กลิ่นไออ็บของน้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Chlorhexidine คลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนชื้นที่เล็ดลอดเข้ามาตามรอยต่อหน้าต่างห้องพักแพทย์ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านใจกลางเมือง เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่ส่งเสียงฮัมเบา ๆ คล้ายเสียงกระซิบในโสตประสาท ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวแพทย์หญิงพิมมาดาแน่นิ่งราวกับถูกแช่แข็งในสุญญากาศ
หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานยังคงสว่างวาบ ปลายสายคือเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของแพทย์รุ่นน้องที่เพิ่งโทรศัพท์มารายงานความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ผลตรวจ DNA จากเคสศพนิรนามเมื่อสองคืนก่อน และรอยสักใต้ร่องกระดูกไหปลาร้าที่แพทย์นิติเวชเพิ่งส่งแฟกซ์ด่วนเข้ามา มันตรงกับสำนวนคดีปิดตายเมื่อสิบหี่ปีก่อนอย่างไร้ที่ติ... สำนวนคดีที่พยายามฝังกลบมลทินของ "พ่อ" เธอเอาไว้ใต้กองเอกสารทางกฎหมาย
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไม่ดังเกินไปแต่ทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนสติที่พยายามรวบรวมของเธอ พิมมาดายังไม่ทันเอ่ยอนุญาต ประตูบานไม้สักสีเข้มก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
ร่างสูงโปรดของศิลาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงเจือจางจมูกผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากสายฝนภายนอก เขาอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มไร้ที่ติ ทว่าเนคไทถูกคลายออกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอแกร่งและท่าทีที่ผ่อนคลายเกินกว่าจะเป็นแขกยามวิกาล ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองแผ่นหลังที่เกร็งแข็งของศัลยแพทย์สาวก่อนจะโค้งริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
"ดูเหมือนคุณกำลังฟังเพลงบรรเลงที่ทำให้ตื่นเต้นยิ่งกว่าเสียงชีพจรบนมอนิเตอร์ในห้อง ICU เสียอีกนะครับ คุณหมอพิมมาดา"
ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าแฝงความนัยบางอย่างที่เจือความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน เขาก้าวเดินช้า ๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน โดยไม่รอให้อีกฝ่ายเชิญให้นั่ง
พิมมาดาลุกขึ้นยืนช้า ๆ มือเรียวบางภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวยาวกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่ต้นแขน สมองอันปราดเปรื่องของศัลยแพทย์ฝีมือฉกาจกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง รอยสักใต้กระดูกไหปลาร้าของศพนิรนามคนนั้น... ศิลามักจะเอามือแตะบริเวณไหปลาร้าด้านขวาของตัวเองเสมอเวลาที่เขาใช้ความคิดอย่างลึกซึ้ง มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โลกใบนี้ไม่มีความบังเอิญมากขนาดนั้น
"คุณเข้ามาทำไมที่นี่... นอกเวลาทำการ และไม่มีนัดหมาย" พิมมาดาพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าความสั่นพร่าเล็กน้อยในประโยคสุดท้ายกลับทรยศความนิ่งงมที่เธียรพยายามสร้างขึ้น
"ห้องทำงานแพทย์ศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือด... สถานที่ที่ชintอของการเต้นของหัวใจถูกกำหนดด้วยปลายมีดผ่าตัด" ศิลาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว เขายื่นมือซ้ายที่ถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้สีดำวางลงบนโต๊ะ ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทของเธอ "ผมคิดว่าเรามีเรื่องที่ต้องสะสางกันให้จบครับ เรื่องที่ค้างคามาตั้งแต่คืนวันอุบัติเหตุบนทางยกระดับ"
พิมมาดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปที่กระเป๋าหนังใบนั้น "คุณหมายถึงอะไร"
"หมายถึงความจริง... ที่คุณกำลังวิ่งหนีมันมาตลอดชีวิต" ศิลาตอบโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงอยู่ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ "คุณพ่อของคุณ... นายแพทย์ภากร ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ผ่าตัดเหยื่อโดยไม่ใช้ยาชาเพื่อระบายความแค้นส่วนตัว แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า... ทำไมรอยกรีดบนศพเหล่านั้น ถึงมีลักษณะองศาเดียวกับเทคนิคการผ่าตัดบายพาสหัวใจที่ใช้กันในโรงพยาบาลระดับประเทศเมื่อยี่สิบปีก่อนเป๊ะ ๆ?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงานอันเงียบสงบ หัวใจของพิมมาดาตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ข้อมูลนี้ไม่มีอยู่ในสำนวนคดีเปิดเผย ไม่มีใครในตำรวจหรือสื่อมวลชนที่รู้เรื่ององศาการกรีดแผลนี้ นอกจากทีมแพทย์ผ่าตัดในยุคนั้น... และฆาตกรตัวจริง
"คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง..." พิมมาดากัดฟันกรอด เสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน "คุณเป็นใครกันแน่ ศิลา? คุณไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมตามที่อ้าง... คุณเชื่อมโยงอะไรกับคดีของพ่อฉัน!"
ศิลาไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกช้า ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ท่าทีที่เยือกเย็นและเหนือกว่าของเขายิ่งตอกย้ำว่าเขาถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้ทุกประการ
"ความจำของผมอาจจะมีรอยโหว่... แต่มันไม่เคยลบเลือนรอยแผลเป็นที่ประทับไว้บนจิตวิญญาณ" ศิลาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาเปลี่ยนเป็นประกายลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรสีดำ "ในคืนที่พ่อของคุณถูกตัดสินว่ามีความผิด มีเด็กชายคนหนึ่งแอบซ่อนอยู่ใต้เตียงผ่าตัดในห้องใต้ดินของโรงพยาบาลร้าง... เด็กชายคนนั้นเห็นทุกอย่าง เห็นมือคู่ที่ถือมีดสแตนเลส... และเห็นรอยสักรูปกางเขนหักที่ข้อมือขวาของฆาตกรตัวจริง"
พิมมาดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ภาพความทรงจำวัยเด็กที่เธอพยายามลบเลือนผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ พ่อของเธอมักจะสวมนาฬิกาข้อมือซ่อนรอยแผลเป็นไว้เสมอ... หรือว่า...
"และบังเอิญเหลือเกิน..." ศิลาเอื้อมมือไปเปิดซิปกระเป๋าหนังบนโต๊ะ หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าออกมาแผ่นหนึ่ง วางลงตรงหน้าเธอ "ศพนิรนามที่คุณเพิ่งได้รับรายงานผล DNA เมื่อครู่... คือคนเดียวกับคนที่ถือแฟ้มนี้อยู่ในคืนที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งล่าสุดเมื่อสามวันก่อน และในกระเป๋าเสื้อโค้ทของศพนั้น มีสิ่งนี้อยู่..."
นิ้วเรียวยาวของศิลาเลื่อนวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ออกมาจากซองพลาสติกใส มันคือ "จี้สร้อยคอเงินรูปเข็มผ่าตัด" สลักอักษรย่อ 'P.K.' ซึ่งเป็นเข็มติดเสื้อรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเพียงแพทย์หัวใจสามคนในประเทศเท่านั้นที่ครอบครอง... และหนึ่งในนั้นคือของขวัญที่พิมมาดาเคยทำถวายให้ "พ่อ" ของเธอด้วยมือตัวเอง
โลกทั้งใบคล้ายกำลังหมุนคว่ำ พิมมาดาเซถอยหลังไปชนตู้เก็บเวชภัณฑ์ด้านหลัง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น สมองตื้อชาจนไม่สามารถคิดหาเหตุผลมารองรับความจริงที่ปรากฏตรงหน้าได้
"คุณ... คุณตั้งใจลากฉันเข้ามาในเกมนี้ตั้งแต่แรก" พิมมาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ความหวาดกลัวผสมผสานกับความรู้สึกถูกหักหลังพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
ศิลายืนขึ้นเต็มความสูง เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด กลิ่นกายเฉพาะตัวที่เจือความเย็นยะเยือกของฝนปะทะเข้ากับจมูกของเธอ ปลายจมูกของเขาห่างจากหน้าผากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาคมกริบก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ทั้งอ่อนโยนและอันตรายในคราเดียวกัน
"ผมไม่ได้ลากคุณเข้ามาในเกมหรอกครับ... คุณหมอ" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเยียบเย็นจนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "แต่เราสองคน... ต่างหากที่ติดอยู่ในกรงขังแห่งความลับนี้ด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว... และตอนนี้ กุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขความจริงทั้งหมด ก็อยู่ในมือของคุณแล้วว่าจะกล้าหมุนมันหรือเปล่า..."
รอยยิ้มที่มุมปากของศิลาหยุดค้างไว้แค่นั้น ก่อนที่เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดง (Code Red) ของโรงพยาบาลจะดังสนั่นขึ้นผ่าความเงียบของราตรี พร้อม ๆ กับไฟสำรองสีส้มที่กะพริบวับวาบไปทั่วทั้งชั้นอย่างไร้สาเหตุ...
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในจิตวิญญาณอันดำมืดและงดงามนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - สายลมแผ่วเบา*
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 21
หลักฐานที่พลิกผัน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!