กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ•ตอนที่ 26

รอยเท้าในความมืด

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเก็บเวชภัณฑ์ใต้ดิน คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไตรคลอโรมีนที่เจือจางด้วยกลิ่นสนิมเหล็ก จังหวะการเต้นของหัวใจพิมมาดากระชั้นชิดจนสะท้อนก้องในโสตประสาท Doxepin และสารเคมีบางชนิดในอากาศทำให้แสบโพรงจมูก แต่สิ่งที่กัดกินสติสัมปชัญญะของเธอในวินาทีนี้ไม่ใช่สภาพแวดล้อม หากแต่เป็นนัยน์ตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมาจากความมืดเบื้องหน้า ร่างในชุดสูทสีเข้มขยับก้าวออกมาช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์เปลือยดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่คำนวณมาแล้วอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อกดดันประสาทสัมผัส "คุณไม่ควรอยู่ที่นี่... หมอพิมมาดา" เสียงทุ้มนุ่มนั้นเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้นยังคงเรียบนิ่งและเยียบเย็นดั่งผิวน้ำในบึงลึกช่วงกลางคืน "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นโรคติดต่อที่รักษายาก บางครั้ง... มันก็มีราคาแพงเกินกว่าจะจ่ายด้วยใบประกอบวิชาชีพ" พิมมาดากลืนน้ำลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก สายตาของเธอไม่ได้ละไปจากชายตรงหน้า แม้ร่างของศิลาจะล้มทรุดอยู่พิงชั้นวางแฟ้มประวัติผู้ป่วยด้านหลัง เขากำลังหายใจหอบกระชั้น รอยเลือดซึมผ่านเสื้อเชิร์ตสีขาวบริเวณหัวไหล่ขวาบ่งบอกถึงบาดแผลที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าบาดแผลของศิลา คือตัวตนของผู้มาใหม่ที่ยืนขวางประตูกั้นทางหนีเพียงทางเดียว "ถอยไป..." พิมมาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว เธอเป็นศัลยแพทย์ มือที่ใช้จับมีดผ่าตัดต้องนิ่งสนิท แม้ในยามที่สถานการณ์รอบตัวกำลังพังทลาย "ที่นี่คือโรงพยาบาล... และเขากำลังต้องการการรักษา" "การรักษา?" ผู้มาใหม่หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและแฝงความเย้ยหยัน "คุณหมอผู้ปราดเปรื่องเรื่องการเยียวยาร่างกาย มักจะมองข้ามความจริงข้อหนึ่งไปเสมอ... ว่าเนื้อมะเร็งบางก้อน ไม่ได้ต้องการการผ่าตัดเพื่อรักษา แต่มันต้องการการตัดทิ้งเพื่อไม่ให้ลุกลามต่างหาก" บรรยากาศในห้องแคบๆ อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน พิมมาดาสัมผัสได้ถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนไป ศิลาที่พิงชั้นวางของอยู่ส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ดวงตาของชายหนุ่มลึกลับผู้มีความทรงจำผิดปกติฉายแววระแวดระวังขั้นสุด เขายกมือซ้ายขึ้นยันพื้น พยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะสั่นเทาจากพิษบาดแผล "อย่า... ขยับ" พิมมาดาพูดโดยไม่หันไปมองศิลา เธอยังคงตรึงสายตากับผู้มาใหม่ ชายผู้กุมความลับทั้งหมดของคดีที่เธอกำลังไขปริศนา "คุณเป็นใคร... และต้องการอะไรจากเขา" "คำถามที่ดีครับ หมอพิม" ร่างในชุดสูทก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว แสงไฟนีออนกะพริบเหนือศีรษะส่งเสียงฮัมเบาๆ ก่อนจะวูบดับลงเหลือเพียงแสงสลัวจากช่องระบายอากาศด้านบน "แต่คำถามที่ฉลาดกว่า คือ... คุณแน่ใจแล้วหรือครับ ว่าคุณรู้จักคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่ดีพอ?" นิ้วเรียวยาวของชายคนนั้นล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทรing วัตถุโลหะสีดำเงาวับสะท้อนแสงไฟสลัวชั่วพริบตา ประสบการณ์จากปมในอดีตเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของพ่อพุ่งเข้ามาในหัว สมองส่วนอะมิกดาลากระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดขั้นสูงสุด พิมมาดาก้าวเท้าขวางหน้าศิลาโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอทำหน้าที่เป็นโล่กำบังโดยปราศจากการลังเล แม้จะรู้ดีว่าในสถานะแพทย์หญิงตัวคนเดียว เธอไม่มีทางสู้แรงของชายตรงหน้าได้เลย "ถ้าคุณจะยิงเขา... คุณต้องผ่านศพฉันไปก่อน" น้ำเสียงของพิมมาดาเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว ราวกับคมมีดสแตนเลสสตีล ศิลาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของแพทย์รุ่นพี่ นัยน์ตาที่มักจะเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มปริศนา ในตอนนี้กลับฉายแววซับซ้อนบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันเป็นประกายความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความประหลาดใจ ความไม่เข้าใจ และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะนิยาม "หมอพิม..." ศิลาเอ่ยเรียกเสียงแหบพร่า มือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บเอื้อมมาแตะชายเสื้อกาวน์สีขาวของเธอเบาๆ เป็นเชือกใยบางๆ ที่ดึงสติเธอให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน "คุณกำลังเอาชีวิตมาทิ้ง... เพื่อคนอย่างผม มันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด" "หุบปากไปซะ ศิลา" พิมมาดาตวาดเสียงกร้าว แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวที่พยายามกดทับไว้ "ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ... ฉันทำในฐานะแพทย์ที่ปฏิเสธจะเห็นคนไข้ตายต่อหน้าต่อตาต่างหาก!" "ช่างเป็นอุดมการณ์ที่น่าประทับใจเสียจริงครับ" เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นสามครั้งจากชายในชุดสูท รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม "น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคำสาบานของฮิปโปเครติส... แต่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความลับที่ถูกฝังกลบต่างหาก" เขายกปืนในมือขึ้น เล็งตรงมายังจุดที่พิมมาดายืนบังศิลาอยู่ รัศมีแห่งความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องอับชื้น พิมมาดากลั้นหายใจ เตรียมรับมือกับวินาทีสุดท้ายที่กำลังจะมาถึง สมองของเธอกำลังคำนวณความน่าจะเป็นในการพุ่งเข้าประชิดตัวเพื่อแย่งอาวุธ แม้โอกาสรอดจะมีไม่ถึงสัปตร้อยละก็ตาม ทว่า... ก่อนที่นิ้วชี้บนไกปืนจะออกแรงกด เสียงสัญญาณเตือนภัยเพลิงไหม้ของโรงพยาบาลก็ดังสนั่น *หวีดหวิว—!* แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องผ่านช่องระบายอากาศสลับกับความมืด สร้างเงาทอดยาวที่บิดเบี้ยว ในวินาทีแห่งความโกลาหลนั้นเอง ศิลาไม่รอช้า เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งชนร่างของพิมมาดาล้มกลิ้งหลบไปด้านข้าง เสียงกระสุนปืนดัง *ปัง!* แหวกอากาศเจาะทะลุกำแพงปูนด้านหลัง ฝุ่นปูนฟุ้งกระจายกลบเกลียวบรรยากาศ "ทางนี้!" ศิลาตะโกนลั่น คว้าข้อมือเรียวของพิมมาดาให้วิ่งตามฝ่าความมืดและกลุ่มควันจางๆ ไปยังประตูลับอีกด้านหนึ่งของห้องเก็บเวชภัณฑ์ ซึ่งเป็นทางเชื่อมไปยังอุโมงค์บริการใต้ดินเก่าของโรงพยาบาล เสียงฝีเท้าของมือปืนไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการจากสมุนคนอื่นๆ ที่กำลังกรูเข้ามาสมทบ พิมมาดาถูกแรงฉุดกระชากให้วิ่งฝ่าความมืดมิด มีเพียงสัมผัสจากมืออุ่นของศิลาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามราจะทะลุออกจากอก พวกเขาวิ่งลึกเข้าไปในเขาวงกตใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง กลิ่นอับชื้นและหยดน้ำที่ซึมผ่านเพดานคอนกรีตหยดกระทบไหล่ สร้างความรู้สึกเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง พิมมาดาหอบหายใจอย่างรุนแรง ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงจากการวิ่งหนีตาย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวตามแรงดึงของชายหนุ่มลึกลับผู้กุมชะตากรรมของคดีนี้ไว้ กระทั่งพวกเขามาหยุดอยู่ที่ทางตัน ประตูเหล็กขึ้นสนิมบานใหญ่ปิดตายอยู่เบื้องหน้า ศิลาปล่อยมือจากข้อมือเธอ หันไปดันตู้เก็บอุปกรณ์เก่าๆ ที่ขวางทางอยู่เพื่อค้นหากลไกเปิดประตูสำรอง ลมหายใจของเขารดรินความร้อนผ่าวท่ามกลางความมืดมิด "เราติดกับดักแล้ว..." พิมมาดาพึมพำด้วยความสิ้นหวัง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของมือปืนใกล้เข้ามาทุกที เสียงนั้นสะท้อนก้องไปตามผนังอุโมงค์ราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังเคาะประตูเรียก ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมประกายแสงสะท้อนจากไฟฉุกเฉินสีแดงไกลๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเลือด แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ และความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ "ยังหรอครับ หมอพิม..." ศิลาเอ่ยกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "เรายังไม่ตาย... และความจริงตัวจริง ก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นตรงนี้ต่างหาก" เขายื่นมือไปกดร่องรอยกลไกที่ซ่อนอยู่หลังผนังปูน ผนังเหล็กหนาบานใหญ่ส่งเสียงกลไกเฟืองขัดกันดัง *คลิก!* ก่อนที่แผ่นผนังส่วนหนึ่งจะเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับขนาดเล็กที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน—ห้องที่เต็มไปด้วยจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอซึ่งกำลังแสดงภาพวงจรปิดทั่วทั้งโรงพยาบาล... รวมถึงภาพใบหน้าของ "ผู้อำนวยการโรงพยาบาล" ที่กำลังยืนสั่งการมือปืนชุดสูทอยู่บนจอมอนิเตอร์หลักอย่างชัดเจน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับหมอศัลย์ฯ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%