แสงไฟสีแดงจากป้ายสัญญาณฉุกเฉินเหนือประตูห้องทำงานสะท้อนสาดส่องลงบนใบหน้าของศิลาและพิมมาดา ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ในพื้นที่ปิดทึบ ความโกลาหลเบื้องนอกยังคงดำเนินต่อไป เสียงตะโกนสั่งการของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผสมผสานกับเสียงล้อเลื่อนเตียงฉุกเฉินบนพื้นกระเบื้องยางดังแว่วเข้ามาผ่านบานประตูหนา แต่ภายในรัศมีไม่กี่ตารางเมตรนี้ กลับมีเพียงความเงียบงันอันหนักหน่วงที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หมอพิม"
ศิลาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเขาไม่ได้เจือแววเยาะเย้ยถากถางเช่นทุกครั้ง ตรงกันข้าม มันกลับราบเรียบจนน่ากลัว เป็นความราบเรียบที่ซ่อนแรงกระเพื่อมรุนแรงไว้ภายในเบื้องลึก ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มจ้องมองตรงมายังเธอโดยไม่หลบเลี่ยง ราวกับกำลังประเมินว่ากำแพงป้องกันความรู้สึกที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต จะทนทานต่อแรงกระแทกจากความจริงที่เขากำลังจะเปิดเผยได้นานแค่ไหน
พิมมาดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ร่างกายของเธอยังคงยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มือเรียวบางทั้งสองข้างจิกเกร็งอยู่บนขอบโต๊ะจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด เธอเป็นศัลยแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน มือที่ถือมีดผ่าตัดต้องไม่เคยสั่นไหวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่วินาทีนี้ เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนแผ่นดินไหวที่พร้อมจะแยกตัวออกจากกันได้ทุกเมื่อ
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ศิลา" เธอเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล "คุณก섬กุมหลักฐานบางอย่างที่คุณอ้างว่ามันทำลายผมได้... แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็เป็นคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้ ในเวลาที่ทุกคนกำลังตามหาตัวผู้ต้องสงสัย"
"เพราะผมไม่ได้หนีไงครับ" ศิลาตอบกลับทันควัน ดวงตาของเขาไหววับชั่วขณะ "การหนีมันเป็นเรื่องของคนที่มีความผิด... แต่สิ่งที่ผมทำมาตลอด คือการรอคอยต่างหาก รอคอยวันที่คุณจะยอมหยุดวิ่งหนีเงาตัวเองเสียที"
"เงาตัวเองอะไรกัน?" พิมมาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวด้วยความกรุ่นโกรธ "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้าง? คุณรู้ไหมว่าผมต้องแลกมาด้วยอะไรบ้างกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้? คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงคิดว่าคุณมีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตผม!"
ศิลานิ่งเงไปครู่หนึ่ง เขาสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมพลังงานบางอย่าง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้พิมมาดาต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยปะทะจมูก
"ผมรู้ว่าคุณคือหมอศัลยกรรมมือหนึ่งผู้ไร้พ่าย ผู้หญิงที่ใช้ความสมบูรณ์แบบเป็นเกราะกำบังหัวใจที่แตกสลาย" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่บาดลึก "และผมก็รู้ด้วยว่า... เมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อของคุณไม่ได้เป็นแค่นักโทษคดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เขาคือคนไข้คนแรกที่คุณ... 'ลงมือ' ช่วยชีวิตไว้บนโต๊ะผ่าตัดด้วยมือคู่นั้น... ในคืนที่เกิดเหตุฆาตกรรมอำพรางคดีนั้นขึ้น"
ฉับพลัน ลมหายใจของพิมมาดาก็สะดุดกึก ราวกับถูกกระชากออกไปจากปอด โลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงหน้า ความลับที่เธอฝังกลบไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใต้สำนึก ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เธอพยายามลบเลือนด้วยการทำงานอย่างบ้าคลั่ง ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาวางแผ่หลาอยู่ตรงหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
