กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 14

เสียงเพรียกจากความหลัง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ บนถาดสเตนเลสในห้องพักผู้ป่วยพิเศษเดี่ยว กลางดึกสงัดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ดังสะท้อนก้องในความเงียบราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง พิมมาดายืนนิ่งอยู่หลังม่านกั้นสีเบจ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบจ้องมองร่างของชายหนุ่มบนเตียงผ่านรอยแยกเล็ก ๆ ศิลากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวนวดขมับทั้งสองข้างอย่างแรง เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม ลมหายใจของเขาหอบถี่และสั่นเทา สะท้อนถึงการต่อสู้ภายในที่กำลังฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของเจ้าตัวเป็นชิ้น ๆ "เกมพลิกแล้วล่ะครับคุณหมอ... คราวนี้คุณจะเลือกเชื่อหลักฐาน หรือจะเชื่อหัวใจตัวเองดีล่ะ?" ประโยคคำถามท้าทายจากปากของเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังคงก้องกังวานในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ น้ำเสียงราบเรียบและท่าทีเย่อหยิ่งราวกับผู้กุมความลับทั้งหมดในจักรวาลเมื่อครู่ ได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางของมนุษย์ผู้ติดอยู่ในเขาวงกตแห่งความทรงจำที่บิดเบี้ยว ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่าหรือซ่อนเร้นความนัยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันเต็มไปด้วยความตระหนก—ความหวาดกลัวที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจควบคุมได้ "คุณ... เรียกผมว่าอะไรนะเมื่อกี้" ศิลาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือราวกับคนเพิ่งฟื้นไข้ ปลายนิ้วที่เคยนวดขมับเปลี่ยนมาจิกทึ้งเส้นผมของตัวเองแน่น พิมมาดาไม่ตอบในทันที เธอเลือกที่จะก้าวพ้นม่านกั้นเข้ามาในแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของศิลาอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ นี้ ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้คุ้นเคยกับการตัดเฉือนเนื้อเยื่อและชีวิตมนุษย์บนเตียงผ่าตัด รักษาระยะห่างได้อย่างเยือกเย็นเสมอ แต่ยามนี้ เธอกลับรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง "คุณหมอ... ผมจำได้แล้ว" ศิลาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นราวกับเพิ่งมองเห็นภาพหลอนที่น่าสะพรึงกลัว "ไม่ใช่แค่ภาพตัดต่อในสำนวนคดี... แต่ผมจำกลิ่นอายของคืนนั้นได้ กลิ่นฝน กลิ่นสนิมเหล็ก... และเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งในห้องผ่าตัดใต้ดินนั่น" พิมมาดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เธอรักษามามาดนิ่งสงบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าหัวใจใต้เสื้อกาวน์สีขาวจะกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำว่า 'ห้องผ่าตัดใต้ดิน'—สถานที่ซึ่งถูกปิดตายและลบเลือนไปจากสารบบของโรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อสิบปีก่อน สถานที่เดียวกับที่เชื่อมโยงคดีฆาตกรรมอำพรางที่พ่อของเธอต้องกลายเป็นแพะรับบาป "คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร, คุณศิลา" พิมมาดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "ความจำที่เสื่อมถอยจากอุบัติเหตุ อาจทำให้สมองสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่คุณอยากให้มันเป็นได้เสมอ ในฐานะแพทย์ ผมแนะนำให้คุณพักผ่อน..." "อย่าใช้หลักการแพทย์มากลบเกลื่อนความกลัวของตัวเองเลยครับ, คุณพิมมาดา" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขากลับมามีความคมกริบเจือความเย้ยหยันดังเดิม แม้ร่างกายจะยังสั่นเทา เขาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณไม่ได้กลัวว่าผมจะโกหก... แต่คุณกำลังกลัวว่าสิ่งที่ผมจำได้ มันคือความจริงที่คุณพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิตต่างหาก" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงทันตาเห็น บทสนทนาเชิงจิตวิทยาที่มักใช้หยั่งเชิงกันไปมา บัดนี้ถูกยกระดับขึ้นสู่การเผชิญหน้าอย่างไร้เกราะกำบัง พิมมาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างเกราะป้องกันทางกายภาพ สายตากวาดมองสำรวจปฏิกิริยาของชายหนุ่มอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามสัญชาตญาณของแพทย์และนักสืบสมัครเล่นในเวลาเดียวกัน "ถ้ามันคือความจริงอย่างที่คุณว่า... ทำไมคุณถึงเพิ่งมาจำได้ตอนนี้?" พิมมาดาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงเฉียบคม "ความทรงจำไม่ได้กลับมาง่าย ๆ เพียงแค่คุณนั่งมองหน้าผมในห้องพักผู้ป่วยหรอกนะครับ มันต้องมีตัวกระตุ้น... หรือว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงกลยุทธ์ใหม่ในเกมของคุณ เพื่อให้ผมคล้อยตามและช่วยคุณหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา?" ศิลาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและขื่นขมยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เขาหันใบหน้าไปมองนอกหน้าต่างกระจกใส บานกระจกที่สะท้อนภาพเงาของตึกสูงระฟ้าและแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามค่ำคืน ทว่าในสายตาของเขา มันกลับสะท้อนภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ซ้อนทับกันอย่างน่ากลัว "คุณคิดว่าผมอยากจำมันได้นักหรือครับ?" ศิลาหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ประกายในดวงตาคู่นั้นลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง "ความทรงจำที่กลับมา มันไม่ได้ทำให้ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ในสายตาคุณหรอกนะ... ในทางตรงกันข้าม มันยิ่งทำให้ผมกลายเป็น 'ปีศาจ' ในสายตาของตัวเอง และที่แย่ไปกว่านั้น..." เขาเว้นจังหวะ เลียริมฝีปากแห้งผากเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เธออีกนิด แม้จะมีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือ "...มันทำให้ผมจำได้ว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมในคืนที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งนั้น... ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหนเลย" สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงทันที พิมมาดาชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นห้อง สติสัมปชัญญะของเธอดับวูบไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลคำพูดของชายหนุ่ม *คนในคืนนั้น... ไม่ใช่คนอื่นไกล?* มันหมายความว่าอย่างไร? พ่อของเธอ? ตัวเธอเองในวัยเด็ก? หรือตัวศิลาเองที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยในฐานะอื่นที่ไม่ใช่เหยื่อ? "คุณหมายความว่ายังไง..." พิมมาดาเค้นเสียงถามออกไปได้เพียงเท่านั้น ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เธอสั่งสมมาหลายปีพังทลายลงในพริบตา ศิลาไม่ได้ตอบคำเขากลับทันที เขายกมือขึ้นแตะที่ขมับอีกครั้งราวกับอาการปวดหัวกำลังกำเริบหนักขึ้น แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและอันตราย "ก่อนที่ผมจะบอกคุณว่าผมจำอะไรได้อีกบ้าง..." ศิลาพูดเสียงกระซิบ แววตาคมกราบจ้องมองเธอราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม "คุณช่วยหันไปมองที่ประตูห้องน้ำหน่อยสิครับ..." พิมมาดาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้เธอหันขวับไปมองตามคำบอก ประตูห้องน้ำสีขาวปิดสนิทดี ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น... ทว่า บนพื้นกระเบื้องหน้าประตูกลับมีรอยเปื้อนสีดำคล้ำหยดใหม่ ซึ่งส่งกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งออกมาอย่างชัดเจน ทั้งที่เมื่อครู่ตอนที่เธอเดินเข้ามาสำรวจห้อง มันยังไม่มีรอยเปื้อนนี้อยู่เลย! และก่อนที่พิมมาดาจะได้ทันส่งเสียงร้องทัก หรือชักปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ออกมา เสียงเคาะประตูกระจกเบา ๆ จากด้านนอกห้องพักผู้ป่วย ก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ทั้งสองคนนิ่งค้าง ศิลามองตรงไปที่ประตูด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความหวาดกลัว เป็นความตื่นตัวระดับสูงสุด ขณะที่พิมมาดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ไม่ใช่เสียงของพยาบาลรอบเวร... และไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่หน้าประตูห้องพักพิเศษชั้นสิบห้า ซึ่งควรจะปลอดAภัยที่สุดในโรงพยาบาล มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนทาบทับกระจกใสอยู่อย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของพิมมาดาที่สั่นครูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นพร้อมกับเบอร์แปลกปลอมที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าสั้น ๆ เพียงสามพยางค์... --- ฝากกดติดตามและกดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้ด้วยนะครับ แล้วเรามาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%