กลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลผสมกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเวชระเบียนเก่าๆ ในห้องพักเวรดึก คือสิ่งเดียวที่ช่วยยึดโยงพิมมาดาไว้กับความเป็นจริง
ปลายนิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวกำลังพลิกแฟ้มประวัติการรักษาของศิลาอย่างละเอียด ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองตัวเลขความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจที่ถูกบันทึกไว้เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา มันราบเรียบ... ผิดปกติสำหรับมนุษย์คนหนึ่งที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่ช่องท้อง และยิ่งผิดปกติเป็นทวีคูณเมื่อเทียบกับรอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายส่งให้เธอก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงออกมา
"คุณหมอกำลังหาอะไรอยู่หรือคะ หรือว่า... กำลังหาข้ออ้างที่จะเข้ามาดูอาการคนไข้ห้องพิเศษ V-04 เป็นรอบที่สามของคืนนี้กันแน่"
เสียงหวานใสแต่แฝงความระแวงดังขึ้นจากกรอบประตูห้องพักเวร พิมมาดาชะงักมือเล็กน้อย เธอมิได้สะดุ้งโหยงอย่างคนมีความผิด แต่เลือกที่จะค่อยๆ วางแฟ้มในมือลงบนโต๊ะโลหะอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพยาบาลสาวรุ่นน้องที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูอยู่
ณัฐชา... พยาบาลวิชาชีพประจำตึกศัลยกรรมพิเศษ ผู้มีสายตาว่องไวรา2กับเหยี่ยว และขึ้นชื่อเรื่องการจำรายละเอียดปลีกย่อยของคนไข้ได้แม่นยำยิ่งกว่าหมอเจ้าของไข้บางคน
"ฉันกำลังตรวจเช็คความถูกต้องของบันทึกทางการแพทย์ครับ คุณณัฐชา" พิมมาดาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา นิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของตัวเลขบนชาร์ต อาจหมายถึงความเป็นความตายของคนไข้ คุณน่าจะรู้ดีกว่าใคร"
"ค่ะ ดิฉันทราบดีในฐานะพยาบาลวิชาชีพ" ณัฐชาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก้าวเท้าแต่ละก้าวมีจังหวะมั่น and หนักแน่น เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของศัลยแพทย์สาว "แต่สิ่งที่ดิฉันไม่ทราบ... คือเหตุผลที่แพทย์มือหนึ่งอย่างคุณพิมมาดา ต้องใช้เวลาอยู่ในห้องพักของนายศิลานานเกินความจำเป็นถึงสองเท่าของรอบตรวจปกติ แถมยังปิดม่านทึบทุกครั้ง ทั้งที่กฎของห้องพิเศษไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้นในยามวิกาล"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันตาเห็น มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำหน้าที่แข่งกับความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในอากาศ
พิมมาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งสองสบตากันได้โดยไม่ต้องลดละ เธอมิได้แสดงอาการโกรธเคือง หรือแม้แต่พยายามแก้ตัว เพราะในโลกจิตวิทยา พฤติกรรมการแก้ตัวมักเป็นสัญญาณของความผิดปกติ แต่ความนิ่งเงียบและการรักษาภาษากายให้ผ่อนคลายต่างหาก คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
"คุณกำลังสงสัยจรรยาบรรณของผม หรือกำลังสงสัยตัวผมในฐานะมนุษย์คนหนึ่งกันแน่ครับ คุณณัฐชา" พิมมาดาเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เฉียบคมราwithใบมีดผ่าตัดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ "ถ้าเป็นอย่างแรก ผมยินดีให้คุณตรวจสอบบันทึกกล้องวงจรปิดย้อนหลังได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง... ผมคิดว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะมาวิเคราะห์ชีวิตส่วนตัวของแพทย์ผู้รักษา"
ณัฐชาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มบนใบหน้าของพยาบาลสาวไม่ได้ไปถึงดวงตา คมมีดแห่งความสงสัยยังคงถูกชูขึ้นมาท้าทาย
"ชีวิตส่วนตัวของหมอ... ดิฉันไม่เคยสนใจหรอกค่ะ แต่ถ้าชีวิตส่วนตัวนั้นกำลังพัวพันอยู่กับผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ตำรวจกำลังพลิกแผ่นดินหาตัว และคนไข้คนนั้นดันมีท่าทีแปลกประหลาดราวกับกำลังเล่นเกมจิตวิทยากับคุณ... มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไปแล้วค่ะคุณหมอ"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเป้าหมายราวกับกระสุนปืนที่เก็บเสียง พิมมาดาหรี่ตาลงเล็กน้อย เปลือกตาขยับช้าๆ เพื่อซ่อนประกายความไหววูบในใจ ศิลาไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้ใครเห็นชัดเจน แต่ความฉลาดของณัฐชา... หรืออาจจะเป็นสัญชาตญาณของผู้หญิงด้วยกัน กำลังเริ่มแกะรอยเข้าใกล้จุดที่อันตรายที่สุด
"คุณคิดไปไกลเกินไปแล้วครับ" พิมมาดาเอ่ยเสียงเรียบ พراتตัวเดินผ่านพยาบาลสาวไปหยิบแก้วกาแฟบนเคาน์เตอร์ "นายศิลาก็แค่คนไข้ที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วยจากการบาดเจ็บ หน้าที่ของเราคือรักษาเขาให้หาย ไม่ใช่ตัดสินเขาจากข่าวลือในหน้าหนังสือพิมพ์"
"คนไข้ที่มีอาการทางจิตเวช... หรือฆาตกรที่กำลังใช้คุณเป็นเครื่องมือในการอำพรางอะไรบางอย่างกันแน่คะ?" ณัฐชาหันกลับมามองตาม พร้อมกับทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายลงกลางวงสนทนา "เมื่อช่วงหัวค่ำ... ดิฉันเห็นคุณยืนคุยกับเขาโดยไม่มีเครื่องมือแพทย์ใดๆ ในมือ และที่สำคัญ... คุณไม่ได้กำลังตรวจอาการ แต่คุณกำลังฟังเขาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ... 'รอยแผลเก่า' ของคุณพ่อคุณต่างหากล่ะค่ะ"
ร่างของพิมมาดานิ่งค้างไปชั่วขณะ
ความหนาแน่นของอากาศรอบตัวคล้ายถูกสูบออกจนหมดสิ้น ปลายนิ้วที่ถือแก้วกาแฟเย็นเฉียบ มือข้างนั้นสั่นเทาเพียงเล็กน้อย—น้อยเสียจนหากไม่ใช่คนช่างสังเกตอย่างณัฐชาไม่มีทางมองเห็น
ศิลา... มันรู้ได้อย่างไร? เรื่องคดีของพ่อเธอเป็นความลับระดับที่ถูกปิดตายในสำนวนคดีเก่าคร่ำครึ แม้แต่ประวัติส่วนตัวในโรงพยาบาลก็ถูกปกปิดไว้เป็นความลับสูงสุด แต่มัน... ผู้ชายคนนั้น กลับหยิบยกมันขึ้นมาพูดราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ และตอนนี้ ความลับนั้นกำลังรั่วไหลมาสู่หูของพยาบาลคนนอกคนนี้แล้ว
ก่อนที่พิมมาดาจะได้เอ่ยปากแก้ตัวหรือควบคุมสถานการณ์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักเวรของเธอ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในความเงียบสงัดยามตีสองครึ่ง ทั้งพิมมาดาและณัฐชาต่างหันไปมองพร้อมกัน
ประค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ โดยฝีมือของบุรุษพยาบาลเวรเปลคนใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของพิมมาตากระตุกวูบ คือร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดคนไข้สีฟ้าอ่อน ที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์
ศิลายืนอยู่ตรงนั้น... ถือสายน้ำเกลือเดินมาด้วยตัวเอง โดยมีรอยเลือดซึมจางๆ ตรงผ้าพันแผลหน้าท้อง แต่แววตาของเขากลับเปล่งประกายความสนุกสนานราวกับผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"ขอโทษทีครับคุณหมอ... พอดีน้ำเกลือหมดกระปุกแล้ว และผมคิดว่า... มีแค่คุณคนเดียวในโรงพยาบาลนี้ ที่รู้วิธี 'เปลี่ยนสายน้ำ' ให้ผมได้ดีที่สุด" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก ขณะที่สายตาสีเข้มคมกริบกวาดมองระหว่างพิมมาดาและณัฐชาที่ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 11
สายตาของคนนอก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!