แสงสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์นับสิบจอ สะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมของศิลาและแว่นกรอบบางของพิมมาดาอย่างชัดเจน กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ร้อนจัด ลมหายใจของทั้งคู่ผ่อนเข้าออกสอดประสานกันในความเงียบงัน มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่คำรามต่ำราวกับเสียงขู่คำรามของสัตว์ร้ายในกรงขัง
ภาพบนจอมอนิเตอร์หลักยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมา—ร่างในชุดสูทสีเข้มของผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำลังขยับริมฝีปากสั่งการบางอย่างผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย แววตาของเขาไร้ซึ่งความลังเล เช่นเดียวกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ
พิมมาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่สวมถุงมือแพทย์กำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดปกติ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อสิ่งที่เห็น แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า... ตาข่ายแห่งอำนาจนี้แผ่ขยายกว้างไกลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มากนัก และมันอยู่ใต้จมูกของเธอมาโดยตลอด
"คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว..." เสียงของพิมมาดาแหบพร่า เล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่เฉียบคม เธอไม่ได้หันไปมองคนข้างกาย แต่สายตายังคงตรึงอยู่กับใบหน้าของผู้อำนวยการบนจอภาพ
ศิลาไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทด้านบนออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สีเข้มทอดมองไปยังภาพสะท้อนของพวกเขาบนกระจกจอคอมพิวเตอร์ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความตกใจ แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในวินาทีสุดท้ายของเกม
"นานพอที่จะรู้ว่า... คนที่เราไว้ใจที่สุด มักจะเป็นคนเดียวกับที่ถือมีดรอจ้วงแทงเราจากข้างหลังครับ, คุณหมอพิมมาดา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบ แต่มันกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งที่กรีดผ่านผิวหนัง
พิมมาดากัดฟันกรอด เธอหันขวับมามองเขา ดวงตาสีเข้มฉายแววไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน "อย่ามาพูดจาอ้อมค้อมกับผม—กับฉัน ศิลา คุณพาฉันมาที่นี่เพื่อดูอะไรกันแน่? ห้องลับนี้ บันทึกภาพทั้งหมดนี้... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คุณรู้ทางเข้า และมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คุณพาฉันมาเห็นมันในคืนนี้"
ศิลาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดLลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาโชยแตะจมูก ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ เขากลับมีท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
"คุณฉลาดเกินกว่าจะถามคำถามโง่ๆ นะครับ หมอพิมมาดา" ศิลาเอ่ยเสียงกระซิบ ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "ผมไม่ได้บังเอิญพาคุณมา... แต่ผมจงใจพาคุณมา เพื่อให้คุณได้เห็นกับตาตัวเองว่า ความยุติธรรมที่คุณศรัทธามาตลอดชีวิต มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนที่คุณเรียกว่า 'ผู้มีพระคุณ' "
"หมายความว่ายังไง..."
"หมายความว่า..." ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเกราะกำบังอันเย็นชา "ในวันที่เกิดเหตุฆาตกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อน... วันที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถูกปลิดชีพอย่างเลือดเย็นบนเตียงผ่าตัดนั้น... ผมยืนอยู่ตรงมุมมืดของห้องกระจกสังเกตการณ์"
พิมมาดาชะงัก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
"คุณ..." เสียงของเธอสั่นระริก "คุณอยู่ในห้องนั้นเหรอ?"
"ใช่ครับ" ศิลายอมรับอย่างไร้ความลังเล น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับค้อนที่ทุบลงกลางอกของเธอ "ผมเห็นทุกอย่าง... เห็นความลังเลในวินาทีแรก และเห็นความเด็ดขาดในวินาทีต่อมาของฆาตกรตัวจริง... และผมกล้าพูดตรงนี้เลยว่า คนที่ลงมือ ไม่ใช่แพะรับบาปที่ตำรวจกำลังตามล่าอยู่หรอกครับ"
ห้องลับทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง พิมมาดารู้สึกราวกับออกซิเจนรอบตัวกำลังถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของศิลาอย่างบ้าคลั่ง หากเขาอยู่ในเหตุการณ์... ทำไมเขาถึงไม่ห้าม? ทำไมเขาถึงเลือกที่จะเก็บเงียบ? และเหนือสิ่งอื่นใด... เขารู้จักฆาตกรคนนั้นหรือไม่?
