พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 10

มื้อค่ำที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงกริ่งโลหะที่กรอบประตูร้านอาหารอิตาเลียนหรูใจกลางเมืองดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มผู้มีลายเส้นชีวิตเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งกว่าไม้บรรทัด ธีรดนย์ ก้าวเข้ามาด้วยสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ไร้รอยยับ แม้ภายนอกเขาจะดูสงบนิ่งราวกับรูปปั้นกรีก แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดตามองหาเป้าหมายด้วยความเร่งรีบที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาLนสุขุม และเขาก็เจอเธอนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงมุมอับสายตาของร้าน รินรดา ในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีขาวปล่อยชายสบายๆ กับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ กำลังใช้ปลายดินสอเคาะโต๊ะไม้สักตามจังหวะเพลงแจ๊สเบาๆ ที่คลออยู่ในร้าน ท่าทางของเธอช่างดูไม่สะทกสะท้านกับบรรยากาศสุดหรูหราแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย "มาสายไปสามนาทีสิบวินาทีค่ะ คุณธีรดนย์" เสียงใสเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเอ่ยทัก รินรดายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือดีไซน์เก๋ รอยยิ้มมุมปากเผยความเหนือกว่าอย่างชัดเจน "นึกว่าสถาปนิกผู้ยึดมั่นในความเป๊ะทุกตารางนิ้ว จะไม่ปล่อยให้เวลาคลาดเคลื่อนเสียอีก" "รถติด และผมเกลียดคนตรงไม่รู้เวลา... โดยเฉพาะคนที่นัดผมมาคุยเรื่องแบบร่างปรับปรุงหอศิลป์ แต่เจ้าตัวกลับนั่งวาดรูปเล่นอย่างไร้จุดหมายแบบคุณ" ธีรดนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าแฝงความหยันปนเข่นเขี้ยว เขาปัดกระดาษทิชชูที่พับไว้อย่างเรียบร้อยออกห่างจากมือเธอ ก่อนจะวางแท็บเล็ตหน้าจอเรืองแสงลงตรงกลางโต๊ะ "ดูนี่ซُم องศาของโครงสร้างหลังคากระจกที่คุณออกแบบมา มันฝืนหลักวิศวกรรมชัดๆ ถ้าฝนตกหนักขึ้นมา น้ำจะรั่วลงมากลางห้องจัดแสดงงานพอดี" รินรดาลดมือลง ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลง ไออุ่นจากตัวเธอลอยปะทะจมูกคนตรงข้าม "มันไม่ได้ฝืนค่ะคุณธีรดนย์ แต่มันคือ 'ศิลปะ' สถาปัตยกรรมของคุณมันแข็งกระด้าง ไร้จิตวิญญาณ มีแต่ตัวเลขกับแท่งปูน... คุณมองไม่เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ในการพังทลายอย่างมีทิศทางเลยหรือไง?" "ผมไม่ได้ถูกจ้างมาให้สร้างตึกถล่มทลายตามอารมณ์ติסטของคุณนะรินรดา!" ธีรดนย์ขึ้นเสียงเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "งานศิลปะของคุณเอาไปไว้บนผืนผ้าใบเถอะ แต่อย่าเอามาปะปนกับความปลอดภัยของชีวิตคนใช้งานตึก!" บรรยากาศบนโต๊ะอาหารคุกรุ่นขึ้นทันทีเมื่อพนักงานยกตะกร้าขนมปังและน้ำอัดลมมาเสิร์ฟ ทั้งคู่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ปล่อยให้ความอึดอัดทำหน้าที่กดทับบทสนทนา รินรดาตวัดสายตามองออกไปนอกกระจกใส ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ขณะที่ธีรดนย์หยิบแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบเพื่อดับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านในอก แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน ใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มอ่อนในร้าน ก็ยังคงดึงดูดสายตาเขาให้วนกลับมามองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างน่าหงุดหงิด