"คุณกำลังใช้มีดผ่าตัดของศัลยแพทย์ เพื่อกรีดลงบนความถูกต้องทางกฎหมาย... คุณศิลา"
เสียงของพิมมาดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องปลอดเชื้อแห่งนั้น กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและฟอร์มาลีนเจือจางในอากาศราวกับเครื่องเตือนสติ ปลายเกลียวของหลอดฉีดยาในมือเธอถูกหมุนจนแน่นสนิท สายตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบคมกริบราวกับใบมีดเบอร์สิบห้า เธอไม่ได้มองหน้าเขา เธอกำลังมองสะท้อนเงาของชายหนุ่มผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องปฏิบัติการกับห้องเก็บชิ้นเนื้อ
ศิลายังคงยืนพิงกรอบประตู ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับทิ้งน้ำหนักตัวลงข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อกั๊กอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความขบขันที่ยากจะคาดเดา เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมจำนน ก่อนจะก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า
"มีดผ่าตัดมีไว้เพื่อตัดเนื้อร้ายที่กำลังลุกลามออกไปนะครับ หมอพิม" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเยียบเย็นในที "บางครั้ง... หากรอยโรคมันลึกเกินกว่าที่การฉีดยาชาจะบรรเทาความเจ็บปวดได้ การลงมืออย่างไร้ความปรานีจึงเป็นทางเลือกเดียวที่จะรักษาคนไข้ทั้งระบบเอาไว้"
"แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ" พิมมาดาวางหลอดฉีดยาลงบนถาดสเตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* กังวานบาดหู เธอหันกลับมาประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ ปลายจมูกแทบจะชนกันหากเธอยรสูงขึ้นอีกนิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของศิลา—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของฝนฤดูร้อน—ลอยมาปะทะนาสิก "หน้าที่ของคุณคือการอยู่ใต้ร่องรอยการสอบสวน ไม่ใช่การสร้างหลักฐานใหม่ขึ้นมาเพื่อชักใยผู้พิพากษา"
ศิลาไม่ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างที่ลดลงทำให้พิมมาดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มผู้กุมความลับครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ ดวงตาคมกريบของเขาสบประสานกับนัยน์ตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัย
"คุณกำลังกลัว..." ศิษากระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบของปีศาจข้างหู "คุณไม่ได้กลัวว่าผมจะทำผิดกฎหมาย หมอพิม... แต่คุณกำลังกลัวว่าสิ่งที่ผมทำ มันคือสิ่งเดียวกับที่พ่อของคุณเคยพยายามทำเมื่อสิบปีก่อนต่างหาก"
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านไขสันหลัง พิมมาดาชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ปมในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้กองตำราแพทย์และห้องผ่าตัดนับร้อยเคสถูกขุดขึ้นมาด้วยประโยคเดียวของเขา มือเรียวที่สวมถุงมือยางกำเข้าหากันแน่นจนพลาสติกส่งเสียงกรอบแกรบ
"อย่าเอาเรื่องนั้นมาพูด" เสียงของเธอต่ำลอดไรฟัน แววตาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่คมชัดพอจะทำให้ศิลาจับสังเกตได้
"ความจริงก็คือความจริงครับ แม้ว่ามันจะเปื้อนเลือดก็ตามที" ศิลาผละตัวออกไปช้าๆ รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงความลึกลับน่าค้นหา "คุณเกลียดฆาตกร เพราะคุณคิดว่าความยุติธรรมคือเส้นตรงสีขาวสะอาด แต่โลกใบนี้... มันไม่มีสีขาวหรอกครับ หมอพิม มีแต่สีเทาเข้มกับสีเทาอ่อน... และเราสองคนกำลังยืนอยู่บนความต่างของเฉดสีนั้น"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบกรองอากาศ HEPA ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง พิมมาดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เธอยังคงเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่ง ผู้ไม่เคยปล่อยให้อารมณ์เหนือกว่าเหตุผลบนโต๊ะผ่าตัด
"ถ้าคุณคิดว่าตัวเองฉลาดนัก... ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับ" พิมมาดาเปลี่ยนเกม น้ำเสียงเธอกลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นอีกครั้ง ดวงตากวาดมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา "คนที่มีความผิดปกติทางความทรงจำแบบคุณ มีสิทธิ์ที่จะจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปในคืนวันที่สิบห้า... หรือว่าจริงๆ แล้ว คุณจำได้ทุกอย่าง แต่แค่กำลังสนุกกับการเล่นเกมแมวไล่จับกับตำรวจ?"
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงไปครึ่งส่วน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายคมปลาบที่ยากจะคาดเดา นี่คือจุดที่เปราะบางที่สุดของเขา—ความจริงเกี่ยวกับสมองของเขาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมา เสียงเตือนภัยความปลอดภัยระดับสามก็ดังขึ้น *ปี๊บ... ปี๊บ...* แสงไฟฉุกเฉินสีแดงส้มสลับกันกะพริบไปทั่วโถงทางเดินด้านนอก
ประตูห้องปฏิบัติการเลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม
"คุณหมอครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ..." เจ้าหน้าที่ละล่ำละลัก "มีคนส่งพัสดุมาที่แผนกนิติเวช จ่าหน้าซองถึงคุณหมอพิมมาดาโดยเฉพาะ..."
พิมมาดาขมวดคิ้วมุ่น เธอหันไปสบตากับศิลาชั่วขณะ ก่อนจะเดินสาวเท้าผ่านเจ้าหน้าที่ออกไปยังโถงทางเดิน ศิลาเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบราวกับเงาตามตัว
บนโต๊ะสแตนเลสกลางห้องนิติเวช มีกล่องพัสดุกระดาษลูกฟูกขนาดกลางวางอยู่ เทปกาวสีดำถูกกรีดออกแล้วครึ่งหนึ่ง ส่งกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้พิมมาดาต้องหรี่ตาลงด้วยความสังหรณ์ใจ เธอก้าวเข้าไปใกล้ ใช้ปลายด้ามปากกาเขี่ยฝากล่องให้เปิดออกกว้างขึ้น
ภายในกล่องนั้น... ไม่ใช่เอกสาร ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์
มันคือขวดโหลแก้วใสบรรจุ "ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อมนุษย์" ที่ถูกดองไว้ในฟอร์มาลีน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนผิวหนังชิ้นนั้น มีรอยกรีดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว... รอยกรีดแบบเดียวกับที่ใช้ในห้องผ่าตัดของเธอเองเมื่อสามวันก่อน เคสผ่าตัดที่เธอเก็บเป็นความลับสุดยอด
พิมมาดาหน้าถอดสี เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน
ศิลาโน้มตัวลงมามองชิ้นเนื้อในโถงแก้วนั้น ดวงตาคมกริบหรี่แคบลง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มเย้าแหย่ แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ล่าที่เพิ่งค้นพบรอยเท้าเหยื่อ
"ดูเหมือนว่า..." ศิลาเอ่ยกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบสงัด "จะมีใครบางคนกำลังขโมยมีดของคุณไปใช้... และเขากำลังส่งสัญญาณเตือนว่า คุณไม่ใช่คนเดียวที่ถือครองความลับในเมืองนี้นะครับ, หมอพิม"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 15
บทสนทนาที่เฉียบคม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!