กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกลิ่นฉุนกานพลูและแอมโมเนียในห้องเก็บเวชระเบียนชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล ให้ความรู้สึกราวกับห้องดับจิตขนาดย่อม พิมมาดายืนนิ่งอยู่หลังชั้นเหล็กเลื่อนทึบ แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบสันกรามคมชัดและใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มของเธอ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีดำกำลังพลิกแฟ้มประวัติการผ่าตัดเมื่อห้าปีก่อนอย่างระมัดระวัง ทุกหน้ากระดาษที่ถูกเปิดออกเปรียบเสมือนการขุดคุ้ยซากศพที่ถูกฝังกลบด้วยอำนาจและผลประโยชน์
"คุณกำลังมองหาหลักฐานที่จะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของผม... หรือกำลังหาเหตุผลที่จะเกลียดผมให้มากกว่าเดิมกันแน่ครับ พิมมาดา"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบขึ้นใกล้ใบหูจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น พิมมาดาชะงักมือเล็กน้อย แต่ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอรู้ดีว่าศิลายืนอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกเขาแอบย่องเข้ามาในเขตหวงห้ามหลังเที่ยงคืน เงาของเขาทาบทับลงบนชั้นเอกสาร สร้างความอึดอัดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"คุณพูดมากเกินไปแล้ว ศิลา" พิมมาดาเอ่ยเสียงเรียบเย็น สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่บันทึกการให้ยาของคนไข้รายหนึ่ง "ที่นี่ไม่ใช่ห้องสอบสวน และคุณก็ไม่ใช่ผู้ต้องหา... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในทางกฎหมาย"
"แต่ในทางจิตวิทยา... ผมเป็นจำเลยของคุณตั้งแต่วินาทีแรกที่เราสบตากันในห้องฉุกเฉินแล้วล่ะครับ" ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นโคโลญจ์จางๆ เจือกลิ่นฝนผสมผสานกับบรรยากาศอันอับทึบ "จำบันทึกหน้านั้นไม่ได้หรือครับ? ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ไร้พ่ายอย่างคุณ ไม่น่ามองข้ามรอยกรีดที่ผิดรูปทรงในเคสคืนนั้นไปได้นะ"
พิมมาดาขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน คำพูดของเขาจี้เข้าตรงจุดที่เธอพยายามซ่อนเร้น เคสผ่าตัดเมื่อห้าปีก่อน—คืนที่พ่อของเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง และเป็นคืนเดียวกับที่ประวัติการรักษาของเหยื่อรายสำคัญถูกแก้ไขอย่างแนบเนียน รอยกรีดนั้นไม่ใช่ฝีมือของมือสมัครเล่น แต่มันคือลายมือของศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง... และรอยมีดนั้นก็มีองศาเดียวกับที่ศิลามักจะใช้
เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตากลมโตฉายแววคุกคามดั่งสัตว์นักล่าที่จนมุม "ถ้าคุณเป็นคนลงมือในคืนนั้น ทำไมคุณถึงปล่อยให้ฉันตามหาความจริง? คุณสนุกกับการเล่นเกมแมวไล่จับกับฉันมากนักหรือไง"
ศิลาไม่ถอยหนี เขาสบตาเธอกลับด้วยนัยน์ตาที่ยากจะคาดเดา มีร่องรอยของความเจ็บปวดบางเบาพาดผ่านประกตานั้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความหมาย "บางที... ผมอาจจะแค่อยากรู้ว่า ระหว่างอดีตที่พ่อของคุณทิ้งไว้ กับปัจจุบันที่คุณกำลังสร้างขึ้น อะไรจะพังทลายลงก่อนกันเมื่อความจริงถูกเปิดเผย"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก แสงไฟฉายสาดส่องผ่านกระจกฝ้าของประตูห้องเก็บเวชระเบียนเข้ามาเป็นลำ
หัวใจของพิมมาดาเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งการเร็วกว่าความคิด มือใหญ่ของศิลาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนจะดึงร่างเพรียวของเธอให้หลบเข้าไปในซอกมุมมืดหลังชั้นเก็บเอกสารขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยแฟ้มหนาเตอะ
ความมืดโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสอง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด มือของศิลายังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่นพอดีเพื่อไม่ให้ขยับ แต่นุ่มนวลพอที่จะไม่สร้างความเจ็บปวด พิมมาดาแนบหลังติดกับชั้นเหล็กเย็นเฉียบ สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ห่างเพียงคืบ ในความเงียบงันนี้ เสียงหัวใจของกันและกันราวกับดังแข่งกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"ถ้าพวกเขาจับได้ เราจะอธิบายว่าอย่างไรดีครับ คุณหมอ?" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหีบใบหู เสียงกระซิบนั้นเจือความเย้าหยวนและความระทึกในคราเดียวกัน
พิมมาดาเม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากตอบโต้ ดวงตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากแฟ้มลับที่ศิลาถือติดมือมาด้วย มันเป็นเอกสารบันทึกการเบิกเวชภัณฑ์พิเศษที่มีตราประทับลับของผู้อำนวยการโรงพยาบาล—และลายเซ็นกำกับมุมล่างขวานั้น... ไม่ใช่ของใครอื่น นอกจากลายมือของอาจารย์แพทย์ผู้เป็นที่เคารพรักและเปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของเธอเอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 10
เส้นขนานที่มาบรรจบ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!