กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเก็บเวชระเบียนใต้ดินในยามวิกาล คล้ายกับความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองกระดาษและฐานข้อมูลดิจิทัลที่กำลังรอวันเน่าเปื่อย แสงไฟนีออนสีขาวโพลนกระพริบถี่ๆ ทุกครั้งที่คอมเพรสเซอร์แอร์ตัวเก่าทำงาน ส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามในลำคอของสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ
พิมมาดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานสเตนเลส ปลายเรียวนิ้วของเธอแตะอยู่บนแฟ้มประวัติผู้ป่วยสีน้ำตาลอมเหลือง แฟ้มที่มีรอยไหม้เกรียมตรงมุมซ้ายล่าง—ร่องรอยเดียวกับคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบหี่ปีก่อน คดีที่พรากเอาชีวิตและความบริสุทธิ์ใจของพ่อเธอไปจนหมดสิ้น และในตอนนี้ เงาสะท้อนจากกระจกเงาบานใหญ่ด้านหลังกำลังสะท้อนร่างของชายหนุ่มผู้ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวย
“คุณกำลังเล่นกับไฟ, คุณศิลา” พิมมาดาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเจือไปด้วยกระแสความกดดันระดับเดียวกับที่เธอใช้สั่งการทีมแพทย์ในห้องผ่าตัดยามที่สัญญาณชีพผู้ป่วยกำลังดิ่งลงเหว
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไรนัก เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นกระเบื้องยางเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบสงัด
“ไฟเหรอครับคุณหมอ... ผมนึกว่าเรากำลังนั่งอยู่หน้าเตาผิงในคืนที่อากาศหนาวเหน็บเสียอีก” ศิลาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนลอยแตะจมูก “คุณรู้ดีว่าข้อมูลในแฟ้มนั้นไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด... และคุณก็รู้ดีกว่าใครว่า ถ้าตำรวจพบมันก่อนที่เราจะได้คุยกัน พ่อของคุณจะไม่ใช่แค่เหยื่อของความอยุติธรรมอีกต่อไป แต่เขาจะเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่ถูกทำลายทิ้งเพื่อปิดปากผู้มีอำนาจตัวจริง”
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในรอยแผลเป็นที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต พิมมาดาหันขวับมามองเขา ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกสะกิดถูกจุดเปราะบางที่สุด เธอกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อขากรรไกรนูนเด่น
“คุณต้องการอะไรกันแน่?” เธอเค้นเสียงถาม รุกเข้าประชิดด้วยความอึดอัดที่สั่งสม “คุณปรากฏตัวขึ้นในโรงพยาบาลของผม เข้ามาพัวพันกับคดีฆาตกรรมอำพราง และตอนนี้ยังมารู้เรื่องแฟ้มคดีของพ่อผม... คุณเป็นใครกันแน่ ศิลา? สายลับของใคร หรือเป็นฆาตกรที่ย้อนกลับมาดูผลงานของตัวเองกันแน่?”
ศิลาไม่ถอยหนี เขายังคงรักษารอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกราบคู่นั้นกวาดมองใบหน้าอันเคร่งเครียดของเธออย่างพิจารณา ราวกับกำลังอ่านข้อสอบยากๆ ที่เขาเดาคำตอบได้ล่วงหน้าแล้ว
“ผมเป็นแค่คนที่มีความทรงจำมากเกินไป... และเป็นคนเดียวในตอนนี้ ที่สามารถพาคุณเดินออกจากห้องพิจารณาคดีมืดๆ ที่ชื่อว่าอดีตได้” ศิลายื่นมือหยิบแฟ้มคดีในมือเธอขึ้นมาเปิดช้าๆ หน้ากระดาษเก่าคร่ำคร่าเผยให้เห็นลายมือเขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงิน “คุณอยากรู้ไหมครับว่าทำไม ลายมือในบันทึกของแพทย์นิติเวชในวันนั้น ถึงไม่ตรงกับลายมือในรายงานชันสูตรฉบับจริง?”
พิมมาดาชะงัก ลลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที ความรู้ทางนิติเวชและสัญชาตญาณของศัลยแพทย์บอกเธอทันทีว่า ความผิดปกติระดับนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ มันคือร่องรอยของการปลอมแปลงเอกสารระดับมืออาชีพ
“คุณหมายความว่า...”
