เสียงเคาะประตูลับสามครั้ง—จังหวะที่แม่นยำราวกับเข็มนาฬิกาจักรกลสוויส—ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่ศิลาเท่ากับการที่กลอนประตูนิรภัยด้านนอกถูกปลดล็อกด้วย "รหัสผ่านส่วนตัว" ของพิมมาดาเอง
ในห้องปฏิบัติการลับใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและคราบเลือดเก่าๆ ของเคสทดลองเชิงจริยธรรมสีเทา ความเงียบงันกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุดในวินาทีนี้
"คุณเก็บรหัสผ่านของผมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ศิลาเอ่ยถาม เสียงของเขาต่ำทุบและนิ่งสนิท ทว่าในแววตากลับมีความคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดเบอร์สิบเอ็ดที่พร้อมกรีดลงบนเส้นเลือดใหญ่ นายแพทย์หนุ่มไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบางของศัลยแพทย์สาวที่ยังคงยืนค้างอยู่ในอ้อมแขนของเขาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้
พิมมาดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ความเย็นเฉียบของปลายนิ้วสะท้อนความปั่นป่วนภายในจิตใจ ปมในอดีตเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของบิดาพุ่งเข้าโจมตีโสตประสาท เสียงเหล่านั้นซ้อนทับกับเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
"ผมไม่ได้เก็บ..." พิมมาดาเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อยยามที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยความผิดหวังปนเย้ยหยัน "แต่ฉันต่างหาก... ที่เป็นคนมอบรหัสนี้ให้คุณตั้งแต่แรก ศิลา"
*คลิก*
เสียงกลอนประตูด้านนอกดีดตัวเปิดออก พร้อมๆ กับแสงไฟสีขาวโพลนจากโถงทางเดินที่สาดส่องเข้ามาตัดความมืดมิดภายในห้อง บังคับให้ทั้งสองต้องหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่เคยไปถึงดวงตา แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟจนมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มเอกสารหนังแท้สีดำสนิท ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถทำลายอาชีพแพทย์ของพิมมาดาและชีวิตของศิลาได้ในพริบตา
"ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะการประชุมลับของพวกคุณสินะครับ"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ ศาสตราจารย์นพดล อาจารย์แพทย์มือหนึ่งและที่ปรึกษาอาวุโสผู้เปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของพิมมาดา ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าศัลยแพทย์สาว รอยยิ้มของเขาอบอุ่นและใจดีเช่นเคย... รอยยิ้มแบบเดียวกันกับวันที่เขาลูบหัวปลอบโยนเธอในวันที่พ่อของเธอถูกจับกุมตัวเข้าคุก
แต่สำหรับพิมมาดาในเวลานี้ รอยยิ้มนั้นกลับกรีดลึกยิ่งกว่าคมมีด
"อาจารย์..." พิมมาดาครางชื่อนั้นออกมา แววตาของเธอสั่นระริกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความไว้เนื้อเชื่อใจทั้งหมดที่เธอมีให้ชายสูงวัยผู้นี้พังทลายลงในเศษเสี้ยววินาที "อาจารย์อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก... ตั้งแต่คืนที่คดีนั้นเกิดขึ้น"
นพดลถอดแว่นออกอย่างช้าๆ ใช้ผ้าเช็ดเลนส์เนื้อนุ่มเช็ดรอยเปื้อนอย่างใจเย็น ราวกับว่าสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงการตรวจเคสไข้หวัดธรรมดา ไม่ใช่การเผชิญหน้าท่ามกลางหลักฐานมัดตัว
"พิม... เด็กน้อยของฉัน" นพดลทอดเสียงอ่อนโยน ราวกับครูเอ็นดูลูกศิษย์ "เธอฉลาดพอที่จะเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่ง แต่เธอกลับโง่เขลาเกินกว่าจะมองเห็นว่า ใครคือผู้ที่คอยถือหางเสือให้เธอรอดพ้นจากคุกใต้ดินมาตลอดชีวิต ทุกเคสที่เธอลงมือผ่าตัด ทุกรอยแผลที่เธอพยายามปิดบัง... คิดว่าใครเป็นคนกวาดมันใต้พรมให้เธอล่ะ"
ศิลายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม "รวมถึงหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน ที่คุณโยนความผิดให้พ่อของพิมมาดา เพื่อปกปิดความผิดพลาดในการทดลองยาผิดกฎหมายของโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยใช่ไหมครับ... อาจารย์นพดล"
คำพูดของศิลาทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงจนติดลบ พิมมาดาหันขวับไปมองหน้าศิลา สลับกับอาจารย์ของตน สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง ความจริงที่ถูกบิดเบือนมานานนับทศวรรษกำลังประกอบร่างขึ้นใหม่ราวกับจิ๊กซอว์ที่วางผิดตำแหน่ง
"แกรู้อยู่แล้ว..." นพดลหันไปมองศิลา แววตาใจดีแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา "ศิลา แกนี่มันสุนัขล่าเนื้อที่กัดไม่ปล่อยจริงๆ สมแล้วที่เป็นลูกชายของคนที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้เมื่อสิบปีก่อน น่าเสียดาย... ที่พ่อของแกจบชีวิตลงก่อนจะได้เห็นหน้าลูกชายเติบโตมาเป็นหนามยอกอกฉันแบบนี้"
"เพราะฉะนั้น... คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อผม และเป็นคนบงการคดีทั้งหมด ก็คือคุณ" ศิลาสาวเท้าก้าวเข้าไปหานพดลทีละน้อย สายตาของทั้งคู่ประจันหน้ากันอย่างดุเดือด แฝงไว้ด้วยจิตวิทยาเชิงอำนาจที่ไม่มีใครยอมใคร
พิมมาดายืนอยู่ตรงกลางระหว่างเพลิงแค้นของชายหนุ่มทั้งสอง หัวใจของเธอกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด คนที่เธอไว้ใจที่สุด... คนที่เธอยกย่องให้เป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณมาตลอดชีวิต กลับเป็นศัตรูตัวฉกาจที่พรากครอบครัวและอนาคตของเธอไป
แต่วินาทีนั้นเอง ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัวเข้าประชิด นพดลก็ยกมือขึ้นแตะปุ่มควบคุมขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ข้อมือเสื้อสูทรasร
*ติ๊ด...*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องปฏิบัติการลับ ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงล็อกของประตูทุกบานที่ทำงานพร้อมกัน ระบบระบายอากาศปิดตาย และควันสีขาวจางๆ เริ่มพ่นออกมาจากช่องลมเหนือศีรษะ
"อาจารย์จะทำอะไร!" พิมมาดาพุ่งเข้าไปคว้าแขนของนพดล แต่กลับถูกสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย
"ฉันไม่ได้ทำลายเธอหรอกนะพิม... เธอมีประโยชน์เกินกว่าจะกำจัดทิ้ง" นพดลถอยหลังไปหยุดอยู่ที่ประตูทางออกที่กำลังจะเลื่อนปิด "แต่สำหรับศิลา... และความลับที่เขาถืออยู่ มันอันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้มีชีวิตรอดออกไปจากตึกนี้ได้"
ประตูนิรภัยเลื่อนปิดลงอย่างรวดเร็ว ศิลาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าตัวอาจารย์เฒ่าไว้ แต่ไม่ทันการณ์ เสี้ยววินาทีนั้น ศิลาหันกลับมาคว้าแขนพิมมาดาแล้วกระชากเธอหลบจากช่องระบายอากาศที่ปล่อยก๊าซสลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด
ร่างทั้งสองล้มลงกระแทกพื้นห้องที่ตอนนี้เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืดและควันสีขาว ศิลาใช้มือข้างหนึ่งกดผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำปิดจมูกให้พิมมาดา ขณะที่มืออีกข้างคว้ามีดผ่าตัดเล่มเล็กที่ตกอยู่ขึ้นมาเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในความมืดมิด
"เราต้องออกไปจากที่นี่..." ศิลาหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากพิมมาดาเพียงคืบ แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงใยในคราวเดียวกัน "จับมือผมไว้พิม... อย่าปล่อยเด็ดขาด"
ทว่า ในขณะที่พิมมาดากำลังจะเอื้อมมือไปคว้าฝ่ามืออุ่นของชายหนุ่ม สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ยังคงทำงานอยู่ตรงมุมห้อง ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานบนหน้าจอไม่ได้ระบุถึงระบบระบายอากาศที่ขัดข้อง แต่มันคือรายงานสถานะการเข้าถึงระบบที่เพิ่งถูกอัปเดตเมื่อสามวินาทีก่อน
ชื่อผู้ใช้ที่กำลังสั่งล็อกประตูตึกทั้งหมดจากห้องควบคุมหลัก... ไม่ใช่นพดล
แต่เป็นชื่อของคนที่นอนหายใจรวยรินอยู่เคียงข้างเธอในเวลานี้เอง
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นครับ — สายลมแผ่วเบา
กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 28
การทรยศ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!