กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 8

ความจริงที่ถูกฝัง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นอายความอับชื้นของสารละลายฟอร์มาลินและกระดาษเก่าคร่ำคร่าในห้องเก็บเวชระعสารส่วน 13 ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มักทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่าความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากแต่เป็นเพียงบทเริ่มต้นของการสอบสวนที่ยาวนาน พิมมาดากวาดสายตาคมกริบผ่านแสงไฟนีออนสีนวลที่กระพริบเบาๆ ทุกสามวินาที ราวกับมันกำลังนับถอยหลังลมหายใจของเธอเอง บนโต๊ะสเตนเลสสตีลเย็นเฉียบ ปรากฏร่างของเสื้อกาวน์ผ่าตัดสีเขียวเข้มของศิลา—ชายหนุ่มผู้กุมความลับและจังหวะหัวใจของเธอไว้ในอุ้งมืออย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อคืนนี้ ขณะที่เขายื่นเสื้อตัวนี้ให้เธอสวมทับเพื่อกันความหนาวในห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เธอไม่ได้ใส่ใจอะไรนอกจากกลิ่นอายเฉพาะตัวที่เจือจางอยู่บนเนื้อผ้า... กลิ่นของฝนปนกับสนิมเหล็กและบุหรี่ราคาแพง แต่ในเวลานี้ นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการกรีดเนื้อเยื่อมนุษย์มานับร้อยครั้งกำลังสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านใน และปลายนิ้วของเธอก็สัมผัสเข้ากับความแข็งกระด้างบางอย่างที่ถูกซับไว้ด้วยซับในที่ฉีกขาด มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเล็กที่ขอบมุมเยินยับ พิมมาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงเครื่องปรับอากาศดังก้องอยู่ในโสตประสาทราวกับเสียงคำรามของคลื่นใต้น้ำ เธอค่อยๆ ดึงวัตถุแปลกปลอมนั้นออกมาจากความมืดมิดของกระเป๋าเสื้อ แสงไฟนีออนสาดส่องลงบนพื้นผิวกระดาษที่ซีดจาง ภาพถ่ายโพลารอยด์ขนาดสามคูณสี่นิ้วหล่นลงมาบนโต๊ะสเตนเลส ดวงตาคู่คมของศัลยแพทย์สาวหรี่แคบลง หัวใจในอกกระหน่ำซัดเข้ากับซี่โครงจนเจ็บแปลบ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ภาพสุ่มเสี่ยงทั่วไป แต่มันคือภาพถ่ายเก่าเก็บเมื่อสิบห้าปีก่อน—ภาพของชายวัยกลางคนสองคนยืนอยู่หน้าตึกอิฐแดงทรุดโทรมแห่งหนึ่ง คนหนึ่งคือศิลาในวัยหนุ่มที่ใบหน้าไร้รอยแผลเป็นใดๆ แต่แววตานั้นคมปลาบและเยียบเย็นไม่ต่างจากปัจจุบัน ส่วนอีกคน... คนที่ยืนเคียงข้างเขาและกำลังยิ้มให้อصล้องด้วยรอยยิ้มที่เธอจดจำได้แม่นยำแม้ในยามหลับตา "คุณพ่อ..." เสียงพึมพำเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่ซีดเผือดของพิมมาดา นายแพทย์ปกรณ์ พ่อผู้ให้กำเนิดของเธอ... ผู้ชายที่ถูกพิพากษาว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องในคดีสะเทือนขวัญเมื่อทศวรรษก่อน ผู้ชายที่เธอพยายามลบชื่อออกจากความทรงจำด้วยการอุทิศตนให้กับการรักษาชีวิตคนเพื่อชดบาป แต่ในเวลานี้ รูปถ่ายใบนี้กลับบอกเธอว่า สองคนที่ไม่มีทางโคจรมาพบกันตามตรรกะของคดีความ กลับยืนยิ้มเคียงข้างกันในสถานที่ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน พิมมาดามือสั่นเทาเล็กน้อย เธอพลิกด้านหลังของภาพถ่ายโปลารอยด์ใบนั้น ตัวอักษรหวัดๆ ด้วยหมึกปากกาเคมีสีน้ำเงินที่เริ่มเลือนรางปรากฏขึ้นต่อสายตา *‘วันที่ความจริงถูกเปิดเผย คือวันที่เราต้องเลือก... ศิลา/ปกรณ์’* ลมหายใจของพิมมาดาขาดห้วงไปชั่วขณะ สมองอันชาญฉลาดของแพทย์หญิงผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง หากศิลารู้จักกับพ่อของเธอ... หากพวกเขามีความเกี่ยวพันกันก่อนที่คดีฆาตกรรมจะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าอย่างไร? ศิลาไม่ใช่แค่นักธุรกิจหนุ่มผู้สูญเสียความทรงจำบางส่วนอย่างที่เขาพยายามแสดงออก แต่เขาอาจเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่เชื่อมโยงทุกศพ ทุกบาดแผล และทุกความลับสกปรกที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พรมของโรงพยาบาลแห่งนี้ "กำลังค้นหาความจริงบทไหนอยู่หรือครับ, คุณหมอพิมมาดา" เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดตรงทางเข้าห้องเก็บเวชระเบียน น้ำเสียงนั้นไม่มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงความราบเรียบที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันอันน่าสะพรึงกลัว พิมมาดาไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าเป็นใคร เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนโต๊ะสเตนเลสสะท้อนผ่านกระจกเงาด้านข้าง ศิลายืนกอดอกพิงกรอบประตู ร่างกายของเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนและรอยแผลเป็นจางๆ ที่เธอยังไม่เคยมีโอกาสได้ถามไถ่ แววตาของเขาไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันมองตรงไปที่ภาพถ่ายโปลารอยด์บนโต๊ะ ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเธอจะพบมันเข้าสักวัน พิมมาดาค่อยๆ วางภาพถ่ายลงบนโต๊ะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความเยือกเย็นกลับคืนมา ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอในยามนี้คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อเยื่อเพื่อหาความจริง "คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับพ่อของฉัน, ศิลา" เธอถามตรงไปตรงมา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดไร้ความกลัว "อย่าบอกนะว่าความบังเอิญพาคุณมาที่นี่ เพราะสำหรับคนอย่างคุณ... ทุกก้าวที่คุณเดินถูกคำนวณไว้หมดแล้ว" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่สั้นและแห้งแล้ง เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละน้อย ฝีเท้าของเขานุ่มนวลแต่หนักแน่นราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในเขาวงกต "คุณมักจะมองหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ให้กับทุกเรื่องเสมอสินะครับ, คุณหมอ" ศิลาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนกับอากาศเย็นเยียบ "แต่บางครั้ง... โรคความจำเสื่อมที่แพทย์วินิจฉัยให้ผม อาจจะไม่ใช่ความผิดพลาดของสมอง... แต่มันคือการเลือกที่จะลืม เพื่อไม่ให้ผมต้องฆ่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้" พิมมาดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ เคมีระหว่างเธอกับเขายังคงดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันอย่างรุนแรง "คุณหมายความว่ายังไง..." เธอกัดฟันถาม ศิลาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจของเขา ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังพยายามอ่านหน้าหนังสือเล่มสุดท้ายที่ถูกซ่อนไว้ "หมายความว่า..." ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างลึกลับ "คนที่ฆ่าพ่อของคุณ... อาจจะไม่ใช่ฆาตกรที่คุณตามหามาตลอดสิบปี... แต่อาจจะเป็นผม ในตอนที่ผมยังจำอะไรไม่ได้เลยต่างหากล่ะครับ" ในวินาทีที่ประโยคนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของศิลา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินมืดนอกห้อง พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาวูบวาบ และก่อนที่พิมมาดาจะทันได้ตั้งคำถามใดต่อ ศิลาก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่ไม่อาจขัดขืน ดึงเธอกระชากเข้าไปหลบหลังชั้นวางเวชระเบียนเหล็กสูงตระหง่านในเสี้ยววินาที ก่อนที่ร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งจะก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับไฟฉายในมือ พร้อมกับกระดาษรายงานฉบับใหม่ที่ร่วงหล่นลงแทบเท้าของพวกเขา ซึ่งระบุชื่อผู้ป่วยรายล่าสุดที่มีรอยแผลผ่าตัดรูปแบบเดียวกับคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อนอย่างไร้ที่ติ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%