กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทว่ามันมิได้น่ารังเกียจเท่ากับความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศรอบตัวเราเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"คุณแน่ใจหรือว่ากุญแจดอกนี้ยังไขประตูบานนี้ได้"
เสียงทุ้มต่ำของศิลาทำลายความเงียบขึ้น ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาจะหมุนลูกบิดประตูทองเหลืองขึ้นสนิม เสียงสปริงด้านในกรอบแกรกราวกับกระดูกที่ถูกหัก ฝุ่นผงสีขาวร่วงกราวลงมาจากขอบวงกบราวกับหิมะที่โปรยปรายลงมาในฤดูร้อน
พิมมาดาไม่ตอบ เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเขา ร่างเพรียวในชุดเสื้อคลุมสีเข้มยืนกอดอกแน่น สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองไปรอบโถงทางเดินที่ครั้งหนึ่งเคยสว่างไสวด้วยเสียงหัวoาะ ทว่าบัดนี้กลับเหลือเพียงเงาดำทะมัดทะแมงของอดีตที่ถูกฝังกลบ
มือบางเอื้อมไปผลักบานไม้สักเก่าคร่ำคร่าให้เปิดออกด้วยแรงผลักเพียงเล็กน้อย แสงสลัวจากภายนอกทอดตัวยาวเข้าไปในห้องรับแขก เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างท่ามกลางลำแสงราวกับดวงดาวในจักรวาลที่ตายซาก ที่นี่คือบ้านพักตากอากาศริมหน้าผาในจังหวัดชลบุรี สถานที่ซึ่งถูกปิดตายมานานร่วมทศวรรษ สถานที่ที่พ่อของเธอถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมอำพรางเพื่อนร่วมงาน เมื่อครั้งเธอยังเป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบสองขวบ
"ความทรงจำไม่ใช่ความจริงเสมอไปหรอกนะ คุณหมอ" ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมปلاบสีนิลคู่นั้นสะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวของสถานที่แม้แต่น้อย "บางครั้ง... สมองของเราก็สร้างภาพลวงตาขึ้นมา เพื่อปกป้องเราจากความจริงที่เจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว"
"ฉันจำได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่" พิมมาดาตอบเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล ทว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "เลือดบนพรมผืนนั้น... กลิ่นคาวปลาผสมกับสนิมเหล็ก... และเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังระรัวจนแก้วหูแทบแตก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยจินตนาการของเด็กสิบสองขวบ"
ศิลาแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อ่านยาก มันไม่ใช่ร่องรอยของความเยาะเย้ย ทว่ามันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ
"งั้นหรือครับ..." เขาก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นอายฝุ่นจางๆ แตะเข้าที่นาสิก "ถ้างั้นเราลองมาพิสูจน์กันดูไหม ว่าสิ่งที่พ่อของคุณทิ้งไว้เบื้องหลัง... คือร่องรอยของความผิด หรือร่องรอยของการจัดฉากกันแน่"
ทั้งคู่ก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน พื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่น้ำหนักลงน้ำหนักลงไป บรรยากาศภายในวังเวงและเย็นยะเยือก แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดซึ่งปิดทึบด้วยคราบหยากไย่ ทำให้เห็นลำแสงเป็นทางยาว ตัดกับความมืดมิดในมุมห้อง พิมมาดากวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขก เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกคลุมด้วยผ้าปูสีขาวที่บัดนี้กลายเป็นสีเทาเข้มด้วยคราบฝุ่น
ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์ที่ฉายซ้ำ ภาพของชายวัยกลางคนในชุดกาวน์แพทย์ที่กำลังถูกใส่กุญแจมือ ใบหน้าที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก สายตาที่มองตรงมาที่เธอราวกับจะบอกอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะถูกผลักตัวออกไปจากบ้านหลังนี้
"คุณกำลังมองหาอะไรกันแน่ ศิลา" พิมมาดาเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด เธอยืนหยุดนิ่งอยู่หน้าตู้โชว์กระจกที่แตกละเอียด บริเวณพื้นด้านล่างยังมีเศษแก้วชิ้นเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ "คุณบอกว่าคุณอยากช่วยฉันรื้อฟื้นคดีของพ่อ แต่ท่าทางของคุณตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ มันเหมือนกับคนที่กำลังตามหา 'ของบางอย่าง' ที่คุณทำหายไปมากกว่า"
ศิลาหยุดเดิน เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยความจริงจังที่เฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด
"คุณเป็นคนช่างสังเกตเสมอ สมกับที่เป็นศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยม" ศิลาเดินเข้าไปใกล้ตู้โชว์ที่เธอ站在อยู่ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะเศษแก้วที่อยู่บนพื้นเบาๆ "ผมไม่ได้ตามหาของที่ทำหายหรอกครับ... ผมแค่กำลังตามหา 'จิ๊กซอว์' ชิ้นสุดท้าย ที่จะทำให้ภาพวาดชิ้นนี้มันสมบูรณ์ต่างหาก"
"ภาพวาดอะไร?"
