กลิ่นอับของเอกสารเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนในลำแสงสลัวจากหน้าต่างบานเล็ก คืออณูอากาศเดียวที่เรากำลังหายใจร่วมกันในห้องเก็บแฟ้มคดีอาชญากรรมของสถานีตำรวจภูธรเมืองเก่า
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, หมอพิม"
ศิลาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ เขายังคงยืนพิงชั้นเหล็กขึ้นสนิม ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มสีน้ำตาลเข้มที่มีรอยเปื้อนคราบน้ำหมึกจางๆ แฟ้มคดีหมายเลข 409/2558—คดีฆาตกรรมที่ถูกปิดตายด้วยคำพิพากษาประหารชีวิต และชื่อของ ‘ศาสตราจารย์แพทย์ธนา’ ปรากฏเป็นจำเลยในหน้าสุดท้าย
พิมมาดากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้กุมความลับบางอย่างที่เธอไม่อาจหยั่งถึง เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อกาวน์สีขาวที่สวมทับชุดสูททำงานอย่างเป็นระเบียบ เป็นกลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เธอมักใช้ยามเมื่อสถานการณ์เริ่มเกินควบคุม
"ไฟย่อมดีกว่าความมืดมิดที่คุณพยายามปกปิด, คุณศิลา" พิมมาดาตอบเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่เธอเอ่ยถึงอดีต "สתิบห้าปีผ่านไป ไม่มีใครรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ยกเว้นคุณ... และคนที่ส่งมีดเล่มนั้นมาให้ผม"
"บางครั้ง สิ่งที่เราคิดว่าเป็น 'ความจริง' ก็เป็นเพียงเรื่องโกหกที่ถูกเล่าซ้ำจนเราเชื่อสนิทใจต่างหากครับ" ศิลาแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกปรากฏร่องรอยของความเย้ยหยันที่ไม่อาจซ่อนเร้น "คุณมั่นใจแค่ไหนกันว่า ผู้ชายที่คุณเรียก ว่า 'พ่อ' ตลอดชีวิต... เป็นผู้ลงมือถือมีดเล่มนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าเขากำลังปกป้องใครบางคนอยู่... เหมือนกับที่คุณกำลังทำอยู่ในตอนนี้"
คำพูดของเขาราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าแก่ พิมมาดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเต้นกระหน่ำจนเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะชีพจรของตนเองในฐานะศัลยแพทย์ เธอย่อมรู้ดีว่าการสูญเสียการควบคุมคือความหายนะ แต่นัยน์ตาคู่คมของศิลากลับสั่นไหวด้วยประกายบางอย่างที่เธอแปลความไม่ออก มันไม่ใช่ความสะใจ แต่มันคือความเจ็บปวด... ความเจ็บปวดของผู้ชายที่มีความทรงจำอันแหลกสลายและไม่หลงเหลือที่ให้ยืน
"เราเสียเวลามามากพอแล้วครับ" พิมมาดาเปลี่ยนเรื่อง ตัดบทสนทนาเชิงจิตวิทยานี้ด้วยความเป็นมืออาชีพ เธอวางมือลงบนสันแฟ้มคดี "ตามบันทึกการสอบสวน พยานปากสุดท้ายที่อยู่ในคืนเกิดเหตุ... พยาบาลวิภาดา หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากวันพิพากษา แต่ผมเชื่อว่าคนประเภทเธอย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอในโลกดิจิทัล"
ศิลาเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังที่น่ากลัว "คุณคิดว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือครับ?"
"คนเราอาจหนีความผิดได้ แต่หนีความรู้สึกผิดไม่ได้หรอกครับ" พิมมาดาเปิดหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบที่มีคราบกาวเก่าๆ "วิภาดามีลูกชายที่ต้องใช้เงินก้อนโตในการรักษาโรคหัวใจเมื่อสิบปีก่อน ทุนการศึกษานั้นไม่ได้มาจากเงินเดือนพยาบาลโรงพยาบาลรัฐแน่นอน หากเราตามเส้นทางการเงินของมูลนิธิเงาจันทร์ในขณะนั้น เราจะเจอผู้สนับสนุนที่แท้จริง"
เสียงกระดาษพลิกดังแกรกกรากท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดิน ศิลาขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นสนิมและกระดาษเก่าโชยแตะจมูก พิมมาดาไม่ได้ถอยหนี เธอยังคงจดจ้องตัวเลขรหัสบัญชีที่จดบันทึกด้วยลายมือหวัดๆ ของพยาบาลวิภาดา
"ฉลาดมากครับ หมอพิม" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ชิดริมใบหูของเธอ ไออุ่นจากลมหายใจของเขาทำเอาขนอ่อนลุกชันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ "แต่คุณลืมคิดไปอย่างหนึ่ง... ว่าบางครั้ง คนที่ถือบัญชีนั้น อาจไม่ได้อยากให้ใครเปิดมันดู"
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างด้านบนแตกละเอียดพร้อมกับเศษแก้วที่ร่วงกราวลงมากระแทกพื้นห้องเก็บแฟ้มจนแตกกระจาย พิมมาดาสัญชาตญาณไวเหนือความคิด เธอย่อตัวลงหลบตามสัญชาตญาณทันที ขณะที่ศิลาพุ่งเข้ามาคว้าแขนเธอแล้วดึงหลบหลังตู้เหล็กทึบอย่างรวดเร็ว
กระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระจกตู้เหล็กเกิดเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงโลหะและควันดินปืนคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"หมอบ! อย่าขยับ!" ศิลาตะโกนกึ่งกระซิบ น้ำหนักตัวของเขากดทับร่างเธอให้แนบกับพื้นเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งของเขาโอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อป้องกันกระสุนที่อาจทะลุผ่านตู้เหล็กมาได้
หัวใจของพิมมาดาเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เพราะกลิ่นอายอันตรายที่อบอวลอยู่รอบตัวพวกเขาทั้งสองคน สายตาของเธอมองลอดผ่านช่องว่างของตู้เหล็กออกไป เห็นเงาร่างหนึ่งกำลังปีนหนีผ่านหน้าต่างบานที่แตกออกไปอย่างรวดเร็ว
"เขาหนีไปแล้ว..." พิมมาดาเอ่ยเสียงกระซิบ ขณะพยายามดันตัวลุกขึ้น แต่ศิลากลับรั้งเธอไว้
"อย่าเพิ่งครับ..." ศิลาเอ่ยเตือน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดก่อนจะก้มลงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่กลิ้งมาหยุดอยู่ใกล้ปลายรองเท้าของเขา มันคือปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตรที่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่
ทว่า สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของพิมมาดาต้องสะดุดกุน ไม่ใช่ปลอกกระสุนนั้น...
แต่เป็นรอยสลักสัญลักษณ์รูป 'ดอกกุหลาบสีดำ' ที่ถูกตอกฝังอยู่บนตัวเรือนโลหะของปลอกกระสุน เป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏในแฟ้มคดีฆาตกรรมของพ่อเธอเมื่อสิบห้าปีก่อน
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
"ดูเหมือนว่า... พยานปากสุดท้ายคนนั้น จะไม่ได้แค่หายตัวไปเฉยๆ เสียแล้วล่ะครับ, หมอพิม... เพราะตอนนี้ เธอกำลังนั่งรอเราอยู่ที่เบาะหลังรถของคุณ... ตั้งแต่ก่อนที่เราจะก้าวเข้ามาที่นี่เสียอีก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันเสมอนะครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 16
พยานคนสุดท้าย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!