พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 19

คำสารภาพผ่านเส้นสี

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับหยาดฝนที่เพิ่งซาลงในยามค่ำคืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโซน C โชคดีที่รอยร้าวขนาดใหญ่บนโครงสร้างหลักไม่ได้ลุกลามจนกลายเป็นหายนะอย่างที่คนงานตื่นตูมกันในตอนแรก หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดร่วมกับวิศวกรประจำโครงการ ธีรดนย์ถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แม้ใบหน้าคมเข้มจะยังคงเรียบตึงและเปื้อนคราบฝุ่นจากการลุยไซต์งานจนดึกดื่น "กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะคุณสถาปนิก หน้าตาคุณตอนนี้เหมือนซอมบี้ตกอับมากกว่าคนควบคุมโปรเจกต์ร้อยล้านแล้วนะคะ" เสียงใสติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นจากมุมห้องพักคนงานชั่วคราว ธีรดนย์หันขวับไปมองร่างโปร่งของรินรดาที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดง มือขวาถือแท็บเล็ตคู่ใจส่วนมือซ้ายควงดินสอดิจิทัลเล่นอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง เจ้าตัวเพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาลากเขาฝ่าสายฝนมาดูรอยร้าวแทบตาย "ถ้าผมหน้าตาเหมือนซอมบี้ คุณก็คงไม่ต่างจากยายเพิ้งตกถังสีหรอกค่ะรินรดา ดูชุดที่คุณใส่สิ เลอะปูนขาวไปหมดแล้ว" ธีรดนย์สวนกลับทันควันตามวิสัย, พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ขมับ ลมหายใจอุ่นร้อนสะท้อนความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวัน "ก็ใครใช้ให้คุณวิ่งเร็วเหมือนม้าดีดกะโหลกเล่า ฉันวิ่งตามแทบไม่ทันต่างหาก" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นตามชายเสื้อยืดสีดำสนิทของตัวเองลวกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้มานั่งรอเป็นเพื่อนคุณฟรีๆ หรอกนะ" "แล้วคุณมาทำไมดึกดื่นแบบนี้? ไซต์งานอันตรายจะตาย หรือว่า... เป็นห่วงผม?" ธีรดนย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทตามฟอร์มคนปากแข็ง ทั้งที่ในใจเต้นแรงผิดจังหวะยามเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นฉุนของฝุ่นปูน "หลงตัวเองเป็นที่หนึ่ง!" รินรดาค้อนให้วงใหญ่จนตาแทบคว่ำ แต่ใบเนียนกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด "ฉันแค่... อยากได้แรงบันดาลใจต่างหาก รอยแผลเป็นบนหน้าผากไซต์งานตอนดึกๆ กับสถาปนิกหน้ายักษ์ที่กำลังหัวเสีย มันเป็นองค์ประกอบศิลป์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนหรอกนะคะคุณธีรดนย์" วาจาดื้อรั้นและท่าทางเชิดๆ นั้นทำให้ธีรดนย์เผลอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งรินรดาจะมีโอกาสได้เห็น—รอยยิ้มที่ไม่ได้เคลือบยาพิษหรือคำเหน็บแนม แต่มันคือความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "อยากได้แรงบันดาลใจนักใช่ไหมคะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอเบาๆ ไม่ให้ตั้งตัว "ถ้าอย่างนั้น... มานี่สิ" รินรดาอุทานเบาด้วยความตกใจเมื่อถูกดึงให้เดินตามเข้าไปในห้องทำงานชั่วคราวที่เงียบสงบ บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีกระดาษร่างแบบและสมุดสเกตช์ภาพวางระเกะระระกะ ทว่าสายตาของธีรดนย์ไม่ได้มองสิ่งเหล่านั้น เขากลับดันเธอนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของเขาเอง ส่วนตัวเขากลับยืนคร่อมกึ่งๆ โน้มตัวลงมาตรงหน้า โดยมีพนักพิงเก้าอี้กั้นกลางไว้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบ 0 เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนจนรินรด้ารู้สึกร้อนผ่าวไปหมด ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคมกริบที่สะท้อนเงาของเธอชัดเจน "คุณ... จะทำอะไรเนี่ย ธีรดนย์?" เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างผิดวิสัย ความกล้าหาญที่เคยมีเหมือนบินหายไปหมดเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับคนอันตรายคนนี้ "ไม่ได้ทำอะไรค่ะ..." ธีรดนย์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มจนน่าใจหาย มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบสมุดสเกตช์ภาพเล่มหนาที่รินรดามักจะพกติดตัวตลอดเวลาขึ้นมาเปิดพลิกดู "ผมแค่สงสัย... ว่ายายศิลปินปากกล้าคนนี้ วาดภาพคนอื่นมาก็เยอะ แล้วเคยลองวาดภาพ 'ผม' ในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็นบ้างหรือเปล่า" รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ ภาพในสมุดที่เขาถืออยู่คือภาพสเกตช์โครงสร้างตึก ภาพวิวทิวทัศน์ และภาพคนงานในไซต์งาน... แต่ไม่มีภาพของเขาเลยสักแผ่น "ทำไมฉันต้องวาดคุณด้วยล่ะคะ ในเมื่อตัวจริงน่ารำคาญจะตาย" เธอยังคงรักษาสิทธิ์ความปากแข็งไว้ แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "เพราะถ้าคุณไม่วาด... ผมก็จะถือว่าคุณโกหก" ธีรดนย์ผละใบหน้าออกมาเล็กน้อยเพื่อมองสตาตาเธอตรงๆ แววตาคู่นั้นจริงจังจนน่ากลัว "โกหก... ว่าสายตาที่คุณใช้มองผมเวลาผมดุคุณเรื่องงาน มันไม่ใช่สายตาเดียวกับที่ศิลปินใช้มอง 'ผลงานชิ้นเอก'" บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงทันที ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นระรัวแข่งกัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำพูดจี้ใจดำของเขาทำให้เธอเถียงไม่ออก มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแย่งสมุดสเกตช์คืนมาจากมือเขา "คุณมัน... หลงตัวเองเป็นบ้าเลยค่ะ" รินรดาพึมพำเสียงสั่น หลบสายตาคมคลาวนั้นด้วยการก้มมองหน้าตักตัวเอง ธีรดนย์ไม่ยอมแพ้ เขากลับใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นมาเบาๆ บังคับให้เธอกลับมาสบตากันอีกครั้ง แรงสัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับบุคลิกปกติทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ "ถ้าไม่เชื่อ... ก็วาดให้ผมดูตอนนี้สิครับ... เอ๊ย! ให้ผมดูตอนนี้สิคะ" ธีรดนย์เกือบหลุดคำพูดติดปากออกมา รีบแก้คำลงท้ายอย่างตะกุกตะกักเมื่อเห็นรินรดาเลิกคิ้วมองด้วยความจับผิด "เอ่อ... หมายถึง... วาดให้ผมดูเดี๋ยวนี้เลยค่ะ รินรดา" ภาพความซิ่นปนเปิ่นของสถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วแต่กลับมาหลุดลุคต่อหน้าเธอ ทำให้รินรดาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น "ก็ได้ค่ะ..." รินรดาพึมพำ ยอมหยิบดินสอดิจิทัลขึ้นมาเตรียมพร้อมบนหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตประกายความท้าทายขึ้นมาอีกครั้ง "ถ้าฉันวาดออกมาแล้วคุณไม่สวย คุณห้ามโวยวายเด็ดขาดนะ" "ต่อให้คุณวาดผมเป็นยักษ์ปักหลั่น ผมก็ยอมรับค่ะ... เพราะไม่ว่ามุมไหนของคุณ มันก็น่ามองสำหรับผมทั้งนั้น" คำสารภาพหวานเลี่ยนที่หลุดออกมาจากปากคนปากร้ายทำเอารินรดาถึงกับชะงักค้าง มือที่กำลังจะจรดปลายดินสอลงบนหน้าจอนิ่งสนิท ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างประหม่า ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่ด่าเธอยับเมื่อเช้าจะมาหยอดคำหวานเลี่ยนใส่ในยามดึกดื่นแบบนี้ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี แล้วเริ่มจรดปลายปากกาลงบนหน้าจอแท็บเล็ตอย่างตั้งใจ ทุกเส้นสายที่เธอลากผ่าน ไม่ได้บันทึกแค่โครงหน้าคมเข้มหรือสันจมูกโด่งเป็นสันเท่านั้น แต่เธอกลับบรรจงวาดแววตาที่อ่อนโยน รอยยิ้มมุมปากที่หาดูยาก และความเหนื่อยล้าที่ถูกปกปิดไว้ด้วยความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง—มันคือมุมที่ไม่มีใครเคยเห็น... มุมที่แท้จริงของธีรดนย์ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความเงียบสงบที่มีเสียงหัวใจของกันและกันเป็นจังหวะแบ็คกราउंड จนกระทั่งรินรดาวาดเส้นสุดท้ายเสร็จสิ้น เธอค่อยๆ หันหน้าจอแท็บเล็ตไปทางสถาปนิกหนุ่มที่นั่งมองเธอทำงานด้วยสายตาที่ไม่เคยละไปไหนเลย ธีรดนย์นิ่งงันไปทันทีเมื่อเห็นภาพบนหน้าจอ... ภาพของเขาในมุมที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุด เท่าที่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีมุมแบบนี้ "ฝีมือใช้ได้นี่คะ... ศิลปิน" ธีรดนย์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดด้วยความหมั่นเขี้ยว ทว่า... *ปัง!* เสียงประตูกระจกห้องพักคนงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงหอบหายใจรัวเร็วที่ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว "คุณธีร์คะ! แย่แล้วค่ะ!..." เสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก "คุณ... คุณผู้หญิงใหญ่ (แม่ของธีรดนย์) บินมาจากต่างประเทศกระทันหัน และตอนนี้... กำลังยืนรออยู่ที่หน้าสำนักงานใหญ่แล้วค่ะ!" รินรดาเบิกตากว้าง สะดุ้งเฮือกผละออกจากอ้อมแขนที่เกือบจะคว้าถึงของธีรดนย์ทันที ส่วนสถาปนิกหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่เวลาแห่งความสุขถูกขัดจังหวะลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มชัดเจนขึ้นทุกที แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ - ตุ๊กตาโบราณ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%