กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องพักแพทย์เวร คือสิ่งเดียวที่คอยย้ำเตือนพิมมาดาว่าเธอยังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการกุมด้ามมีดผ่าตัดช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน กำลังสั่นเทาเล็กน้อยขณะถือแก้วกาแฟดำที่เย็นชืด สายตาของเธอไม่ได้มองออกไปนอกหน้าต่างยามค่ำคืน แต่กลับสะท้อนภาพเงาของตัวเองบนกระจกเงา—เงาของศัลยแพทย์ผู้ไร้ที่ติ ผู้ซ่อนอดีตอันดำมืดไว้ใต้เสื้อกราวาสีขาวบริสุทธิ์
"คนไข้เคสเมื่อครู่ชีพจรคงที่แล้วครับคุณหมอ... แต่ดูเหมือนคนที่น่าเป็นห่วงมากกว่า จะเป็นคุณหมอเองนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้องพักแพทย์ ศิลาไม่ได้เคาะประตู เขาเพียงแต่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับเงาที่หลุดออกมาจากความทรงจำอันเจ็บปวดที่พิมมาดาพยายามฝังกลบไว้
พิมมาดาไม่สะดุ้งโหยก เธอเพียงแต่วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งกุญแจไขคดีปริศนาและเป็นหนามยอกอกที่อันตรายที่สุดในชีวิตของเธอ
"คุณเข้ามาในห้องพักแพทย์ส่วนตัวของโรงพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต... นี่มันคือกฎข้อที่เท่าไหร่แล้วที่คุณละเมิด, คุณศิลา" น้ำเสียงของพิมมาดาเรียบนิ่ง เย็นชา และเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันความเปราะบางภายใน
ศิลาไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว แววตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอราวกับกำลังสканหาความผิดปกติใต้ผิวหนัง ความเงียบระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่สูงลิ่ว มันคือการปะทะกันของสองขั้วอำนาจ—แพทย์ผู้ยึดมั่นในความจริงทางวิทยาศาสตร์ กับชายผู้มีความจำผิดปกติแต่กลับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์
"กฎถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนธรรมดาปฏิบัติตามครับคุณหมอพิมมาดา... แต่เราสองคนไม่ได้ยืนอยู่บนบรรทัดฐานของคนธรรมดาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือครับ" ศิลาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูก "คุณกำลังเหนื่อยล้า... และที่แย่กว่านั้น กำแพงที่คุณสร้างขึ้นเพื่อปกป้องปมในอดีตเรื่องคุณพ่อของคุณ มันกำลังจะพังทลายลงด้วยมือของคุณเอง"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าไปที่จุดเปราะบางที่สุดในจิตใจของพิมมาดาอย่างแม่นยำ ราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาผสมโรงกับความตื่นตระหนก แต่เธอกลับเลือกที่จะใช้ความนิ่งงบสยบความไหวหวั่น
"คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงเรื่องนั้น" พิมมาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำสนิทวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ "คุณเป็นใครกันแน่ ศิลา? คุณเข้ามาในชีวิตผมเพื่ออะไร ต้องการเล่นเกมจิตวิทยาอะไรกันแน่"
"ผมไม่ได้เล่นเกมครับ" ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าหนักแน่นจนน่ากลัว เขายื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดเฉียดผ่าน1ผ่านกรอบหน้าผากของเธอเพื่อปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าอย่างถือวิสาสะ
พิมมาดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะ "สัมผัส" นั้นมันทรงพลังเกินกว่าจะผลักไส กำแพงน้ำแข็งที่เธอสะสมมานานนับปีคล้ายกำลังถูกความร้อนจากปลายนิ้วของชายหนุ่มหลอมละลายลงอย่างช้าๆ เคมีระหว่างทั้งคู่ระเบิดตัวเงียบๆ ในอากาศที่อัดแน่นด้วยความตึงเครียด
"ผมแค่อยู่ตรงนี้..." ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มของเธอ "ในฐานะคนที่มองเห็นตัวตนจริงๆ ของคุณ... พิมมาดา คนที่ไม่ได้สวมชุดกราวส์ ไม่ได้ถือมีดผ่าตัด และกำลังร้องไห้เงียบๆ อยู่ข้างใน"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ คำพูดนั้นทลายด่านสุดท้ายในความรู้สึกของพิมมาดา ความเข้มแข็งจอมปลอมที่เธอใช้ประคับประคองชีวิตมาตลอดพังครืนลงมา หัวใจของแพทย์หญิงผู้เยือกเย็นเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตนี้กำลังดึงเธอเข้าสู่ "กับดักแห่งอารมณ์" อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เธอมองลึกลงไปในดวงตาของศิลา ในนั้นไม่มีความเยาะเย้ย ไม่มีพิษภัย มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เธอมองหามาตลอดชีวิต แต่มันกลับมาจากปากของผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมที่เธอควรจะหลีกหนีให้ไกลที่สุด
พิมมาดาเงื้อมมือขึ้นตั้งใจจะผลักอกเขาออกไปเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ปลายนิ้วของเธอกลับเปลี่ยนเป็นฝ่ายสัมผัสลงบนปกเสื้อเชิ้ตของเขาโดยไม่รู้ตัว ความลังเลฉายชัดบนใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความสับสน
ศิลาสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ราวกับเขารู้ดีอยู่แล้วว่าชัยชนะในเกมนี้เป็นของใคร มือหนาของเขาเลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าของเธอไว้แผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม
"ถ้าคุณก้าวเข้ามาในเขตอันตรายนี้แล้ว... คุณจะไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกนะพิม" เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่เย้ายวนให้ทำผิดบาป
พิมมาดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจสองดวงกำลังตีรันฟันแทงกันระหว่างสัญชาตญาณของการเป็นหมอผู้มีเหตุผล กับความปรารถนาลึกๆ ที่โหยหาความอบอุ่นมาเนิ่นนาน เธอกำลังจะพยักหน้ารับสัมผัสนั้น—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศที่ราวกับถูกแช่แข็งไว้ให้แตกกระจายลงในพริบตา
พิมมาดาสดุ้งสุดตัว ผละถอยหลังออกจากศิลาอย่างรวดเร็ว ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก เธอกระชับเสื้อกราวส์ในตัวให้เข้าที่แล้วสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
"เข้ามา" เธอเอ่ยเสียงแข็ง พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น
ประตูห้องเปิดผางออก พยาบาลเวรวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด เอกสารในมือสั่นเทา
"คุณหมอพิมคะ! แย่แล้วค่ะ... ตำรวจเจ้าของคดีโทรมาแจ้งด่วนที่สุด พวกเขาเพิ่งเจอหลักฐานชิ้นใหม่ในที่เกิดเหตุเมื่อสามปีก่อน..." พยาบาลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของพิมมาดาเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที "ในแฟ้มคดีฆาตกรรมของคุณพ่อคุณ... มีลายนิ้วมือปริศนาอีกชุดหนึ่งปรากฏขึ้นมาใหม่ และมันตรงกับฐานข้อมูลของคนในโรงพยาบาลเราค่ะ!"
พิมมาดาเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองศิลาทันที ทว่าชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งและปริศนาที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
ศิลาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางกระซิบเบาๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของพิมมาดา
"เกมพลิกแล้วล่ะครับคุณหมอ... คราวนี้คุณจะเลือกเชื่อหลักฐาน หรือจะเชื่อหัวใจตัวเองดีล่ะ?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 13
กับดักแห่งอารมณ์
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!