เสียงกุญแจที่ไขกระทบกับเดือยล็อกดังแกร๊กในความเงียบสงบของห้องตรวจปลอดเชื้อ หมายเลข 402 ไม่ได้ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจพิมมาดาเปลี่ยนความเร็วไปแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งอยู่ ณ จุดเดิม ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจ้องมองเงาทาบทับบนกระจกฝ้าที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ร่างสูงโปร่งของศิลายังคงยืนบล็อกเส้นทางถอยหลังของเธอไว้ครึ่งก้าว ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาขยับเข้าใกล้ข้อมือเธอราวกับจะฉุดรั้งสถานการณ์ให้หลุดจากการควบคุม
แต่ประตูห้องกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อน
แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากโถงทางเดินสาดส่องตัดผ่านร่างของผู้ที่ก้าวเข้ามา กลิ่นอายความเยียบเย็นของโรงพยาบาลระดับประเทศแห่งนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยเจือจางในอากาศ นพ.ปรเมศวร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ผู้ทรงอิทธิพลและกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือคณะกรรมการบริหาร ยืนสงบนิ่งอยู่ที่กรอบประตู รอยยิ้มสุภาพที่มักประดับบนใบหน้าของนายแพทย์ใหญ่ผู้ไร้รอยตำหนิ บัดนี้กลับราบเรียบจนน่ากลัว
"ดร.พิมมาดา... และคุณศิลากร" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่ห่างกันเพียงคืบ ท่าทีราวกับผู้ล่ากำลังตรวจตราอาณาเขตของตนเอง "ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ดูเหมือนห้องปลอดเชื้อของแผนกศัลยกรรมประสาทจะไม่ได้มีไว้เพื่อการพักฟื้นของผู้ป่วยเสียแล้วกระมั้งครับ"
พิมมาดาดึงมือของตนเองกลับจากการคุกคามทางสายตาของศิลาอย่างแนบเนียน เธอปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติในเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นที่หล่อหลอมขึ้นมาจากปมในอดีตทำให้เธอรับมือกับแรงกดดันระดับนี้ได้อย่างไร้ที่ติ
"ดิฉันกำลังตรวจสอบความผิดปกติของระบบจ่ายก๊าซทางการแพทย์ตามบันทึกการเข้าออกของกะดึกครับ ผอ.ปรเมศวร์" พิมมาดาตอบน้ำาระราบเรียบ ดวงตาคู่คมจับจ้องปฏิกิริยาของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง "และดูเหมือนว่าบันทึกดิจิทัลในช่วงเวลาที่การตายของคนไข้เคสล่าสุดเกิดขึ้น จะถูกลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย... น่าแปลกใจไหมครับที่โรงพยาบาลมาตรฐานระดับโลกแห่งนี้ จะมีจุดบอดทางเทคโนโลยีที่บังเอิญเสียชีวิตในเวลาเดียวกันพอดี"
ปรเมศวร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันคือเสียงของอำนาจที่หยั่งรากลึกจนไม่ต้องกังวลต่อการขุดคุ้ยใด ๆ เขาเดินเข้ามาในห้องช้า ๆ รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นยางสีเทาเกิดเสียงก้องกังวาน
"ความอยากรู้อยากเห็นเป็นคุณสมบัติที่ดีของศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยมครับคุณพิมมาดา แต่มันมักจะเป็นอันตรายต่อ... อนาคตของผู้ที่มีอนาคตไกลเสมอ" ปรเมศวร์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว สายตาของเขาเหลือบมองศิลาที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ยาด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังชมภาพยนตร์ชั้นดี "โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังพยายามไขประตูห้องที่กุญแจดอกจริงไม่ได้อยู่ในมือคุณ"
ศิลาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเชิงเยาะหยัน ดวงตาคู่คมที่มักซ่อนความทรงจำอันดำมืดไว้เบื้องหลังประกายวิบวับอย่างท้าทาย เขาก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างอำนาจของผู้อำนวยการกับความนิ่งงันของศัลยแพทย์สาว
"กุญแจไม่ได้อยู่ในมือ... หรือท่านผู้อำนวยการเป็นคนซ่อนมันไว้ใต้พรมกันแน่ครับ นพ.ปรเมศวร์" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดريดใบมีด "คดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสี่ปีก่อน ที่ศาลายังคงมีคราบเลือดจาง ๆ ฝังอยู่ในระบบระบายอากาศของตึกนี้... คุณหมอคิดว่ากาลเวลาจะลบเลือนรอยนิ้วมือบนเครื่องมือผ่าตัดได้จริง ๆ หรือครับ"
