พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 13

ระยะห่างที่เริ่มลดลง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“ถ้าคุณยังลากเส้นเบี้ยวแบบนี้อีกเซนติเมตรเดียว โปรเจกต์เสริมตัวนี้เราคงต้องเคลียร์กันยาวค่ะคุณธีรดนย์” น้ำเสียงใสทว่าเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานสถาปนิก รินรดาผละหน้าออกจากจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาท้าทาย มือเรียววางปากกาสไตลัสลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดัง *‘กริ๊ก’* เป็นเชิงประท้วง ธีรดนย์เงยหน้าขึ้นจากแปลนงานโครงสร้าง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยตามสไตล์สถาปนิกหนุ่มผู้เสพติดความสมบูรณ์แบบ เขากอดอกแน่น ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่พร้อมจะเปิดฉากปะทะฝีปากได้ทุกเมื่อ “เบี้ยวตรงไหน รินรดา?” ธีรดนย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอดไรฟัน “นี่คือสัดส่วนทองคำตามหลักคณิตศาสตร์ที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ ไม่ใช่ภาพวาดสีน้ำตาลป้ายเปรอะตามอารมณ์ศิลปินไส้แห้งของคุณนะ” “อ๋อเหรอคะ? แม่นยำจนตึกแทบจะเอียงไปข้างตามทัศนคติแคบๆ ของคุณนั่นแหละ!” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นจนแทบจะกลืนกินพื้นที่ระหว่างกัน “นี่เรากำลังทำโปรเจกต์รีโนเวทหอศิลป์ชุมชนนะคะ ไม่ใช่สร้างคุกขังนักโทษ สำนักสถาปนิกของคุณช่วยลดความแข็งกระด้างแล้วเปิดใจรับความพลิ้วไหวสักนิด จะตายหรือไงคะคุณสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครยอมหลบสายตา รินรดายืนกรานด้วยความมั่นใจ เส้นผมสีน้ำเข้มยาวสลวยไหวตามแรงขยับตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจางๆ ลอยแตะนาสิกของธีรดนย์ สถาปนิกหนุ่มกวาดสายตามองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ นั้นแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะกระตุกยิ้มร้ายกาจ “ถ้าผมไร้ที่ติจริง อย่างน้อยคุณก็คงไม่มีข้ออ้างมานั่งเถียงผมข้ามวันข้ามคืนแบบนี้หรอก รินรดา” คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะแววตาพราวระยับที่อีกฝ่ายจงใจส่งมาเย้าแหย่กันแน่ เธอเม้มปากแน่น รีบเบือนหน้าหนีไปมองหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ทรยศความตั้งใจ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจเป็นบ้า ปากร้ายใจร้ายไม่เคยเปลี่ยน แต่ทำไมเวลาเขาจ้องใกล้ๆ หัวใจเธอมันถึงได้รั้นไม่ยอมเชื่อฟังแบบนี้นะ! “เลิกนอกเรื่องแล้วมาดูตรงนี้ค่ะ” รินรดาแกล้งทำเป็นกระแทกเสียงเข้มกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก นิ้วเรียวจิ้มลงบนหน้าจอเพื่อดึงบรรยากาศกลับสู่โหมดงาน “โปรเจกต์เสริม ‘ศิลปะประสานโครงสร้าง’ ที่เราต้องส่งให้เทศบาลสัปดาห์หน้า ถ้าโครงสร้างหลักยังตีกันตายแบบนี้ มีหวังได้โดนตีตกตั้งแต่ยังไม่พรีเซนต์รอบแรกแน่” ธีรดนย์ถอนหายใจยาว ยอมผ่อนคลายอิริยาบถลงเล็กน้อย เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบแนบชิด ไอThe วามอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งแผ่นหลัง มือหนายื่นข้ามไหล่บางลงมาจับสไตลัสในมือเธอ ปลาย นิ้วของเขาแตะทับลงบนหลังมือเธอแผ่วเบา กระแสไฟแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วผิวสัมผัสจนรินรดาสะดุ้งเฮือก เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ตรงนี้... ปรับโค้งเข้าหาอีกสิบองศา ตามที่คุณต้องการ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ ธีรดนย์ไม่ได้ขยับตัวหนี แถมยังโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้นอีกเพื่อมองหน้าจอร่วมกัน มือของเขากุมทับมือเธอไว้มั่น บังคับลากเส้นโค้งลงบนแท็บเล็ตอย่างนิ่มนวลและแม่นยำ เส้นสายที่แข็งกระด้างเมื่อครู่ถูกดัดแปลงให้อ่อนช้อยงดงามตามจินตนาการของเธออย่างลงตัว รินรดานิ่งค้าง สมองขาวโพลนไปหมด เธอลืมสิ้นซึ่งข้อโต้แย้ง ลืมแม้กระทั่งวิธีหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์สะอาดๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว สติสัมปชัญญะที่เคยแข็งแกร่งพังทลายลงในพริบตาเมื่อเงาสะท้อนในกระจกใสเผยให้เห็นใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้แค่คืบ สายตาคมกราบคู่นั้นไม่ได้มองหน้าจอเลยสักนิด... เขากำลังมอง *เธอ* “มองอะไรคะ...” รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบaอย่างไร้เรี่ยวแรง หัวใจเต้นโครมครามรากระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “มองคนเก่งที่ปากเก่งไปเรื่อย” ธีรดนย์ตอบเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “เวลาคุณตั้งใจทำงาน... มันน่ารำคาญน้อยกว่าปกตินิดนึงนะ รินรดา” “นี่คุณ—!” รินรดาหันขวับกลับมาหวังจะต่อว่า แต่คำพูดทั้งหมดกลับถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากของเธอเฉียดผ่านแก้มสากของเขาไปอย่างเฉียดฉิว ระยะประชิดนี้ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันแนบแน่น ดวงตาสองคู่ประสานกันลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานหรือคู่กัดทั่วไปจะกระทำ บรรยากาศหวานละมุนและความตึงเครียดทางอารมณ์ผสมผสานกันจนแทบหายใจไม่ออก ธีรดนย์ชะงักค้าง ดวงตาคมกราบฉายแววไหวระริก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ตลอดหลายเดือนกำลังจะทะลักล้นออกมาในวินาทีนี้เอง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายภวังค์สีชมพูฉับพลัน พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ “คุณธีรดนย์คะ เอกสารด่วนจาก... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามารบกวนเวลาทำงานหรือเปล่าคะ” เสียงหวานแหลมของเลขาฯ สาวคนใหม่ดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศชวนฟิน พร้อมกับร่างเพรียวระหงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ทันตั้งตัว รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผลักอกชายหนุ่มให้ออกห่างจากตัวเองทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความกระอักกระอ่วน รีบคว้าแท็บเล็ตมาถือไว้แน่นเพื่อตั้งสติ ส่วนธีรดนย์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เขายืดตัวตรง ตวัดสายตาคมกราบมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นเยียบที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ทว่า... เมื่อเลขาฯ สาวก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาเต็มตัวพร้อมกับเอกสารในมือ รินรดาที่เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ลมหายใจสะดุดกึกยิ่งกว่าเดิม ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ไม่ใช่เลขาฯ คนใหม่ แต่คือ *พิมพ์พรรณ*... อดีตคู่หมั้นสาวไฮโซของธีรดนย์ที่บินกลับมาจากต่างประเทศอย่างไร้สัญญาณเตือน! ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%