“ผมหมายความว่า...” ศิลาปิดแฟ้มลงเบาๆ เสียงกระดาษกระทบกันดังทุึ้มในความเงียบ “พ่อของคุณไม่ได้ทำ... และคนที่ฆ่าเหยื่อในคืนนั้น ยังเดินลอยนวลอยู่ในทำเนียบผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบันนี้ด้วย”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสองคน ชั่วขณะนั้น อุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลงจนสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็น พิมมาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ข้อมูลนี้มันใหญ่เกินกว่าที่แพทย์หญิงตัวคนเดียวจะรับมือไหว แต่มันก็หอมหวานเกินกว่าที่จะเมินเฉย
“แล้วคุณจะได้อะไรจากการบอกความจริงนี้กับผม?” พิมมาดาหรี่ตามองเขาอย่างระแวดระวัง เธอยังคงไม่ไว้วางใจผู้ชายคนนี้เต็มร้อย
ศิลายิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเจ้าเล่ห์
“ข้อตกลงง่ายๆ ครับ... คุณช่วยปกปิดตัวตนของผมจากพวกที่ตามล่าผมอยู่ และให้ผมใช้ห้องแล็บสำรองชั้นใต้ดินของคุณเป็นที่ซ่อนตัวชั่วคราว จนกว่าผมจะกู้หลักฐานดิจิทัลตัวจริงออกจากเซิร์ฟเวอร์ของโรงพยาบาลได้”
“คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมมาดาอุทานออกมาเบาๆ “นั่นมันเป็นการกระทำความผิดอาญาแผ่นดินนะ! ถ้าผู้อำนวยการรู้ หรือตำรวจสืบเจอ...”
“พวกเขาก็จะเจอคุณในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดไงครับ” ศิลาพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด จนเธอได้กลิ่นอายความเย็นจากตัวเขา “แต่แลกกับการที่คุณจะได้ล้างมลทินให้พ่อของคุณ... และกระชากหน้ากากของฆาตกรที่แท้จริงออกมาประจานต่อหน้าสาธารณชน คุณคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงไหมล่ะครับคุณหมอ?”
พิมมาดานิ่งเงียบ สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร คำนวณความเสี่ยงและผลตอบแทน ศีลธรรมในฐานะแพทย์กำลังปะทะกับความแค้นส่วนตัวในฐานะบุตรสาว ความลังเลฉายชัดผ่านแววตาที่สั่นไหวระริก
ศิลาไม่เร่งรัด เขายื่นแฟ้มคดีลับให้เธอถือไว้ เป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าการตัดสินใจอยู่ในมือเธอแล้ว
“ผมให้เวลาคุณคิดถึงเที่ยงคืนนี้... ก่อนที่หลักฐานชุดสุดท้ายจะถูกลบออกจากระบบถาวร”
พูดจบ ศิลาก็หมุนตัวเดินหันหลังให้ เตรียมจะก้าวเดินหายไปในความมืดของทางเดินชั้นใต้ดิน พิมมาดายืนกำแฟ้มในมือแน่น นิ้วมือจิกเข้าไปในกระดาษจนยับย่น
แต่ก่อนที่ร่างของศิลาจะลับตาไปในความมืด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านนอก เสียงรองเท้าหนังหลายคู่กำลังเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ห้องเก็บเวชระเบียนด้วยจังหวะที่รวดเร็วและเป็นระเบียบเกินกว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เวรยาม
ศิลาชะงักฝีเท้า หันกลับมามองพิมมาดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความขี้เล่นหายวับไป เหลือเพียงความตื่นตัวของนักล่า
แสงไฟฉายจากลอดช่องกระจกประตูห้องสาดส่องเข้ามาวับแวม พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งติดๆ กันอย่างดุดัน ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งที่เอמהตะโกนลอดเข้ามา
“คุณหมอพิมมาดาครับ... ทางเราได้รับแจ้งว่ามีบุคคลต้องสงสัยบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้าม ขอให้เปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยครับ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 9
ข้อตกลงลับ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!