กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 20

เคมีที่อันตราย

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและคราบเลือดจาง ๆ บนพื้นห้องผ่าตัดเมื่อสามชั่วโมงก่อนดูเหมือนจะยังติดตรึงอยู่ปลายประสาทของพิมมาดา แม้ว่าตอนนี้เธอจะยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวและเสียงดนตรีแจ๊สคลาสสิกที่ขับกล่อมบรรยากาศในงานเลี้ยงรับรองของโรงพยาบาล นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือแพทย์ที่เคยคีบเส้นเลือดแดงใหญ่ด้วยความนิ่งสนิท บัดนี้กำลังหมุนแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันช้า ๆ สัมผัสเย็นเฉียบจากแก้วช่วยดึงสติให้เธอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง—โลกที่เต็มไปด้วยหน้ากากทางสังคมและการห้ำหั่นกันด้วยรอยยิ้ม "การกุมมีดผ่าตัดกับกุมอนาคตของคนไข้... สิ่งไหนใช้พลังงานสมองมากกว่ากันครับ คุณหมอพิมมาดา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินระยะปลอดภัย แต่ก็ล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวเข้ามามากพอที่จะทำให้ขนอ่อนบนต้นคอของเธอตั้งชัน พิมมาดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ศิลา—ชายผู้กุมความลับที่อาจทำลายทั้งอาชีพและชีวิตส่วนตัวของเธอไว้ในกำมือ เธอกลั้วของเหลวในแก้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปสบตาเขา แววตาของศิลายังคงมีความคมกريبซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มสุภาพ ทว่าแฝงความท้าทายไว้ทุกอณู "ขึ้นอยู่กับว่ามีดเล่มนั้นกำลังกรีดลงบนเนื้อเยื่อ หรือกำลังจ่ออยู่ที่คอหอยของฉันมากกว่ากันค่ะ... อ้อ ขอโทษที ติดนิสัยพูดตรงไปหน่อย" พิมมาดาจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความระแวดระระวัง ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มทุ้มแต้มความเย้าหยวน "ความตรงไปตรงมาคือเสน่ห์ที่หายากในสังคมระดับนี้ครับ โดยเฉพาะกับคนที่มักมีความลับซ่อนไว้เบื้องหลังเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด" จังหวะเปียโนในเพลงแจ๊สเปลี่ยนเป็นท่วงทำนองที่ช้าลงและลึกล้ำขึ้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลงเมื่อคู่สนทนารอบข้างเริ่มขยับถอยออกไปเปิดพื้นที่ให้คู่ชายหญิงคู่หนึ่งที่ถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงเหวี่ยงประหลาด ศิลายื่นมือข้างหนึ่งออกมาข้างหน้า ฝ่ามือแบราบรอการตอบรับ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้าสู่กรง "เพลงนี้เหมาะกับการเต้นรำมากกว่าการยืนจ้องตากันด้วยสายตาพิพากษานะครับ" พิมมาดากวาดตามองมือคู่นั้นอยู่ชั่วอึดใจ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินความเสี่ยง การปฏิเสธท่ามกลางสายตาคนหมู่มากจะทำให้เธอดูตื่นตระหนกและตกเป็นรอง แต่การตอบรับหมายถึงการอนุญาตให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาในระยะประชิด—ระยะที่หัวใจของทั้งคู่เต้นอยู่ในจังหวะเดียวกัน เธอวางแก้วลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านพอดี แล้ววางมือลงบนฝ่ามือของเขา ปลายนิ้วของศิลากระชับเข้าเบา ๆ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านทะลุถุงมือสมมติที่เธอสร้างขึ้นเพื่อป้องกันความรู้สึก เขานำเธอเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด สำหรับผู้ชายที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมและการสูญเสียความทรงจำบางส่วน ศิลากลับเคลื่อนไหวราวกับสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญการควบคุมทุกตารางนิ้วของพื้นที่ เมื่อร่างของทั้งคู่ขยับตามจังหวะเพลง พิมมาดาพบว่าตัวเองต้องถอยหลังตามการนำของเขาอย่างจำยอม ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ เจือกลิ่นบุหรี่มวนบางที่เขาโปรดปราน "คุณกำลังทดความอดทนของฉัน