กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อแอมโมเนียผสมกับความเย็นเยือกของเครื่องปรับอากาศระดับสิบแปดองศาเซลเซียส คือสิ่งที่พิมมาดาลืมตาตื่นขึ้นมาพบในความเงียบสงัดของห้องพักผู้ป่วยพิเศษวีไอพี ชั้นสิบสองของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
นาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องบอกเวลาตีสองสี่สิบหนาที ไฟนีออนสีนวลถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท เหลือเพียงแสงเรืองรองสีส้มอมแดงจากมอนิเตอร์ข้างเตียงที่ยังคงเต้นระงับตามจังหวะชีพจรของคนไข้บนเตียง ศิลายังคงหลับตา นิ่งสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอราวกับทารกผู้ไร้เดียงสา ทว่าในสายตาของศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างเธอ ร่างกายที่สงบนิ่งนี้กลับเต็มไปด้วยรอยต่อของปริศนาที่เธอต้องไขให้กระจ่าง
พิมมาดาก้าวถอยหลังครึ่งก้าว รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องยางไร้เสียง เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อตรวจอาการตามหน้าที่ แต่ความรู้สึกสัญชาตญาณบางอย่าง—สัญชาตญาณเดียวกับที่ทำให้เธอรอดพ้นจากคดีฆาตกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อน—มันกำลังกรีดร้องบอกว่า มีบางสิ่งผิดปกติในห้องสี่เหลี่ยมนี้
นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขาวเอื้อมไปเปิดลิ้นชักตู้เก็บเวชภัณฑ์ข้างเตียงอย่างระมัดระวัง เอกสารประวัติการรักษา แฟ้มประวัติส่วนตัว และซองยาคือนสิ่งปรกติที่ควรจะมี ทว่าภายใต้ซองกระดาษสีน้ำตาลบรรจุประวัติการแพ้ยา นิ้วของเธอไปสะดุดเข้ากับมุมแข็งๆ ของวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
มันคือสมุดบันทึกปกหนังแท้สีดำสนิท ไร้ชื่อผู้แต่ง ไร้รหัสผ่าน แต่มันถูกล็อกไว้ด้วยสายรัดยางยืดที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน
พิมมาดาดึงมันออกมาในความมืด ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเพื่อเพ่งพินิจ เธอเปิดหน้าแรกออกอย่างเงียบเชียบ แสงจากหน้าจอมอนิเตอร์ส่องกระทบลายมือเขียนหวัดๆ ที่อ่านยาก แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบหลุดออกมานอกอก
รายชื่อ... ตัวเลข... และพิกัดสถานที่
ทุกบรรทัดในสมุดเล่มนั้นไม่ใช่บันทึกทางการแพทย์ แต่มันคือรายชื่อของบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและธุรกิจ พร้อมด้วยรายละเอียดความเจ็บป่วย จุดอ่อน... และช่องทางการเข้าถึงที่แนบเนียนราวกับแผนผังของอาชญากรรมที่วางแผนมาอย่างแยบยล
"คุณหมอพิมมาดากำลังทำอะไรกับข้าวของส่วนตัวของผมหรือครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากบนเตียง ทำลายความเงียบงันในห้องจนพิมมาดาสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นทันที ศิลายังคงนอนอยู่ท่าเดิม แต่ดวงตาคู่นั้นเปิดกว้างและกำลังจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า แต่น่ากลัวอย่างยิ่ง ไม่มีร่องรอยของความง่วงงุน ไม่มีอาการสะลึมสะลือของผู้ป่วยเพิ่งฟื้นไข้
"คุณไม่ได้นอนหรอกหรือครับ คุณศิลา" พิมมาดากล่าวเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม
ศิลาค่อยๆ ยันตัวขึ้นช้าๆ รอยแผลผ่าตัดที่หน้าท้องดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของเขา เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายกับรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังมองดูเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ
"การนอนหลับเป็นเรื่องเสียเวลาสำหรับคนที่ยังมีงานต้องทำนะครับคุณหมอ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบความทรงจำของผู้คน" ศิลาขยับตัวลงจากเตียงช้าๆ ฝ่ายพิมมาดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ สมุดบันทึกในมือยังคงถูกกำไว้แน่น
"นี่คือหลักฐาน... หลักฐานที่พิสูจน์ว่าคุณไม่ใช่แค่นักธุรกิจความจำเสื่อมธรรมดา แต่คุณคือศูนย์กลางของเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อเดือนก่อน" พิมมาดายกสมุดขึ้นระดับอก ราวกับใช้มันเป็นโล่กำบังจิตวิญญาณ
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ จนได้กลิ่นอายเฉพาะตัวของชายหนุ่มลึกลับคนนี้
"คุณฉลาดมากครับคุณพิมมาดา... ฉลาดจนบางครั้งผมก็อดนึกไม่ได้ว่า คุณกับพ่อนักโทษเด็ดขาดคนนั้น มีดีเอ็นเอส่วนไหนที่เหมือนกันจนทำให้คุณมองทะลุความมืดได้เก่งขนาดนี้"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าตรงไปที่ปมในใจที่มืดดำที่สุดของเธอ พิมมาดานิ่งงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวในเวลาเดียวกัน ความลับที่เธอพยายามฝังกลบไว้ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของเขา
"คุณ... รู้เรื่องพ่อของฉันได้ยังไง" น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งกร้าว ปราศจากความเยือกเย็นเมื่อครู่
"ในโลกนี้ไม่มีความลับหรอกครับ มีแค่คนที่ยังหาความจริงไม่เจอเท่านั้น" ศิลายื่นมือออกมาช้าๆ นิ้วเรียวยาวหยุดอยู่ห่างจากสมุดบันทึกในมือเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร "คืนนี้คุณอาจจะคิดว่าคุณเป็นผู้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ แต่บางที... คุณอาจจะเป็นแค่คนที่ถูกเลือกให้เดินเข้ามาเปิดประตูห้องนี้เพื่อรับสารภาพจากผมตั้งแต่แรกก็ได้นะครับ"
ทว่า ก่อนที่พิมมาดาจะได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินนอกห้อง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังสนั่นตามด้วยการบิดลูกบิดจากด้านนอกโดยไม่รอคำอนุญาต
ศิลาหรี่ตามองไปที่ประตูเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทิ้งปมปริศนาทับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
"พวกเขามาเร็วกว่าที่ผมคิด... แต่จำไว้นะครับคุณหมอ หลักฐานที่คุณถืออยู่ตอนนี้ ไม่ได้ปกป้องคุณจากผมหรอก แต่มันกำลังจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนต่อไปในคดีที่ตำรวจกำลังตามล่าต่างหากล่ะครับ"
ประตูห้องเปิดผางออกพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดเครื่องแบบที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายค้นในมือ ขณะที่พิมมาดาก้มมองสมุดในมือสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของศิลา หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า เธอกandเดินเข้าสู่กับดักที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตศัลยแพทย์ของเธอเสียแล้ว...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในจิตวิทยาอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 4
รอยเท้าในเงามืด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!