พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 14

คนขี้เก๊กที่ชอบตามใจ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"คุณจะบ้าหรือไงธีรดนย์! นี่มันห้องสตูดิโอศิลปะนะ ไม่ใช่ห้องผ่าตัดหัวใจ ทำไมทุกอย่างมันต้องเข้าแถวเรียงหนึ่งตามขนาดสีด้วยเล่า!" เสียงแหลมใสแต่ทรงพลังของรินรดาตวัดลั่นห้อง จนคนตัวสูงที่กำลังยืนถือตลับเมตรวัดระยะห่างระหว่างขาตั้งเฟรมกับชั้นวางพู่กันถึงกับชะงัก ธีรดนย์ถอนหายใจยาว พรหมลิขิตคงเล่นตลกอะไรสักอย่างที่เหวี่ยงให้สถาปนิกผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบอย่างเขา ต้องมาทนดมกลิ่นสีน้ำมันปนเปื้อนกลิ่นกาแฟบูดในอาณาจักรสุดรกเรื้อของศิลปินสาวจอม Chaotic ผู้นี้ "ผมไม่ได้สั่งให้คุณจัดห้องใหม่ ริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนตามวิสัยคนปากแข็งเอ่ยขึ้น พร้อมกับปรายตามองกองกระดาษร่างภาพที่กองสุมกันบนโซฟาตัวยาวอย่างขัดหูขัดตา "แต่ผมแค่วางระเบียบใหม่ให้คุณหยิบจับอะไรมันง่ายขึ้น... ถ้าคุณไม่เอาเวลาสามชั่วโมงไปจมอยู่กับการหาพู่กันเบอร์สิบ คุณคงวาดรูปเสร็จไปสามรูปแล้ว" "นั่นมันสไตล์การหาแรงบันดาลใจต่างหาก คุณมันคนไร้รสนิยมทางศิลปะเอาเสียเลย สถาปนิกสมองตรรกะ!" รินรดาแค่นหัวเราะ สะบัดหน้าหนีจนผมยาวสลวยสะบัดสลวยฟาดผ่านอากาศ เธอเท้าสะเอว มองชายหนุ่มในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก เนื้อผ้าเนื้อดีตอนนี้เปื้อนคราบฝุ่นผงถ่านชาร์โคลจางๆ ภาพที่ธีรดนย์กำลังก้มๆ เงยๆ จัดระเบียบโต๊ะทำงานของเธอทั้งที่หน้าตาบึ้งตึงเป็นตูดกระดาษ มันช่างขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ว่า... เขายอมทิ้งประชุมโปรเจกต์ร้อยล้านมานั่งหัวโด่อยู่ที่นี่ตั้งแต่บ่ายเพื่อช่วยเธอเคลียร์งานส่งลูกค้า ให้ตายเถอะ ผู้ชายปากร้ายคนนี้แปลกคนสิ้นดี ปากบอกว่ารำคาญความรก แต่ทุกครั้งที่เธอหาของไม่เจอ เขามักจะเป็นคนแรกที่ควานหามันเจอในซอกมุมประหลาดเสมอ "เลิกบ่นแล้วมานี่" ธีรดนย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อสายตาค้อนขวิดของคนตัวเล็ก เขาไม่ได้เดินหนีอย่างเคย แต่กลับคว้าข้อมือเรียวบางแล้วดึงเบาๆ ให้เดินตามมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตอนนี้ถูกจัดระเบียบเสียจนเอี่ยมอ่อง รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ขัดใจแต่ก็ยอมก้าวเท้าเข้าไปใกล้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกหัวใจดวงน้อยให้เต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห "อะไรอีกเล่า ปล่อยนะ ฉันจะไปวาดรูป" "ดูนี่สิ" ธีรดนย์ไม่ปล่อยข้อมือ กลับพลิกฝ่ามือบางแบออก แล้ววางกล่องไม้ขนาดเล็กแกะสลักลายเรียบหรูลงบนนั้น "เปิดดู" หญิงสาวชะงัก ดวงตากลมโตฉายแววฉงน เธอก้มลงเปิดฝากล่องช้าๆ ด้านในบรรจุพู่กันขนสัตว์นำเข้าหลากขนาดที่เธอเคยบ่นให้ฟังเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าอยากได้แต่ของขาดตลาด จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับทหารเข้าแถว รินรดาเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มทันที เม้มปากแน่น หัวใจที่เคยพองโตด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างควบคุมไม่ได้ "คุณ... ไปหามาจากไหน ของพวกนี้มันหมดสต็อกไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้วนี่นา" เสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ธีรดนย์เบือนหน้าหนีเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจางๆ ที่ใบหูอย่างแนบเนียน เขาซุกมือทั้งสองข้างลงในกระเปังกางเกง ทำทีเป็นมองไปนอกหน้าต่างราวกับทัศนียภาพข้างนอกมันน่าสนใจนักหนา "ก็... แค่คนรู้จักเขามีเส้นสายหน่อยน่า อย่าคิดมาก ผมแค่ไม่อยากทนฟังคุณบ่นเรื่องพู่กันขนเปื่อยทุกครั้งที่วาดรูปหรอกนะ มันน่ารำคาญ" ปากก็พูดจาขวานผ่าซากแบบนั้นแหละ แต่สายตาที่แอบชำเลืองมองเธอกลับระคนไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด รินรดากลืนก้อนสะอื้นจุกที่ลำคอลงไป เธอรู้จักธีรดนย์ดีพอจะรู้ว่าเบื้องหลังคำพูดถางถางนั้นซ่อนความพยายามขนาดไหนไว้ ชายหนุ่มยอมลดทอนความเป๊ะของตัวเอง ยอมก้าวเข้ามาเปื้อนฝุ่นในโลกที่ไร้ระเบียบของเธอ เพียงเพราะอยากให้เธอทำงานได้สะดวกขึ้น... คนขี้เก๊กที่ชอบตามใจคนนี้ ชักจะอันตรายต่อหัวใจเธอเกินไปแล้วจริงๆ "ขอบคุณนะ... ธี" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาจนแทบปลิวไปกับสายลม รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว ยื่นมือเรียวไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาให้โน้มลงมาเล็กน้อย ก่อนจะเขย่งปลายเท้าแล้วกดริมฝีปากลงบนแก้มสากของสถาปนิกหนุ่มแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวลที่แนบลงมาทำเอาธีรดนย์แข็งค้าง ร่างสูงช็อกไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า สติที่เคยควบคุมทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบพังทลายลงในเสี้ยววินาที รินรดากำลังจะผละตัวออกด้วยความเขินอาย แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด มือหนาที่เคยอยู่ในกระเป๋ากลับคว้าเอวบางเอาไว้มั่นด้วยความรวดเร็ว รั้งร่างเล็กให้เข้ามาชิดแนบอกแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางบรรยากาศในห้องสตูดิโอที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม "คิดจะจู่โจมกันแบบนี้... คุณต้องรับผิดชอบให้รอดก่อนนะ รินรดา" เสียงทุ้มพร่าต่ำกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากเถียง ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างอย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ สัมผัสวาบหวามที่ถูกถ่ายทอดออกมาแทนความรู้สึกทั้งหมดทำเอาสมองของเธอขาวโพลน มือบางเผลอขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ปัง! เสียงประตูกระจกสตูดิโอถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของน้องสาวตัวดีที่ตะโกนลั่นห้องโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ "พี่ริน! แฟนพี่ฝากพัสดุ... อุ๊ย! ตายแล้ว ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย!" รินรดาสดุ้งสุดตัว ผลักอกแกร่งของธีรดนย์ออกทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ส่วนสถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ (ติดตามตอนต่อไป พรุ่งนี้เวลาเดิมนะคะ) ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%