ศิลา" พิมมาดาเอ่ยเสียงเบา ร่างกายยังคงเกร็งเล็กน้อยในท่าเต้น "ต้องการอะไรกันแน่ หลักฐานชิ้นนั้นในสำนวนคดี หรือต้องการแค่ปั่นหัวฉันเล่นไปวัน ๆ" ศิลาพาเธอหมุนตัวโค้งไปตามจังหวะเพลง ชั่วขณะหนึ่งที่ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวระหง ทำให้สติของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที "ผมไม่ได้ต้องการทำลายคุณหครับ หมอพิม... ตรงกันข้าม ผมแค่อยากรู้ว่าภายใต้เกราะป้องกันที่หนาเตอะของคุณ มีหัวใจที่เต้นอยู่จริง ๆ หรือเปล่า หรือมีแค่เครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมให้รักษาชีวิตคนอื่นโดยไม่สนใจความเจ็บปวดของตัวเอง" คำพูดนั้นแทงทะลุเกราะกำบังของเธออย่างแม่นยำ มันไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นการวินิจฉัยทางจิตวิทยาที่เฉียบคมจนน่ากลัว พิมมาดากัดกรามแน่น สายตาคมกริบมองสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว แม้ภายในอกจะปั่นป่วนราวกับคลื่นใต้น้ำ "คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉัน ศิลา... คุณเองก็เป็นแค่คนที่ถูกกักขังไว้ในอดีตที่แม้แต่ตัวเองก็จำไม่ได้ไม่ใช่เหรอไง คนที่จำอดีตไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับศพเดินได้หรอกค่ะ" รอยยิ้มบนมุมปากของศิลาจางหายไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว มือที่ประกับเอวเธอออกแรงกระชับแน่นขึ้นจนเกือบเจ็บ ดึงร่างของเธอให้แนบชิดกับอกเขามากขึ้น ชนิดที่เสียงหัวใจของเขากระแทกผ่านผนังอกมาสะท้อนโสตประสาทของเธอ "บางครั้ง... การลืมอดีต อาจเป็นความเมตตาเดียวที่พระเจ้ามอบให้" ศิลาพูดกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "แต่สำหรับคุณ ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อของคุณ... มันคือโซ่ตรวนที่ล่ามคุณไว้กับความรู้สึกผิดที่คุณไม่ได้ก่อต่างหากล่ะครับ" โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ชื่อของพ่อ—ปมที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้กองงานผ่าตัดและเกียรติยศ ถูกขุดขึ้นมาพูดถึงอย่างหน้าตาเฉยโดยผู้ชายอันตรายคนนี้ พิมมาดาชะงักกึก ฝ่ามือที่แตบอยู่บนไหล่ของเขาจิกเกร็งลงโดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่เธอจะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนใด ๆ เสียงเพลงแจ๊สก็เงียบลง พร้อมกับเสียงปรบมือรอบฟลอร์เต้นรำ ศิลายังคงประคองเธอไว้ในท่าเดิม ใบหน้าของเขาก้มลงมามองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "อย่าเพิ่งรีบตัดสินผมจากสิ่งที่ตำรวจบอกคุณนะครับ... หมอพิม เพราะหลักฐานชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาถึงมือผมเมื่อเย็นนี้ อาจจะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อคดีของพ่อคุณไปตลอดกาล" เขาลดมือลง ผละออกไปหนึ่งก้าวโค้งตัวให้เธออย่างสุภาพราวกับสุภาพบุรุษผู้ดีเก่า ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในฝูงชนที่กำลังทยอยปรบมือ พิมมาดายืนนิ่งอยู่กลางฟลอร์ หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเต้นรำ แต่เป็นเพราะประโยคสุดท้ายของเขาที่ทิ้งระเบิดเวลาไว้กลางใจ ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเดินตามเขาไปเพื่อคาดคั้นเอาความจริง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ที่พับเก็บไว้ก็สั่นครืนขึ้นมาหน้าจอแสดงผลเป็นเบอร์แปลกจากห้องเก็บศพของโรงพยาบาล เสียงปลายสายรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกปนหวาดกลัว: "คุณหมอพิมมาดาครับ... เคสศพนิรนามจากอุบัติเหตุเมื่อคืนก่อน... จู่ ๆ ผลตรวจ DNA และรอยสักใต้ร่องกระดูกไหปลาร้าก็ตรงกับบันทึกคดีเก่าของ... พ่อของคุณครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับเกมจิตวิทยานี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%