เสียงเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติส่งเสียงฮămต่ำติดต่อกันเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังในห้องตรวจปลอดเชื้ออันเงียบงัด แสงไฟสีขาวนวลจากหลอด LED บนเพดานสะท้อนลงบนพื้นกระเบื้องยางสีเทาเข้ม สะท้อนเงาร่างของนายแพทย์ศัลยกรรมฝีมือฉกาจที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบจ้องมองตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอราวกับกำลังพยายามถอดรหัสลับทางพันธุศาสตร์
138/85 มิลลิเมตรปรอท... อัตราการเต้นของหัวใจสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเล็กน้อยสำหรับคนไข้ที่อ้างว่าความจำเสื่อม
พิมมาดาขยับตัวเล็กน้อย เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังสะท้อนก้องในความเงียบ เธอยังคงรักษาระยะห่างสองเมตรตามมาตรฐานการแพทย์ แต่ในเชิงจิตวิทยา ระยะห่างนี้คือเขตปลอดทหารที่ทั้งคู่ต่างใช้สายตาเป็นอาวุธซัดเข้าหากัน
"คุณโกหก"
น้ำเสียงของพิมมาดาราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังพอที่จะตัดผ่านอากาศอันอึดอัดในห้องได้อย่างไร้รอยต่อ เธอมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำฝั่งตรงข้าม ศิลายังคงรักษาท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวต่อสถานะผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเลยแม้แต่น้อย
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย เขายกมือขึ้นประสานกันไว้ที่หน้าตัก นิ้วมือเรียวยาวสะอาดสะอ้านราวกับมือของนักเปียโนหรือ... ศัลยแพทย์
"คุณหมอเอาอะไรมาวัดความจริงล่ะครับ ตัวเลขบนจอนั่น หรือสัญชาตญาณในฐานะผู้หญิงที่โตมากับคำโกหกของพ่อ?"
ประโยคนั้นพุ่งเป้าเข้ากลางแสกหน้าของพิมมาดาอย่างแม่นยำราวกับกระสุนปืนไรเฟิลติดลำกล้องเลเซอร์ กล้ามเนื้อกรามของพิมมาดาเกร็งกระตุกขึ้นวูบหนึ่ง ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่สัญชาตญาณการป้องกันตัวขั้นสูงจะดึงเธอกลับมาสู่เกราะกำบังแห่งความเป็นมืออาชีพ
เธอไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ นั่นคือข้อผิดพลาดที่เธอจะไม่ยอมทำเด็ดขาด พิมมาดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกครึ่งก้าว วางแฟ้มประวัติคนไข้ลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอที่จะสร้างแรงกดดัน
"ความทรงจำของคุณอาจจะบกพร่องตามคำกล่าวอ้างของตำรวจ แต่ระบบประสาทอัตโนมัติของคุณไม่ได้โกหกตาม ม่านตาของคุณขยายตัวทุกครั้งที่ฉันพูดถึงค่ำคืนวันที่สิบสอง และชีพจรของคุณเต้นเร็วขึ้นห้าครั้งต่อนาทีเมื่อฉันถามถึงรอยแผลเป็นที่หัวไหล่ขวาของคุณ... ศิลา คนที่ความจำเสื่อมสนิทจะไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองเชิงป้องกันต่อสิ่งเร้าเดิมที่เคยสร้างบาดแผล"
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขาเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคู่คมที่ฉายประกายความฉลาดเป็นกรดออกมาอย่างไม่ปิดบัง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา จากคนไข้ผู้ไร้เดียงสา กลายเป็นนักโทษทางจิตวิทยาที่กำลังต้อนผู้ล่าให้จนมุมด้วยเกมทางความคิด
"คุณหมอช่างสังเกตสมกับเป็นมือหนึ่งด้านศัลยกรรมประสาทและหลอดเลือด... แต่คุณกำลังมองหาความจริงในจุดที่ผิดพลาด" ศิลาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ "คุณกำลังใช้ปมในอดีตของตัวเอง มาคัดลอกลงบนตัวผม เพราะคุณกลัว... กลัวว่าคนใกล้ตัวที่คุณพยายามปกป้องด้วยตรรกะทางการแพทย์ จะเป็นฆาตกรตัวจริงเหมือนกับพ่อของคุณ"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวด้ามมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อที่อักเสบ พิมมาดารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากออกในที่แจ้ง แต่ภายนอกเธอยังคงรักษาใบหน้าราบเรียบดั่งน้ำแข็ง เธอจ้องมองเขาโดยไม่กะพริบตา แม้ในใจจะเริ่มมีคลื่นใต้น้ำซัดสาดอย่างรุนแรง
"อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับจรรยาบรรณแพทย์ ศิลา" เธอเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "หน้าที่ของฉันคือการประเมินสภาพจิตใจเพื่อส่งตัวคุณให้พนักงานสอบสวน ไม่ใช่มานั่งฟังจิตวิทยาศาสตร์อำพรางจากผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์"
"ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับ?" ศิلاถามกลับทันควัน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่บาดลึก "ถ้าผมเป็นแค่ฆาตกรโรคจิตที่อันตรายตามที่คุณบอก ทำไมคุณถึงไม่กดปุ่มฉุกเฉินเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตั้งแต่ห้านาทีแรก? หรือว่า... คุณเองก็กำลังค้นหาอะไรบางอย่างในตัวผม ที่แม้แต่ภาพถ่ายในแฟ้มประวัติคดีก็ให้คำตอบคุณไม่ได้?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องตรวจอีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนเสียงเครื่องปรับอากาศกลายเป็นเสียงคำรามต่ำๆ พิมมาดายืนนิ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่น เธอยอมรับกับตัวเองในความมืดมิดของจิตใจไม่ได้ทันทีว่า สิ่งที่ชายหนุ่มพูดนั้นมีส่วนผสมของความจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง เธอกำลังสงสัย—ไม่ใช่แค่ว่าเขาเป็นฆาตกรหรือไม่ แต่เธอกำลังสงสัยว่าทำไมใบหน้า ท่าทาง และวิธีคิดของเขา ถึงได้มีเงาบางอย่างที่ซ้อนทับกับความทรงจำในวัยเด็กที่เธอพยายามฝังกลบมาตลอดชีวิต
"คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะ" พิมมาดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือก "คิดว่าเกมจิตวิทยาตื้นๆ นี้จะทำให้ฉันไขว้เขวจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ได้งั้นหรือ?"
