พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 9

รอยร้าวในแบบแปลน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำบนโต๊ะทำงานไม้สักราคาแพงดังสนั่น จนรินรดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจดูสเกตช์ภาพสีน้ำต้องสะดุ้งสุดตัว เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีด้วยความหงุดหงิด เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงฉายประกายความเครียดระ330ระดับจนน่ากลัว "คุณริน ดูนี่สิครับ... ไม่ใช่สิ ดูนี่ค่ะ" ธีรดนย์พยายามปรับน้ำเสียงที่เกือบจะหลุดคำหยาบให้กลับมาสุภาพ ทว่าสันจاوที่ขยับนูนขึ้นด้วยความขบกรามแสดงให้เห็นว่าความอดทนของสถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบกำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัด "คานรับน้ำหนักโซนจัดแสดงงานศิลปะ ชั้นสอง... วิศวกรเพิ่งส่งรายงานด่วนมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว โครงสร้างเหล็กรับน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานสิบหเปอร์เซ็นต์" รินรดาวางปากกาในมือลงช้าๆ เธอยืดตัวขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงไหล่ แต่รัศมีคอมพิวเตอร์พังๆ ในแววตาของเธอก็ไม่เคยยอมแพ้ใคร "แล้วมันเกี่ยวกับงานวาดภาพประกอบของฉันตรงไหนล่ะคะ คุณธีรดนย์ หรือว่าคานมันรับน้ำหนักภาพวาดสีน้ำบนกระดาษร้อยปอนด์ของฉันไม่ไหว กลัวว่าความอาร์ตมันจะหนักจนตึกถล่มลงมาเหรอคะ" "นี่ไม่ใช่เวลามาประชดประชันเล่นลิ้นนะคะคุณรินรดา!" ธีรดนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนคนฟังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันรอบตัว "ถ้าโครงสร้างหลักมีปัญหา งานตกแต่งภายในทั้งหมด รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ที่คุณดึงดันจะวาดสดบนปูนฉาบตรงโถงกลาง มันต้องถูกรื้อทิ้ง... ทั้งหมด!" คำว่า 'รื้อทิ้ง' กระแทกเข้ากลางใจของศิลปินสาวอย่างจัง รินรดากัดริมฝีปากล่างแน่นจนขึ้นสีแดงจัด สองมือที่ประสานกันบนตักจิกเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดพล่าน งานชิ้นนี้เธอใช้เวลาแรมเดือนในการร่างคอนเซปต์ ลงแรงเทวิญญาณลงไปในทุกๆ ตรึงแปรง แต่นี่มันอะไรกัน... โครงสร้างง่อยๆ ของฝั่งวิศวกรกับสถาปนิกผู้รอบคอบอย่างเขากลับปล่อยให้ความผิดพลาดระดับหายนะแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง! "รื้อทิ้งงั้นเหรอคะ พูดง่ายดีนี่คะ!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับเขาในระยะห่างแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและกาแฟเข้มๆ ลอยปะทะจมูก "คุณเป็นสถาปนิก ควบคุมโปรเจกต์นี้ตั้งแต่หัวยันท้ายไม่ใช่เหรอคะ ทำไมตอนคำนวณสเปกเหล็ก คุณถึงปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นได้ล่ะคะ หรือมัวแต่เอาเวลาไปตรวจความเนี๊ยบของมุมโต๊ะทำงานจนลืมดูความปลอดภัยพื้นฐานกันแน่" ธีรดนย์นิ่งงัด เขาไม่ได้ถอยหนีสายตาวับวาวที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อของหญิงสาว ตรงกันข้าม... เขากลับจดจ้องใบเนียนใสที่รื้นด้วยหยาดเหงื่อบางๆ จากความเครียดอย่างลึกซึ้ง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไหววับชั่วขณะก่อนจะถูกกลบด้วยกำแพงความเย็นชาตามนิสัย "ผมไม่เคยปล่อยให้งานมีความผิดพลาด..." เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าใต้ตาของคนตรงข้าม "แต่ปัญหาครั้งนี้มันมาจากเกรดวัสดุของซัพพลายเออร์ที่นอกเหนือการควบคุม และถ้าเราไม่ยอมแก้ตอนนี้ ตั้งแต่ฐานราก... งานทุกอย่างจะล่าช้าออกไปอีกสามเดือน" "สามเดือน!" รินรดาทวนคำ เสียงสูงด้วยความตกใจ สามเดือนหมายถึงกำหนดการเปิดแกลเลอรีต้องเลื่อนออกไป ชื่อเสียงของเธอที่กำลังถูกจับตามองก็จะสะดุดลง หญิงสาวเม้มปากแน่น ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว แต่วินาทีนี้เธอไม่มีน้ำตาให้ใครเห็นหรอก "ใช่ครับ... สามเดือน" ธีรดนย์ถอนหายใจยาวเหยียด มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ จนมันยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากผู้ชายที่ปกติทุกเส้นผมต้องเข้าที่ "ผมรู้ว่าคุณเสียดายงาน คุณทุ่มเทกับมันมาก... ผมก็เหมือนกัน" ประโยคท้ายเขาพูดเบาราวกับกระซิบ แต่มันกลับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานชั่วคราวในไซต์งาน รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเครียดไม่แพ้กัน เสื้อผ้าที่เคยรีดเรียบกริบตอนนี้กลับยับยู่ยี่เพราะการทำงานหนักติดต่อกันข้ามวันข้ามคืน บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปจากความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ กลายเป็นความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ความใกล้ชิดทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของทั้งคู่เริ่มแทรกซึมเข้าหากัน รินรดาเบือนหน้าหนีไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพไซต์งานก่อสร้างด้านนอก เพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล "แล้วเราจะเอายังไงต่อคะ..." น้ำเสียงของเธออ่อนลง ไม่เหลือเค้าลางของความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ เหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนที่ซ่อนไม่มิด "ในเมื่อแบบแปลนมันร้าวไปหมดแล้ว..." "เราต้องรื้อบางส่วนทำใหม่ครับ..." ธีรดนย์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ของเขา "และคุณ... อาจจะต้องย้ายไปทำงานที่สตูดิโอชั่วคราวใกล้บ้านผม เพื่อความสะดวกในการประชุมปรับแบบร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง" รินรดาหันขวับกลับมามองค้อนทันที "นี่คุณฉวยโอกาสเหรอคะคุณธีรดนย์!" มุมปากของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างแรง "ผมไม่ได้ฉวยโอกาสครับ ผมเรียกว่า... บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างชาญฉลาดต่างหาก" ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากด่าทอความหน้ามึนของคนตรงข้าม เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงโปรดของนายทุนใหญ่แห่งโปรเจกต์นี้ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตากวาดมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย "คุยกันไปถึงไหนแล้วล่ะครับ สถาปนิกคนเก่งกับศิลปินคนดัง... ดูท่าทางพวกคุณคงยังไม่รู้สินะว่า เทศบาลเพิ่งโทรมาแจ้งระงับใบอนุญาตก่อสร้างชั่วคราวแล้วเมื่อกี้!" รินรดานิ่งค้างไปทันที ธีรดนย์หน้าถอดสีในเสี้ยววินาที ความเงียบงันดิ่งลึกลงราวกับดิ่งพสุธา พร้อมกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่โถมเข้ามาซัดซ้ำจนแทบไม่เหลือทางหนีทีไล่! ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%