กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 17

เหยื่อหรือผู้ล่า

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นไอโซฟลูเรนจางๆ ยังคงติดอยู่ปลายประสาทสัมผัสของพิมมาดา แม้ว่าประตูห้องผ่าตัดจะปิดสนิทลงไปนานกว่าสองชั่วโมงแล้วก็ตาม ศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างเธอคุ้นเคยกับการควบคุมความเป็นความตายบนเตียงผ่าตัด แต่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบงันในยามวิกาลนี้ เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกำลังสูญเสียการควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ แฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมเมื่อสิบหี่ปีก่อนถูกกางออกบนโต๊ะทำงาน แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบสันแฟ้มเก่าคร่ำคร่า เอกสารบางแผ่นเหลืองกรอบตามกาลเวลา แต่รอยหมึกปากกาเน้นข้อความสีเหลืองสดที่ศิลาเป็นคนทำไว้เมื่อคืนวันก่อน กลับโดดเด่นบาดตา คำพิพากษาของศาลในคดีของพ่อเธอ... ถูกขีดเส้นใต้ไว้ด้วยความตั้งใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้เธออนุญาต ศิลาเคลื่อนไหวเงียบเชียบราวดفتเงา กลิ่นอายความเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอบอวลขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของเธอทันที ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟดำสองแก้วลงบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความพึงพอใจที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปาก "คุณดูหมกมุ่นกับอดีตเกินกว่าจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์นะฃ" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เจือด้วยความเย้ยหยันบางเบาที่อีกฝ่ายสัมผัสได้ทันที พิมมาดาเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาสนิมเหล็กของเธอจ้องตรงไปยังชายหนุ่มผู้เป็นทั้งพันธมิตรและปริศนาในเวลาเดียวกัน เธอไม่รับแก้วกาแฟที่เขานำมาให้ ปล่อยให้มันวางคั่นกลางระหว่างพรมแดนของคนทั้งคู่ "ความหมกมุ่นกับความจริง เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พึงมีครับคุณศิลา" พิมมาดาเน้นเสียงคำว่า 'ความจริง' อย่างจงใจ "โดยเฉพาะเมื่อความจริงเหล่านั้น ถูกจัดวางและป้อนให้ผมทีละชิ้น... ราวกับอาหารที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเหยื่อในกรง" ศิลาไม่สะทกสะท้าน เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเธออย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคู่คมจ้องประสานสายตากลับมาอย่างไร้ความหวาดหวั่น "คุณกำลังใช้คำว่า 'เหยื่อ' กับใครอยู่หรือครับ พิมมาดา" ศิลาเอียงคอเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงโน้มถ่วงทางจิตวิทยา "คุณคิดว่าผมกำลังชักใยคุณ หรือคุณกำลังกลัวว่าสิ่งที่ผมชี้ให้เห็น... จะตรงกับความจริงที่คุณพยายามปฏิเสธมาตลอดสิบปีกันแน่" บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับความเงียบงันที่กดทับ พิมมาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำพูดของศิลาแม่นยำราวน้ำกรดที่หยดลงบนแผลสด ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในโรงพยาบาลเริ่มต้นขึ้น ศิลาคือคนที่ดึงเธอเข้าสู่วังวนนี้ เขาชี้เบาะแส เขาให้ข้อมูลวงในที่แม้แต่ตำรวจสืบสวนยังเข้าไม่ถึง และทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ตัวฆาตกร เธอกลับพบว่าร่องรอยทั้งหมดมักจะเชื่อมโยงกับอดีตของพ่อเธอเสมอ มันสมบูรณ์แบบเกินไป... สมบูรณ์แบบจนน่ากลัว "คุณรู้เรื่องคดีของพ่อผมก่อนที่เราจะเจอกันเสียอีก" พิมมาดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือเรียวบางใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คุณจงใจเข้ามาใกล้ผม ใช้คดีของโรงพยาบาลนี้เป็นเครื่องมือ เพื่อรื้อฟื้นบางอย่างที่คุณต้องการให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก... ผมเป็นแค่หมากบนกระดานของคุณใช่ไหม ศิลา" ศิลาเงียบไปชั่วขณะ รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากของเขาหายวับไป ดวงตาที่เคยระMปนความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เขายื่นมือออกไปแตะสันแฟ้มคดีเก่าคดีนั้นเบาๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดาษเป็นจังหวะช้าๆ "ถ้าผมบอกว่าคุณไม่ใช่หมาก... แต่เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ผมยอมรับล่ะ" ศิลาโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาในระยะที่พิมมาดาได้กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ผสมผสานกับความกดดันทางอารมณ์ "พิมมาดา คุณคิดว่าคนอย่างผม มีเวลาว่างมากพอที่จะมาเล่นเกมจิตวิทยากับหมอผ่าตัดที่เอาแต่ก้มหน้าอยู่แต่ในห้องปลอดเชื้อหรือครับ ถ้าไม่ใช่เพราะ... เราต่างก็มีศัตรูคนเดียวกัน" "ศัตรู?" พิมมาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความระแวง "คุณหมายถึงใคร ฆาตกรคนนั้น หรือตัวคุณเองกันแน่" ศิลาไม่ตอบคำถามในทันที เขายืดตัวกลับไปพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของจิตใจที่เต็มไปด้วยปมปัญหา "บางครั้ง คนที่เราควรกลัวที่สุดไม่ใช่คนที่ถือมีดเข้ามาในความมืดครับ..." ศิลาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความหมายอันดำมืดลอยเคว้งอยู่ในอากาศ "...แต่คือคนที่ยืนอยู่ข้างเราในยามสว่าง แล้วบอกว่าเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรา... แม้กระทั่งเรื่องที่เราพยายามซ่อนไว้จากตัวเอง" คำพูดนั้นทำให้พิมมาดานิ่งงัง หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอกำลังจะเอ่ยปากสวนกลับด้วยข้อถกเถียงทางตรรกะ ทว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดจังหวะ *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* หน้าจอแสดงผลระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลกะพริบเป็นสีแดงวาบ พร้อมข้อความแจ้งเตือนการบุกรุกพื้นที่หวงห้าม ชั้นใต้ดิน B3—ห้องเก็บรักษาเวชภัณฑ์และประวัติผู้ป่วยเก่า พิมมาดากับศิลาสบตากันโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ เคมีระหว่างคนทั้งคู่เปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งทางความคิด สู่ความตึงเครียดของสถานการณ์จริงในเสี้ยววินาที ศิลายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาคว้าเสื้อโค้ทตัวยาวขึ้นพาดบ่าอย่างคล่องแคล่ว "ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนไม่อยากให้เราคุยกันจนจบเรื่องนะฃ" พิมมาดาดึงลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบปืนพกขนาดเล็กที่เธอเก็บไว้สำหรับป้องกันตัวออกมาตรวจเช็คกระสุนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวขึ้น "ถ้าคุณคิดจะตลบหลังผม ศิลา... จำไว้ว่ากระสุนในนี้เร็วกว่ามีดผ่าตัดของคุณแน่นอน" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาเป็นประกายด้วยความท้าทายที่ยากจะต้านทาน "ผมจะถือว่านั่นคือคำชมก็แล้วกันครับ... ไปกันเถอะหมอ เราไปดูซิว่าใครกันแน่ที่เป็น 'ผู้ล่า' ตัวจริง" ทั้งสองก้าวออกจากห้องทำงาน มุ่งตรงสู่ลิฟต์บริการที่มืดทึบลงไปยังชั้นใต้ดิน โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... เบื้องล่างที่พวกเขากำลังจะไปถึง ไม่ได้มีเพียงแค่ร่องรอยของอดีตที่ถูกซ่อนไว้ แต่ยังมีกับดักมรณะที่ถูกตั้งรอไว้ต้อนรับพวกเขาโดยเฉพาะแล้ว เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินย่ำอยู่บนเศษกระจกแตกในความมืดสนิทของชั้น B3 พร้อมกับเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังสะท้อนก้องผ่านลำโพงอินเตอร์คอมเก่าๆ... *“ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนสุดท้ายครับ... คุณหมอ”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%