"ถ้าคุณเห็น... ทำไมคุณถึงไม่ทำอะไรเลย?" พิมมาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนควบคุมไม่อยู่ "คุณปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย หรือปล่อยให้หลักฐานถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาเนี่ยนะ? คุณเป็นใครกันแน่ ศิลา? คุณเป็นใครกันแน่ถึงได้นิ่งดูดายกับความตายขนาดนี้!"
ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอที่กำลังแตกสลายทีละน้อย ความนิ่งสงบของเขาในยามนี้ช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความเกรี้ยวกราด
"เพราะถ้าผมขยับตัวในตอนนั้น... ศพต่อไปที่จะนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดนั้น อาจจะไม่ใช่แค่เหยื่อผู้โชคร้ายคนนั้นหรอกครับ หมอพิมมาดา" ศิลาหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองเรียวปากที่เม้มแน่นของเธอ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ "แต่มันจะเป็น... ตัวผมเอง... และอาจจะรวมถึงคุณด้วย"
พิมมาดาผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว ความหมายในคำพูดของเขาคมกริบราวน้ำAที่ซ่อนพิษร้าย "คุณกำลังขู่ผม... ขู่ฉันเหรอ?"
"ผมไม่เคยขู่ใครครับ... ผมแค่พูดความจริงที่โหดร้ายที่สุดให้คุณฟัง" ศิลายกมือขึ้น แตะเบาๆ ที่กรอบแว่นของเธออย่างถือวิสาสะ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดน พิมมาดาก็ปัดมือเขาออกอย่างไม่ลังเล
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอกล่าวเสียงแข็ง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความระแวง "ฉันไม่รู้ว่าคุณเล่นเกมบ้าอะไรอยู่ ศิลา แต่ข้อมูลทั้งหมดในห้องนี้... และคำสารภาพของคุณ มันจะถูกส่งให้ตำรวจภายในคืนนี้!"
ศิลาหัวנסเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาต่อความไร้เดียงสาของเธอ
"ตำรวจงั้นเหรอครับ?" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า "คุณคิดจริงๆ หรือว่า ตำรวจพวกนั้นจะแตะต้องคนที่บงการอยู่เบื้องหลังจอพวกนี้ได้? ลองเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของผู้อำนวยการดูสิครับ หมอพิมมาดา แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า 'อำนาจมืด' ที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร... บางที คุณอาจจะเจอแฟ้มประวัติคดีเก่าของพ่อคุณ ซ่อนอยู่ข้างๆ รายชื่อเหยื่อรายล่าสุดด้วยซ้ำ"
คำพูดประโยคสุดท้ายของศิลาพุ่งชนเข้ากลางเป้าหมายอย่างแม่นยำ พิมมาดารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะ ร่างกายของเธอชาหนึบไปหมด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของเธอ... เรื่องราวในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี ทำไมเขาถึงรู้?
"คุณ... รู้เรื่องพ่อของฉันได้ยังไง..." เสียงของเธอขาดห้วง ลมหายใจติดขัด
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้น เขายังคงมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนหน้าจอมอนิเตอร์ตัวริมสุด—ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินหน้าห้องลับกำลังแสดงความผิดปกติ
สัญญาณไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยเงียบๆ ที่เริ่มดังขึ้น *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
รอยยิ้มบนใบหน้าของศิลาเลือนหายไปในพริบตา เขารวบข้อแขนของพิมมาดาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แล้วดึงร่างเธอกดลงให้แนบไปกับแผงควบคุมคอมพิวเตอร์เพื่อหลบมุมสายตาจากกระจกเงาด้านนอกทันที!
"อย่าขยับ..." ศิลาเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเธออย่างร้อนรน ลมหายใจของเขารดต้นคอเธอจนรู้สึกได้ "มีคนกำลังไขกุญแจเข้ามาในห้องลับนี้... และดูเหมือนว่า พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด"
พิมมาดานิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของเขา หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังดังขึ้นเรื่อยๆ จากทางเดินด้านนอก และมุ่งตรงมายังประตูลับบานนี้อย่างแม่นยำ!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเกมจิตวิทยานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 27
ความจริงอันเจ็บปวด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!