กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 22

รอยร้าวครั้งใหม่

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์ล้างแผลยังคงอบอวลอยู่ในห้องทำงานปลอดเชื้อของศัลยแพทย์มือหนึ่ง ทว่าบรรยากาศในยามค่ำคืนนี้กลับเย็นยะเยือกยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ส่งเสียงครางต่ำเคล้ากับเสียงกระดาษพลิกดังสลับกันเป็นระยะ พิมมาดา (พิม) นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันดั้งคมและดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เบื้องหน้าของเธอคือแฟ้มประวัติการรักษาและผลสแกนสมองของศิลา—ชายผู้กุมหัวใจและปริศนาอันดำมืดทั้งหมดในเวลาเดียวกัน นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือแพทย์ที่เพิ่งถอดออกกำลังเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะ จังหวะสม่ำเสมอที่บ่งบอกถึงการประมวลผลขั้นสูงในสมอง เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้ตีโพยตีพายตามสัญชาตญาณของหญิงสาวทั่วไป ยีนความนิ่งสงบแบบนักฆ่าที่ติดตัวเธอมาจากปมในอดีตกำลังทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ความจริงเพิ่งปรากฏชัดเจนเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา จากเอกสารบันทึกการแพทย์ฉบับจริงที่ถูกส่งตรงมาจากโรงพยาบาลอีกแห่ง ศิลาไม่ได้มีความผิดปกติของสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่ส่งผลต่อความจำระยะสั้นอย่างที่เขาพยายามแสดงละครตบตามาตลอดหลายสัปดาห์ "คุณยังยืนยันคำเดิมไหมครับ... ว่าคุณจำรายละเอียดของคืนวันที่เกิดเหตุฆาตกรรมไม่ได้เลย" เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง ศิลายืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกใส เงาสะท้อนจากแสงไฟภายนอกอาคารทอดทับร่างสูงใหญ่ของเขาให้ดูราวกับเงาของปีศาจ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่เธอกับมือเคยเย็บให้เมื่อไม่นานมานี้ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์และยากจะคาดเดา รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ามันคือความเปราะบาง แต่วันนี้... มันคือหน้ากากของนักต้มตุ๋นมืออาชีพ พิมมาดายังคงนิ่งเงียบ เธ่อยังไม่เงยหน้าขึ้นมองเขา ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันมหาศาลระหว่างคนทั้งสอง ราวกับสนามประลองจิตวิทยาที่ใครขยับตัวก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ "ความเงียบของคุณเริ่มมีเสียงดังเกินไปแล้วนะครับ หมอพิม" ศิลาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ช้าๆ อย่างมั่นใจ ฝ่ามือหนาวางลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเธอ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน แววตาของเขาไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายระยิบระยับของความท้าทายที่ฉายชัด "มีอะไรในเอกสารกองนั้นที่ทำให้คุณมองผมเปลี่ยนไปหรือครับ หรือว่า... รอยแผลเป็นบนหัวผมมันฟ้องว่าหมอวินิจฉัยโรคพลาด?" พิมมาดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคู่คมกริบสบประสานกับดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว รังสีอำมหิตแบบศัลยแพทย์ผู้ผ่านการยื้อชีวิตคนไข้จากประตูมรณะมานับไม่ถ้วนถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด "คุณโกหกผม... อ้อ ไม่สิ คุณโกหกหมอ" พิมมาดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "ผลสแกนสมองล่าสุดจากสถาบันประสาทวิทยาเมื่อสามวันก่อน ระบุชัดเจนว่า เนื้อเยื่อสมองของคุณสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีรอยช้ำ ไม่มีลิ่มเลือด และไม่มีอาการสมองเสื่อมชั่วคราวอย่างที่คุณอ้างแม้แต่น้อย ศิลา... คุณเสแสร้งความจำเสื่อมมาโดยตลอด ตั้งแต่วันแรกที่เราพบกันที่ห้องฉุกเฉิน" บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง อากาศรอบตัวอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขาค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและอ่านยากขึ้นกว่าเดิม เขายืดตัวตรง ถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างใจเย็น ไม่มีความตื่นตระหนกหรืออาการลนลานให้เห็นแม้แต่น้อย ท่าทีที่สงบนิ่งผิดปกตินั้นยิ่งทำให้พิมมาดากำมือแน่นใต้โต๊ะ "คุณเป็นศัลยแพทย์ที่เก่งกาจมากจริงๆ หมอพิม" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและเยียบเย็น "คุณใช้เวลาวิเคราะห์อาการของผมละเอียดถี่ถ้วนยิ่งกว่าตำรวจกองปราบเสียอีก... แต่คุณลืมมองหลักข้อหนึ่งไปหรือเปล่าครับ ว่าทำไมคนเราถึงต้องแกล้งลืม?" "เหตุผลของอาชญากรที่มีชนักติดหลังไงครับ" พิมมาดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบขาดไม่แพ้กัน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ศอกยันลงกับโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาเขาเพื่อกดดัน "คุณกลัวว่าถ้าความจำดีเป็นปกติ ตำรวจจะสอบเค้นเรื่องรอยเลือดบนเสื้อของคุณในคืนนั้นได้ คุณกลัวความจริง และคุณใช้โรคความจำเสื่อมเป็นเกราะกำบังเพื่อซื้อเวลา... คุณกำลังซ่อนอะไรอยู่กันแน่ ศิลา? หรือว่าฆาตกรตัวจริง... ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้แล้ว?" คำถามพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ศิลานิ่งเงียบไป ดวงตาคมกริมจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา มีทั้งความชื่นชม ความเจ็บปวด และความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของจิต "ถ้าผมบอกว่า... ที่ผมต้องแกล้งจำอะไรไม่ได้เลยในตอนแรก ก็เพราะผมกลัวว่า..." ศิลาเว้นจังหวะ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังอย่างประหลาด "ถ้าผมจำได้ว่าผมเป็นใคร และเคยทำอะไรลงไปบ้าง... คนแรกที่จะเกลียดผมจนวันตาย ก็คือคุณ" หัวใจของพิมมาดาหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ชั่วขณะหนึ่ง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าความยึดมั่นในเหตุผลและวิชาชีพก็ดึงเธอกลับมาสู่ความเป็นจริง "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน ศิลา" เธอแค่นเสียง "ความจริงก็คือความจริง หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร เตรียมตัวอธิบายเรื่องนี้ให้ตำรวจฟังได้เลย..." พิมมาดาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเพื่อเตรียมกดโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสหน้าจอ ศิลาก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอย่างไม่ทันตั้งตัว ฝ่าหนาแกร่งคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหน้า แรงกดที่พอเหมาะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ ขณะที่อีกมือหนึ่งของเขากวาดแฟ้มเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะร่วงลงสู่พื้นกระจายเกลื่อน ดวงตาของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด พิมมาดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงดึงดูดอันตรายที่ส Iติตัวเธอไว้กับผู้ชายอันตรายคนนี้ "คุณคิดว่าตำรวจจะเชื่อคุณ หรือเชื่อหลักฐานในมือผมกันแน่... หมอพิม?" ศิลา กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนน่ากลัว พร้อมกันนั้น เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นกะทันหัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งตรงมายังหน้าห้องทำงานของเธอด้วยความเร่งรีบ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%