"ถ้าขีดเส้นเบี้ยวอีกมิลลิเมตรเดียว ฉันจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมโปรเจกต์นี้"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนของธีรดนย์ดังขึ้นทันทีที่รินรดาวางพู่กันลงบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงกรอบประตูสตูดิโอชั่วคราวด้วยท่าทีเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกเนรมิตขึ้นกลางไซต์งานก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จดี กลิ่นสีอะคริลิกผสมกับฝุ่นปูนคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศรอบตัว ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างที่สะดุดสายตาสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบเข้าอย่างจัง
รินรดาหันขวับมามองหน้าคนตัวสูงด้วยแววตาวาวโรจน์ เธอใช้หลังมือปาดปอยผมที่หลุดลุ่ยเปื้อนคราบสีฟ้าครามออกจากหน้าผากอย่างไม่แยแส ก่อนจะเชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"เบี้ยวตรงไหนไม่ทราบคะคุณสถาปนิกผู้ประเสริฐ! ตาคุณมีปัญหาหรือไม้บรรทัดในสมองมันเพี้ยนกันแน่" หญิงสาวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย "นี่มันงานศิลปะค่ะ ไม่ใช่งานแปลนบ้านจัดสรรที่คุณจะมาตีตารางเป๊ะๆ ทุกกระเบียดนิ้ว ถ้าอยากได้เส้นตรงไร้ชีวิตชีวา ทำไมไม่เอาสติกเกอร์มาแปะเอาล่ะคะ ประหยัดเวลากว่ากันเยอะ"
ธีรดนย์ไม่ตอบโต้ด้วยการขึ้นเสียง เขาเลือกที่จะก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ผืนผ้าใบทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงจนรินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันรอบตัว ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ห่างจากร่างเพรียวบางเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกจนคนตัวเล็กต้องชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ
ดวงตาสีเข้มของธีรดนย์เลื่อนจากใบหน้าเปื้อนสีของหญิงสาว ลงมามองภาพวาดบนเฟรมผ้าใบอย่างพิจารณา
ภาพที่รินรดากำลังสร้างสรรค์อยู่หาใช่เส้นเรขาคณิตที่แข็งกระด้างอย่างที่เขาชอบใช้ หากแต่เป็นภาพวาดแนวแอสตราดที่สะท้อนความรู้สึกดิบเถื่อนของโครงสร้างเหล็กและคอนกรีต ผสมผสานกับพู่กันที่สะบัดอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุหมุน ทว่าตรงกลางของความโกลาหลเหล่านั้น กลับมีแสงสีนวลตาซ่อนอยู่ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัวในอกของมนุษย์
รินรดาแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นนัยน์ตาคมกริบของอีกฝ่ายทอดมองผลงานของเธอด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตาตำหนิติติงเช่นเคย แต่เป็นความเงียบงันที่ลึกซึ้งและจริงจังจนน่าประหลาด
"คุณ..." ธีรดนย์เปิดปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากว่าปกติ "วาดรูปนี้... ตอนคิดถึงอะไรอยู่"
คำถามนั้นไม่มีความเยาะเย้ยถากถางเจือปนเลยแม้แต่น้อย มันคือความอยากรู้ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองตามนิสัยของเขา รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เธอมองสำรวจใบหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ไร้ซึ่งเกราะกำบังใดๆ สันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่มักจะอ้าปากแซะเธออยู่เสมอกลับเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
"ไม่ได้คิดถึงอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ" รินรดาตอบเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความพยศในแววตาอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่มองมาอย่างตั้งใจ "แค่... มองเห็นความอ่อนโยนที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของตึกเก่าหลังนี้ ก็เท่านั้นเอง"
ธีรดนย์นิ่งงึม เขาหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดแคบลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มโดยไม่ทราบสาเหตุ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"คุณมองเห็นมันจริงๆ หรือ..." เสียงทุ้มต่ำของธีรดนย์กระซิบชิดริมฝีปาก ขณะที่มือหนายื่นออกไปอย่างช้าๆ นิ้วเรียวยาวแตะลงที่ข้างแก้มเนียนใสของเธอเบาๆ เพื่อปาดคราบสีอะคริลิกสีทองที่เปื้อนอยู่ออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินรด้าราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านร่างจนต้องหลบตา
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงเครื่องมือการก่อสร้างด้านนอกราวกับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และสายตาที่เว้าวอนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนของชายหนุ่มปากร้าย
ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก และริมฝีปากของธีรดนย์กำลังโน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ—
"คุณธีรดนย์คะ! เอกสารอนุมัติงบประมาณล็อตใหม่มาถึงแล้วค่ะ... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ!"
เสียงแหลมสูงของเลขาฯ สาวที่พุ่งพรวดเข้ามาในสตูดิโอทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี ธีรดนย์ผละถอยหลังออกห่างจากรินรดาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงไร้อารมณ์ทันที ขณะที่รินรด้ารีบหันหลังกลับไปคว้าพู่กันขึ้นมาจ้วงสีบนจานสีด้วยความเก้อเขินจนมือไม้สั่นไปหมด
หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามควบคุมจังหวะหายใจของตัวเองให้เป็นปกติ พร้อมกับเหลือบสายตากลับไปมองชายหนุ่มที่กำลังยืนจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ทว่า ก่อนที่ธีรดนย์จะเดินหันหลังออกจากห้องตามเลขาฯ ไป เขากลับหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่ หันมามองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้รินรดาต้องยืนแข็งค้างอยู่กับที่
"พรุ่งนี้... มาวาดรูปต่อตรงนี้อีกนะ รินรดา"
ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" ด้วยนะคะ
พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 8
ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ฝุ่น
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!