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของปรเมศวร์กระตุกวูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่รอยยิ้มสมบูรณ์แบบจะถูกสวมทับกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว นี่คือการต่อสู้ทางจิตวิทยาที่ไม่มีเสียงปืน แต่เฉียบคมพอที่จะปลิดชีพคนให้จมดิ่งลงสู่ความอับจนหนทางได้ในประโยคเดียว
"คุณศิลากรดูจะมีจินตนาการกว้างไกลสมกับที่เป็น... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญของโรงพยาบาลเรา" ปรเมศวร์เน้นเสียงทีละคำ ดวงตาคมกริบหันกลับมาจ้องพิมมาดาอีกครั้ง "คุณพิมมาดาครับ ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีในฐานะผู้บริหาร... บางครั้ง การค้นหาความจริงเกี่ยวกับพ่อของคุณ อาจนำพาความพินาศมาสู่ตัวคุณเองเร็วกว่าที่คุณคิด คดีของตระกูลคุณเมื่ออดีต มันซับซ้อนกว่าที่คุณกล้าจินตนาการ และคนที่คุณกำลังไว้ใจในตอนนี้..." เขาลอบชายตามองศิลา "ก็อาจจะเป็นเงาเดียวกันกับคนที่ผลักพ่อของคุณลงสู่หลุมศพ"
คำพูดนั้นทำให้อากาศรอบตัวพิมมาด้าราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความทรงจำเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่พ่อของเธอถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจอีกครั้ง เธอหันขวับไปมองศิลาทันที ทว่าชายหนุ่มยังคงมีสีหน้าเรียเฉย ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตกใจ มีเพียงความลึกลับดำมืดที่ยากจะหยั่งถึงเช่นเคย
"หมายความว่ายังไงครับ" พิมมาดาเค้นเสียงถาม ร่างกายเกร็งตึง
"หมายความว่า ความจริงมักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอครับ ดร.พิมมาดา" ปรเมศวร์หมุนตัวเดินกลับไปที่ประตู ก่อนจะหยุดและหันมามองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "พรุ่งนี้เช้า จะมีคำสั่งพักงานคุณชั่วคราวจากคณะกรรมการบริหาร ด้วยข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย... หวังว่าคุณจะใช้เวลาว่างนั้นทบทวนดูนะ3ว่าควรจะก้าวขาเข้าไปในเขตแดนที่ไม่อนุญาตอีกหรือไม่"
ประตูปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่ตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอก
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องตรวจอีกครั้ง หนักหน่วงและอึดอัด พิมมาดายืนนิ่งอยู่กับที่ ลลมหายใจติดขัด เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่อยู่ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดในค่ำคืนนี้
"คุณรู้อะไรมา ศิลา" เธอถามเสียงเย็น เฉียบขาด และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ "เรื่องพ่อของฉัน... และเรื่องของผู้อำนวยการคนนี้ คุณเกี่ยวข้องอะไรกับโครงข่ายเน่าเฟะในโรงพยาบาลนี้กันแน่"
ศิลาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงด้วยความจริงจังที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครคือคนที่ฆ่าพ่อของคุณจริง ๆ... เลิกมองหาหลักฐานในแฟ้มประวัติคนไข้ แล้วมองหา 'รอยแผลเป็น' บนแผ่นหลังของคนที่เพิ่งเดินออกไป" ศิลาผละออก ปลายนิ้วของเขาแตะเบา ๆ ที่หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้นมาแสดงผลภาพเอกซเรย์กระดูกสันหลังของใครบางคน "เพราะภาพสแกนชิ้นนี้... คือกุญแจดอกเดียวที่จะกระชากหน้ากากของโรงพยาบาลนี้ให้พังทลายลงมา"
พิมมาดาก้มมองหน้าจอ ภาพเอกซเรย์ปรากฏรอยร้าวของกระดูกที่เกิดจากรอยกระสุนฝังใน ซึ่งเป็นลักษณะบาดแผลเฉพาะตัวที่ไม่มีทางลบเลือน—รอยแผลเดียวกับที่บันทึกในสำนวนลับคดีฆาตกรรมเมื่อสี่ปีก่อนของพ่อเธอ
และชื่อเจ้าของภาพสแกนชิ้นนั้น ที่ปรากฏอยู่มุมขวาบนของจอ... คือชื่อของ นพ.ปรเมศวร์
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาจิตวิทยานี้ไปด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 24
เบื้องหลังหน้ากาก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!