ร่างกายของแพทย์หญิงเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้จนต้องใช้มือคว้าขอบโต๊ะไว้เพื่อพยุงตัว สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความตื่นตระหนกอย่างที่ศิลาไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณ... คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง..." เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ความเป็นมืออาชีพที่เคยสวมใส่ไว้ดั่งเกราะเหล็ก พังทลายลงในพริบตา
"ไม่มีอะไรที่เป็นความลับไปได้หรอกครับ หมอพิม... โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ในจิตวิทยาของมนุษย์" ศิลากล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งเจ็บปวดและเห็นอกเห็นใจในคราวเดียวกัน "คุณคิดมาตลอดว่าคุณเป็นคนทำลายชีวิตพ่อของคุณด้วยความผิดพลาดในห้องผ่าตัด... คุณใช้ความรู้สึกผิดนั้นมาลงโทษตัวเองโดยการแบกรับความคาดหวังของคนทั้งโรงพยาบาล เพื่อไถ่บาปในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ"
"คุณโกหก!" พิมมาดาตวาดลั่น น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยแต่เธอพยายามสะกดกลั้นมันไว้อย่างสุดชีวิต "คุณไม่รู้อะไรเลย! คืนนั้น... มือของฉันสั่น! ฉันเป็นคนตัดสินใจพลาดเอง! ถ้าฉันเย็บหลอดเลือดเส้นนั้นให้เร็วกว่านั้น พ่อก็จะไม่..."
"พ่อของคุณไม่ได้ตายบนโต๊ะผ่าตัดครับ, หมอพิม"
ประโยคสั้นๆ จากปากของศิลาหยุดเสียงสะอื้นที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอของเธอได้อย่างชะงัด พิมมาดาชะงักงัน ดวงตาจับจ้องมองชายหนุ่มราวกับคนเสียสติ
"คุณ... ว่ายังไงนะ?"
"ผมบอกว่า พ่อของคุณไม่ได้ตายในคืนนั้น" ศิลาพูดซ้ำทีละคำ ชัดเจนและมั่น
"หลักฐานทั้งหมดในแฟ้มคดีที่ผมถืออยู่ ไม่ได้พิสูจน์ว่าพ่อของคุณเป็นฆาตกร... แต่มันพิสูจน์ว่า 'มีใครบางคน' จงใจจัดฉากให้การผ่าตัดครั้งนั้นล้มเหลว เพื่อใช้คุณเป็นแพะรับบาปในคดีฆาตกรรมอำพรางระดับประเทศ"
บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงทันที เสียงความโกลาหลด้านนอกราวกับถูกตัดขาดหายไปจากโสตประสาท พิมมาดายืนตัวแข็งทื่อ สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่พลิกผันความจริงทุกอย่างที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต
ก่อนที่พิมมาดาจะได้เอ่ยถามคำถามใดออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูจากด้านนอก
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"หมอพิมครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ! ผู้อำนวยการสั่งให้ผมมาตรวจสอบความปลอดภัยด่วน!" เสียงทุ้มต่ำของเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสารวัตรคนหนึ่งดังทะลุประตูเข้ามา
ศิลาหันไปมองบานประตูชั่วพริบตา ก่อนจะหันกลับมาสบตาพิมมาดาอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้นในเสี้ยววินาที
"ทางเลือกสุดท้ายแล้วครับ หมอพิม..." ศิษยืยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับส่งแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อโค้ทให้เธอ "จะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจจะฆ่าเราทั้งคู่... หรือจะหยิบแฟ้มนี้ แล้วเดินตามผมออกไปทางประตูหนีไฟข้างห้อง... เพื่อทวงความยุติธรรมคืนพร้อมกับผม"
พิมมาดาก้มมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับบานประตูที่กำลังถูกหมุนเปิดออก เสียงกุญแจไขดังแกร๊ก พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้าของประตู...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในจิตใจที่ซับซ้อนของตัวละครด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 23
ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!