเตียนช้าๆ แววตาที่เคยใสซื่อและมองโลกในแง่บวกบัดนี้กลับฉายประกายแวววาวราวกับนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกำมือ
"คุณอาจจะมองว่าอาจารย์เป็นภาระ เป็นตัวถ่วง หรือเป็นแค่ความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า... แต่สำหรับฉันแล้ว การได้เห็นอาจารย์ค่อยๆ พยายามประกอบชิ้นส่วนความทรงจำของตัวเองทีละนิด ได้เดินทางร่วมกันผ่านความยากลำบาก ได้เห็นรอยยิ้มจางๆ เวลาที่เธอพบเบาะแสสำคัญ... นั่นคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าไอเทมระดับตำนานชิ้นไหนๆ ในโลกใบนี้ทั้งหมดเลยนะคะ"
บาสเตียนหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า "คุณริน... อย่าใช้อารมณ์มาตัดสินเรื่องธุรกิจเลยครับ คิดให้ดีๆ การปฏิเสธกิลด์เราในเขตพื้นที่นี้..."
"ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้นแล้วล่ะค่ะ เพราะคำตอบของฉันคือ... 'ไม่' ค่ะ" รินตัดบททันควัน รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความเฉียบคม "และอีกอย่างนะคะ... การที่คุณมาเจรจาต่อรองลับหลังแบบนี้ โดยคิดว่าฉันจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจนทิ้งคนสำคัญไป... มันแสดงว่าคุณไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของ 'เซียนเก็บขยะ' คนนี้เลยแม้แต่น้อย"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของริน อากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว ร่างของเซเลสเทียที่เคยนั่งนิ่งอยู่บนแท่นหินได้หายไปจากจุดเดิมในพริบตา!
เปรี๊ยะ! เสียงประทุของสายฟ้าสีครามบริสุทธิ์สว่างวาบขึ้นกลางความมืด พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนร่างของบาสเตียนและลูกสมุนจนเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความหวادกลัว ดวงตาสีครามคู่สวยของเซเลสเทียมองลงมาที่พวกเขาจากเบื้องบน ราวกับเทพเจ้าที่กำลังตัดสินบาปของมนุษย์ตัวจ้อย
"เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา..." เสียงหวานกังวานแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกหลุดออกจากริมฝีปากของเซเลสเทีย "บังأญ... มายุ่งกับสหายร่วมทางของข้าอย่างนั้นหรือ?"
บาสเตียนหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิ้วเดียว พลังเวทระดับที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนกำลังบีบอัดอากาศรอบตัวจนหายใจไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของรินและเซเลสเทียพร้อมๆ กันอย่างกะทันหัน—
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการแทรกแซงพื้นที่จากบุคคลภายนอก!]
[คำเตือน: ผู้เล่น 'บาสเตียน' ได้ทำการปลดปล่อยผนึกพลังงานต้องห้ามระดับสูงโดยไม่ได้รับอนุญาต]
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: "เงาแห่งพันธสัญญาเลือด" ถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์แบบโดยเจตจำนงแห่งความโลภ!]
"...เอ๊ะ?" รินอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความประหลาดใจ เมื่อพื้นหินโบราณสถานเบื้องล่างเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกสีดำสนิทแผ่ขยายออกราวกับใยแมงมุม และจากรอยแยกนั้นเอง... ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและเซเลสเทียมาจนถึงบทนี้นะคะ!
เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน•ตอนที่ 26
ผู้ทรยศในเงามืด
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเก็บขยะกับมหาเวทผู้หลงทางในดินแดนไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!