ศิลาไม่ได้โต้แย้ง เขายืดตัวพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม ดวงตาคู่สีเข้มมองลอดผ่านเลนส์แว่นของแพทย์หญิงไปราวกับมองทะลุผ่านกระดูกและชั้นผิวหนัง
"หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มักจะโกหกได้เสมอครับคุณหมอ... โดยเฉพาะเมื่อมีคนจงใจจัดฉากมันขึ้นมา" ศิลายื่นมือออกไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูบนโต๊ะของเธอขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "เช่นเดียวกับรอยกรีดบนศพในคืนนั้น... รอยแผลที่สะอาดและแม่นยำเกินกว่าที่ฆาตกรมือสมัครเล่นจะทำได้ รอยแผลแบบเดียวกับที่ใช้เทคนิคการผ่าตัดหลอดเลือดแดงใหญ่เพื่ออำพรางเวลาการเสียชีวิต"
พิมมาดารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เลือดในกายเย็นเฉียบลงจนปลายนิ้วชาดิก ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะแผลผ่าตัดนั้นเป็นความลับในสำนวนคดีขั้นสูงสุด—ข้อมูลที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสื่อมวลชนแม้แต่สำนักเดียว!
"คุณ... รู้เรื่องนี้ได้ยังไง?" เสียงของพิมมาดาขาดหายไปช่วงหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ
ศิลายิ้มรับ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาวางปากกาลงบนโต๊ะเบาๆ ส่งเสียงกระทบผิวไม้ดัง *กริ๊ก* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความลับที่แบกรับไว้มาเนิ่นนาน
"เพราะผมไม่ได้เป็นคนฆ่าคนตาย... แต่ผมเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้ ก่อนที่ฆาตกรตัวจริงจะลงมือซ้ำต่างหากล่ะครับคุณหมอ"
ก่อนที่พิมมาดาจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มบนเพดานกะพริบวาบสลับกับความมืดทันที ระบบไฟฟ้าสำรองตัดเข้าทำงานอัตโนมัติพร้อมกับเสียงประกาศจากระบบเสียงตามสายที่ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
*"ประกาศฉุกเฉิน! เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้นใต้ดิน โซนเก็บรักษาเวชภัณฑ์และหลักฐานคดีพิเศษ ขอให้เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยอพยพออกนอกพื้นที่ทันที!"*
พิมมาดาหันขวับไปทางประตูห้องตรวจ แต่เมื่อหันกลับมามองฝั่งตรงข้าม เก้าอี้หนังสีดำตัวนั้นกลับว่างเปล่า... ศิลาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบสาดส่อง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นสนและไม้ซีดาร์ลอยวนอยู่ในอากาศ
บนโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า ท่ามกลางเอกสารประวัติคนไข้ที่กระจัดกระจาย มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ทว่าคมกริบวางทับอยู่บนแฟ้มคดีของพ่อเธอ
พิมมาดากลั้นหายใจ เอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านภายใต้แสงไฟสีส้มวับๆ แวมๆ
ข้อความสั้นๆ สามบรรทัดเขียนไว้ว่า:
*ความจริงถูกซ่อนอยู่ใต้รอยแผลเป็นที่สาม*
*และกุญแจดอกนั้น... อยู่ในมือของคนที่คุณไว้ใจที่สุด*
ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะทันได้คลายออกจากกระดาษ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูห้องตรวจ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนกระจกฝ้าพล่ามัวในความมืดมิด...
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - สายลมแผ่วเบา
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 5
คำถามที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!