กลิ่นไอโอดีนผสมกับแอลกอฮอล์ล้างแผลในห้องพักแพทย์ยามวิกาลไม่ได้ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านอย่างที่ควรเป็น มันให้กลิ่นอายคล้ายห้องดับจิตมากกว่า
พิมมาดากดปุ่มรีเฟรชหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นรอบที่สี่ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงสีฟ้าจากจอภาพ ใบหน้าของเธอเรียบนิ่งจนเกือบไร้อารมณ์ แต่ปลายนิ้วที่เคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกำลังฟ้องถึงความกรุ่นโกรธที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กรอบระเบียบวินัยอันเคร่งครัด
หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉาน: *Error 404: File Not Found*
แฟ้มประวัติการรักษาและบันทึกทางจิตวิทยาของศิลา—ผู้ป่วยเคสพิเศษที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตและตรรกะทั้งหมดของเธอ—หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าตัวตนของเขาในระบบโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบแต่หนักแน่นสะท้อนก้องบนพื้นกระเบื้องยาง พิมมาดาไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็จดจำกลิ่นสัมผัสจางๆ ของโคโลญจน์กลิ่นไม้จันทน์ผสมกับฝนแรกได้ดี มันคือกลิ่นกายประจำตัวของชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเยาลักษณะคล้ายปีศาจจำแลง
"ผมเตือนคุณแล้วว่าความจริงบางอย่าง... ถ้าพยายามขุดคุ้ยมันขึ้นมา คุณอาจจะไม่ชอบรอยแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ข้างใต้"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากความมืดตรงกรอบประตู ศิลายืนพิงวงกบด้วยท่าทางสบายๆ มือข้างหนึ่งซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวที่ไม่ได้ติดกระดุม ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างความขบขันกับความระแวดระวัง
พิมมาดาหันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า เข่าเกือบชิดกันเพราะระยะห่างที่เขาก้าวล้ำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เธอไม่ถอยหนี ปลายนิ้วยังคงประสานกันบนตักอย่างมั่น The stillness of a surgeon ready to make the first incision.
"คุณไม่ได้เป็นแค่นายแพทย์ฝึกหัดหรือผู้ป่วยความจำเสื่อมธรรมดา... ศิลา" พิมมาดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งปลายมีดผ่าตัด "ระบบความปลอดภัยระดับสิทธิ์ผู้บริหารสูงสุดของโรงพยาบาลถูกใช้เพื่อลบข้อมูลของคุณเมื่อสามนาทีที่แล้ว และคนเดียวที่มีรหัสผ่านระดับนั้นในเวลานี้คือนายแพทย์บริหารที่เพิ่งเซ็นรับตัวคุณเข้ามา"
ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว จนกระทั่งเงาสูงโปรดของเขาทาบทับร่างของเธอ
"คุณกำลังใช้ตรรกะของศัลยแพทย์มาวินิจฉัยเรื่องการเมืองในโรงพยาบาล ซึ่งมันผิดฝาผิดตัวไปหน่อยนะครับ พิมมาดา" ศิลาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อม "บางครั้ง... การที่ข้อมูลหายไป ไม่ได้แปลว่ามันถูกลบ แต่มันแปลว่า *พวกเขา* ไม่อยากให้คุณเห็นต่างหาก"
"พวกเขาที่ว่า... หมายถึงใคร"
"หมายถึงคนที่กำลังจับตาดูเราอยู่ในตอนนี้ยังไงล่ะครับ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอกของพิมมาดา แม้เธอจะพยายามควบคุมสติสัมปชัญญะให้อยู่ในโหมดมีเหตุผลเพียงใด แต่รัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวศิลากลับทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย
ดวงตาของเขาลึกซึ้งและมืดมนเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ธรรมดา มันมีความลับนับร้อยซ่อนอยู่หลังม่านตาคู่นั้น—ความลับที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อน คดีที่พยายามฝังกลบปมในใจของเธอไว้ตลอดกาล
"คุณกลัวผมไหม?" ศิลาถามกระซิบ เสียงของเขาต่ำพร่า แฝงไปด้วยความเย้ายวนอันตรายที่ชวนให้ขนลุกซู่
"ฉันไม่เคยกลัวสิ่งที่ฉันเข้าใจ" พิมมาดาเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีร่องรอยความหวาดหวั่นในดวงตาสีดำสนิทของเธอ "แต่ฉันเกลียดคนโกหก... และเกลียดคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่ากฎหมาย"
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความระ1ทึกใจ เขายืดตัวตรงขึ้น รอยยิ้มนั้นจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่น่ากลัวกว่าเดิม
"ถ้าอย่างนั้น... ทำไมคุณถึงไม่ลองเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณดูล่ะครับ" ศิลาพยักเพยิดไปยังโต๊ะทำงานของเธอ "ก่อนที่นาฬิกาจะตีบอกเวลาเที่ยงคืน"
พิมมาดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวผ่านร่างของศิลาไปอย่างระมัดระวัง มือเรียวดึงลิ้นชักชั้นบนสุดของโต๊ะไม้ออกอย่างแรง
ภายในลิ้นชักที่ควรจะมีเพียงอุปกรณ์เครื่องเขียนและแฟ้มบันทึกส่วนตัว กลับมีวัตถุแปลกปลอมชิ้นหนึ่งวางอยู่...
มันคือ *แฟ้มประวัติกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า* บนปกมีตราประทับลับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คราบสีน้ำตาลเข้มคล้ายรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่ตรงมุมแฟ้ม และที่สำคัญที่สุด... ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าปกในช่องผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมเมื่ออดีต คือนามสกุลเดียวกับเธอเอง
พิมมาดาชะงัก ลลมหายใจสะดุดกึกในอก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่มือที่ถือแฟ้มสั่นเทาเล็กน้อยโดยไม่สามารถควบคุมได้
ก่อนที่เธอจะทันได้เปิดหน้าแรกเพื่อดูว่าความจริงอันโหดร้ายใดกำลังรออยู่ เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะก็แผדเสียงกรีดร้องดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความเงียบสงัดของโรงพยาบาลยามวิกาล
พิมมาดาหันกลับไปมองทางประตู แต่ศิลากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก เหลือไว้เพียงกลิ่นจางๆ ของโคโลญจน์ไม้จันทน์ และเสียงโทรศัพท์ที่ยังคงดังย้ำเตือนไม่หยุดหย่อน เสมือนสัญญาณเรียกจากขุมนรกที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้อีกต่อไป
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 6
แฟ้มประวัติที่หายไป
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!