"ภาพฆาตกรรมที่ตำรวจและศาลมองข้ามไปอย่างไรล่ะครับ" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงของเขาจริงจังจนน่าขนลุก "คุณเคยสงสัยไหม ว่าทำไมศพของเหยื่อ... ดร.ประวิทย์ ถึงถูกพบในห้องทำงานชั้นใต้ดิน ทั้งๆ ที่ร่องรอยการต่อสู้ทั้งหมดเกิดขึ้นที่ห้องนี้"
พิมมาดาขมวดคิ้วแน่น สมองส่วนวิเคราะห์เริ่มทำงานทันที "ตำรวจสรุปผลชันสูตรแล้วว่า ดร.ประวิทย์ ถูกทำร้ายร่างกายในห้องรับแขกจนสลบ ก่อนที่พ่อของฉันจะลากร่างของเขาลงไปจัดการต่อในห้องใต้ดินเพื่ออำพรางคดี"
"ผลชันสูตร... เขียนโดยแพทย์นิติเวชคนไหนนะ?" ศิลาเลิกคิ้วถามเชิงยั่วเย้า
"นายแพทย์ทรงพล..." พิมมาดาชะงักคำพูดไปทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อชื่อของอาจารย์แพทย์รุ่นพี่ผู้ล่วงลับผุดขึ้นมาในหัว นายแพทย์ทรงพลผู้ซึ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกะทันหัน เมื่อสามปีก่อน หลังจากที่พิมมาดาเริ่มเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลเดียวกับเขา
"ถูกต้องครับ" ศิลายิ้มเย็นเยียบ "นายแพทย์ทรงพล... ผู้ชายที่เซ็นชื่อรับรองสำนวนคดีทั้งหมด และเป็นคนเดียวที่ครอบครองกุญแจห้องใต้ดินสำรองของบ้านหลังนี้"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที พิมมาดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกผสมกับความโกรธกรำ ความจริงที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดสิบปีเริ่มสั่นคลอน ราวกับตึกสูงที่ถูกถอดฐานรากออกทีละแท่ง
"ถ้าอย่างนั้น... ที่คุณพาฉันมาที่นี่วันนี้..." พิมมาดาจ้องหน้าเขาเขม็ง น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกร้าวเอาไว้ "ไม่ได้มาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อฉัน แต่คุณรู้อยู่แล้วว่าที่นี่มีหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงใครบางคน"
"คุณฉลาดเกินไปแล้ว พิมมาดา" ศิลาพูดเสียงนุ่ม ทว่าแฝงไปด้วยพลังกดดันอันมหาศาล เขาเดินอ้อมผ่านเธอไปหยุดอยู่ที่ประตูลับไม้บานเล็กที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือเก่า ซึ่งถูกอำพรางไว้ด้วยม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มที่เปื่อยยุ่ย "ประตูนี้นำไปสู่ห้องใต้ดิน... และผมคิดว่า บางที 'ความจริง' ที่คุณตามหามาตลอดชีวิต อาจจะกำลังรอเราอยู่ข้างล่างนั้น"
ศิลาเอื้อมมือไปบิดกลอนประตูบานนั้น เสียงเหล็กกระทบกันดังแกรก... ประตูค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ ปล่อยให้กลิ่นอับชื้นและกลิ่นบางอย่างที่แปลกประหลาดโชยออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง
ทว่า... ก่อนที่ศิลาจะทันได้ก้าวเท้าลงไปในความมืดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่โถงทางเดินด้านนอก!
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงที่หน้าประตูกลางบ้าน ก่อนที่ลูกบิดประตูด้านนอกจะถูกหมุนด้วยความเร็วสูง และมีเสียงกระชากบานประตูให้เปิดออกอย่างไร้ความปรานี!
ศิลาหันขวับกลับไปมองทางประตูหน้าทันที ในขณะที่พิมมาดาผวาถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในลำแสงสลัว พร้อมกับประกายวาววับของวัตถุโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนกับแสงไฟ!
"ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาดตะโกนก้องขึ้นในความเงียบงัน
ศิลาหรี่ตามองฝ่าความมืด ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว...
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
"สายลมแผ่วเบา"
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 12
ร่องรอยในอดีต
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!