พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 12

เมื่อความลับถูกเปิดเผย

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ไม่ใช่สิ่งที่เราควรเปิดวิสาสะ แต่วันนี้... ปลายนี้วของรินรดากลับสั่นระริกขณะดึงมันออกมาจากลิ้นชักที่ไม่ได้ล็อก ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ยืนนิ่งค้างท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานธีรดนย์ กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดแบบผู้ชายเนี้ยบกริบยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคู่สวยกลับไม่ใช่ความสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนทุกที หากเป็นกระดาษปึกหนาที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "สัญญาว่าจ้าง... บันทึกข้อตกลงการส่งมอบงานโปรเจกต์คาเฟ่หริมน้ำ... และ... ลายเซ็น?" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย สมองที่ประมวลผลความซวยมาตลอดชีวิตการเป็นศิลปินอิสระกำลังกรอภาพย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรก วันที่สำนักงานสถาปนิกชื่อดังยอมรับงานภาพประกอบของเธออย่างไร้เหตุผล วันที่เงินงวดแรกโอนเข้าบัญชีเร็วกว่ากำหนดราวกับปาฏิหาริย์ และ... วันที่ผู้ชายปากร้ายคนนั้นยื่นข้อเสนอสุดประหลาดให้เธอมานั่งทำงานร่วมกันที่นี่ "ไม่ใช่ความบังเอิญ... แต่มันคือแผนการ" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกโกรธ ขัด เขิน และประหลาดใจตีรวนขึ้นมาจุกอกจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง นายสถาปนิกจอมเนียบคนนั้น ที่คอยติติงงานเธอทุกฝีก้าว ที่ทำหน้าเหมือนเธอเป็นยัยตัวป่วนคอยสร้างภาระ... ที่แท้ก็คือคนที่ยอมควักกระเป๋าตัวเองโปะส่วนต่างค่าจ้าง เพื่อให้งานของเธอผ่านฉลุยโดยที่เธอไม่ต้องก้มหัวให้ใครอย่างนั้นหรือคะ! "รื้อค้นโต๊ะคนอื่น... งานอดิเรกใหม่ของคุณเหรอยัยตัวแสบ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากกรอบประตูทางเข้า ทำให้รินรดาสสะดุ้งสุดตัวจนแฟ้มเอกสารเกือบหลุดมือ ธีรดนย์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแรง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม แต่แววตาคู่คมที่มองมากลับมีความไหววับบางอย่างที่อ่านไม่ออก เจ้าตัวปรายตามองเอกสารในมือเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวราวกับคนจนแต้ม "คุณ... คุณทำแบบนี้ทำไม" รินรดารวบรวมเสียงที่เกือบจะหายไปให้กลับมามั่นคง แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาคู่สวยตวัดมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง "คุณช่วยฉันไว้ทำไมคะธีรดนย์! เงินจำนวนนั้น... และโปรเจกต์นั้น ถ้าไม่มีคุณรับไว้ ฉันคง..." "ก็คงรั้นจนตัวแตก แล้วก็หอบกระเป๋าไปนั่งวาดรูปข้างถนนที่ไหนสักแห่ง" สถาปนิกหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ซ่อนไม่มิด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช, ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันโดยอัตโนมัติจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน "ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วย! ฉันมีศักดิ์ศรีพอนะคะ!" "ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกยัยเด็กโง่" ธีรดนย์หยุดยืนประชิดตัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาโชยปะทะจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ "ผมไม่ได้ทำเพราะสงสาร... และก็ไม่ได้ทำเพราะอยากเป็นพ่อพระ แต่ผมทำเพราะ..." เขาหยุดพูดกะทันหัน ดวงตาคมกริบก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ สันจوดโด่งคมคายขยับเข้าใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกันอยู่รำคาญ "เพราะอะไรล่ะคะ พูดออกมาสิ!" รินรดายังคงเชิดหน้าเถียง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "หรือว่าคุณกลัวไม่มีคนเถียงด้วยจนนอนไม่หลับ?" "ใช่... ผมนอนไม่หลับ" คำตอบรับหน้าตาเฉยทำเอารินรดาถึงกับพูดไม่ออก ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงมาในตาเธอ ความเย็นชาเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงประกายความคลั่งไคล้บางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนคนมองต้องร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า "ตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม ทุกอย่างที่เคยเป๊ะและเป็นระเบียบมันพังไม่เป็นท่า... แต่รู้ไหมว่าผมโคตรจะมีความสุขเลย" มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน รินรดาอุทานเบาด้วยความตกใจ ฝ่ามือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ แต่ทว่ากล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้ร่มผ้ากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย "ปล่อยนะ! ปากบอกว่ารำคาญ แต่ทำไม..." "เพราะปากผมมันไม่เคยตรงกับใจยังไงล่ะ" ธีรดนย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเต็มไปด้วยความเสน่หาที่เก็บกดมานาน "ยอมรับความจริงเถอะรินรดา... ว่าคุณเองก็รู้สึกเหมือนกัน" ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงกริ่งหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้นแบบไม่รู้เวล่ำเวลา ตามด้วยเสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งติดๆ กัน "คุณธีรดนย์คะ! แขกจากบริษัทลงทุนมาถึงแล้วค่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์คาเฟ่..." เสียงใสของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ รินรดาได้สติรีบออกแรงผลักอกแกร่งเต็มแรงแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ธีรดนย์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่ยืนหายใจหอบกระซิบอยู่ข้างโต๊ะ "เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่..." เขาพูดลอดไรฟันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "เลิกงานเมื่อไหร่ ค่อยเคลียร์กันยาวๆ" พูดจบสถาปนิกหนุ่มก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกไปเปิดประตู ทิ้งให้รินรดายืนใจเต้นรัวอยู่ลำพัง ทว่าในวินาทีที่ร่างสูงกำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องนั้นเอง เลขาหน้าห้องก็เอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "เอ่อ... คุณธีรดนย์คะ คือว่า... มีคนสำคัญอีกคนมารอพบคุณอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ เขาบอกว่าเป็น..." ธีรดนย์ชะงักฝีเท้า สีหน้าที่หงุดหงิดอยู่แล้วกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงทันตาเห็นเมื่อได้ยินชื่อของแขกผู้มาเยือนคนนั้น ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%