ให้ตายเธอมันเป็นผู้หญิงที่ต่อต้านง่ายที่สุดแต่ก็น่าปวดหัวที่สุดในโลก "สั่งอาหารสิครับ หรือคุณอยากจะกินแค่ลมปากที่เถียงผมไปวันๆ" ธีรดนย์เปิดเมนูอาหารเล่มหนาผลักไปตรงหน้าเธอด้วยท่าทางกระแทกกระทั้นเล็กน้อย "ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... ระวังเถอะค่ะ สักวันจะไม่มีใครทนคบคุณได้นอกจากเงาตัวเอง" รินรดาเปิดเมนูผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดื้อรั้นท้าทาย "ฉันเอาพาสต้าทรัฟเฟิล... ส่วนเรื่องแบบร่าง ฉันไม่แก้ค่ะ ถ้าคุณแก้ไม่ได้ ก็แสดงว่าฝีมือคุณแค่นั้นเอง" "รินรดา!" ธีรดนย์กัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความท้าทายที่ถูกปลุกเร้า "คุณนี่มัน... ดื้อด้านเป็นที่หนึ่งจริงๆ อยากลองดีกับผมใช่ไหม ได้! คืนนี้เราไม่ต้องกลับจนกว่าแบบนี้จะแก้ไขจนลงตัวทั้งสองฝ่าย!" อาหารค่ำเสิร์ฟลงบนโต๊ะ ทว่าบรรยากาศกลับไม่ต่างอะไรจากสนามรบย่อมๆ ทั้งคู่ต่างก้มหน้าก้มตากินสลับกับถกเถียงเรื่องดีไซน์เส้นสายโครงสร้างอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงช้อนส้อมกระทบจานดังเป็นระยะท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สที่เริ่มเงียบลง จนกระทั่งจานอาหารว่างถูกเก็บออกไป ธีรดนย์ดึงแท็บเล็ตกลับมาอีกครั้ง เขาจิ้มหน้าจอเพื่อโชว์รายละเอียดโครงสร้างที่เขาปรับแก้ด้วยตัวเองบางส่วนให้เธอเห็น รินรดาชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ เพื่อจับผิด ทำให้เส้นผมยาวสลวยกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปัดผ่านปลายจมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ กลิ่นหอมนั้นทำให้จังหวะการหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที ธีรดนย์ชะงักเงยหน้าขึ้นเพื่อจะต่อว่า แต่กลับพบว่าใบหน้าของพวกเขากลับอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่ออยู่ห่างจากปลายคางเขาเพียงนิดเดียว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปตามปลายประสาทจนหัวใจกระหน่ำเต้นรัว "คุณ... ขยับออกไปหน่อยสิคะ" รินรดาเสียงแผ่วลงเล็กน้อย ดวงตาหลบวบไปมองแก้วน้ำบนโต๊ะแทนความประหม่า "ผมไม่ได้ขยับ... คุณต่างหากที่ล้ำเส้นเข้ามาเอง" ธีรดนย์กระซิบเสียงต่ำพร่า ดวงตาคมกริบจับจ้องริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงของเธออย่างเผลอไผล มือหนาที่วางอยู่ใต้โต๊ะเผลอเกร็งเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ ทว่า ก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำเกินเลยไปกว่านั้น เสียงกระแอมกระไอที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจขัดจังหวะ "ขอโทษนะครับ... ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ พอดีเห็นพวกคุณนั่งเครียดกันมานานแล้ว" ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ธีรดนย์หันขวับไปมองยังต้นเสียงด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่พร้อมจะอาละวาดใส่ใครก็ตามกล้ามาทำลายโมเมนต์นี้ ส่วนรินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนประหลาดใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่สามที่ยืนยันตัวตนอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่มุมปาก และช่อดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ในมือ... คืออดีตคนรักเก่าของรินรดาที่หายตัวไปจากชีวิตเธอกว่าสามปีเต็ม! "ริน... ไม่เจอกันนานเลยนะ คิดถึงผมไหม?" ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%