กลิ่นหอมเจือจางของวานิลลาผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานสถาปนิก ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดตรงหน้าคลี่คลายลงเลยแม้แต่น้อย ปลายจมูกของดิฉัน... เอ่อ รินรดา ยังคงสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุที่เพิ่งผ่านพ้นมาจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ลมหายใจอุ่นๆ ของธีรดนย์ที่เป่ารดอยู่เหนือริมฝีปากยังคงทิ้งร่องรอยสั่นไหวไว้ในความรู้สึก ชายหนุ่มผถอนใบหน้าคมคายออกไปช้าๆ นัยน์ตาคู่คมสีสนิมเหล็กคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความโมโหกับความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้
“ถอยไปได้แล้วมั้งคะ คุณสถาปนิก” รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาให้เร็วที่สุด มือบางดันอกเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนที่รีดเรียบกริบของเขาออกห่างอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจดวงน้อยในอกจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกซี่โครงแล้วก็ตาม
ธีรดนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจัดหรี่ลงเล็กน้อยอย่างเป็นต่อ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น—ช่างเป็นผู้ชายที่สับเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี “ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะคุณศิลปิน หวังว่าฝีมือของคุณจะคมคายเท่าคำพูดนะ เพราะแบบแปลนโครงการรีสอร์ทลอยฟ้าชุดนี้ เป็นงานที่ผมใช้เวลาแก้มาสามรอบและต้องส่งให้บอร์ดบริหารพิจารณาพรุ่งนี้เช้า”
พูดจบ ธีรดนย์ก็หันหลังเดินกลับไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยทิ้งร่างบางของรินรดาลงยืนเคว้งคว้างอยู่หน้าโต๊ะวางพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่กางขนานอยู่บนโต๊ะไม้สักทอง
รินรดาเบ้ปากหมั่นไส้ใส่แผ่นหลังกว้างนั้นทันที ต่อให้เขาจะเก่งกาจมาจากไหน แต่ความเผด็จการและวาจาเชือดเฉือนประสาทนั่น มันน่าเอาปากกาเมจิกไปละเลงหน้าหล่อๆ ให้รู้แล้วรู้รอด เธอยืนกอดอกมองร่างสูงที่เดินหายเข้าไปในห้องกระจกฝ้าด้านในเพื่อคุยโทรศัพท์กับซัพพลายเออร์ ดวงตากลมโตพินิจพิจารณาแผ่นกระดาษไขสีขาวขุ่นขนาดใหญ่ตรงหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยลายเส้นสถาปัตยกรรมที่ละเอียดลออและเฉียบคม สมเป็นฝีมือของธีรดนย์ผู้บ้าความสมบูรณ์แบบ
แต่เพราะความหมั่นไส้ส่วนตัวแท้ๆ หรืออาจเพราะความซุ่มซ่ามที่ถูกปลุกเร้าด้วยความหงุดหงิด รินรดาถึงได้ก้าวถอยหลังโดยไม่ทันระวังข้อศอกตัวเอง แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวที่วางอยู่บนขอบโต๊ะข้างกองเอกสารจึงถูกปัดเข้าอย่างจัง!
*เพล้ง!* ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นเสียงของเหลวสีดำสนิทที่กระฉอกออกจากปากแก้วพอดิบพอดี
“อุ๊ย!” รินรดาอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นหยดน้ำกาแฟอเมริกาโน่เข้มข้น พุ่งทะยานราวกับกระสุนปืนไรเฟิลลงกลางกระดาษไขแผ่นเอกสารชิ้นสำคัญ ที่ธีรดนย์เพิ่งจะเน้นย้ำว่าเป็นหัวใจหลักของโครงการ
ซ่า!
คราบสีน้ำตาลเข้มแผ่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง กลืนกินเส้นสายสถาปัตยกรรมที่ถูกวาดด้วยหมึกกันน้ำอย่างประณีตจนดำมืดสนิทไปครึ่งแผ่น!
เวลาในห้องทำงานราวกับหยุดเดินไปชั่วขณะ รินรดายืนตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลน มือไม้เย็นเฉียบ เธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเองโดยอัตโนมัติ ดวงตาคู่สวยมองความหายนะตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนคนกำลังจะถูกประหารชีวิต เธอลนลานคว้าทิชชูบนโต๊ะมาซับอย่างลนลาน แต่ยิ่งเช็ด คราบน้ำกาแฟก็ยิ่งกระจายวงกว้างและทำให้เนื้อกระดาษยู่ยี่เสียหายหนักกว่าเดิม
“แย่แล้ว... ตายแน่ๆ รินรดา แกตายแน่ๆ ผู้ชายคนนั้นต้องฆ่าแกหมกตึกแน่!” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประตูกระจกด้านในก็เปิดผางขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของธีรดนย์ที่ก้าวออกมา ใบหน้าคมคายกำลังจะเอ่ยปากสั่งงานบางอย่าง แต่แล้ว... ฝีเท้าของสถาปนิกหนุ่มก็หยุดชะงักกึก ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน นัยน์ตาสนิมเหล็กคู่นั้นกวาดมองภาพตรงหน้า รังสีอำมหิตและไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นสึนามิที่เตรียมซัดถล่มทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง
รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มแห้งผากที่ไร้ซึ่งความตลกขบขันสิ้นเชิง
“เอ่อ... ธีรดนย์คะ คือว่า...” เธอพยายามเปล่งเสียงออกไป แต่มันช่างเบาราวกับเสียงกระซิบของแมลงภู่
“คุณ-ทำ-อะไร-ลง-ไป” น้ำเสียงของธีรดนย์ต่ำลึก กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าถมึงทึง น่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่เขาขู่จะจับเธอจูบเสียอีก ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองรอยด่างสีดำสนิทบนแบบแปลนสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่ใช้เวลาแรมเดือนก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับเธอ
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างจนมุม เธอยกมือขึ้นไมตรีไม่ออกบอกไม่ถูก “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ มัน... มันอุบัติเหตุจริงๆ แก้วกาแฟมันเดินมาชนข้อศอกฉันเองต่างหากเล่า!”
“อุบัติเหตุงั้นเหรอ!” ธีรดนย์คำรามในลำคอ เขาหยุดยืนประชิดตัวเธอชนิดที่เรียกว่าแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน มือหนาทั้งสองข้างวางท้าวลงบนขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ปิดตายทุกเส้นทางหนี นัยน์ตาดุจดั่งสัตว์ป่ากำลังจ้องเหยื่อแววโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน “แบบแปลนนี้คือผลงานสามเดือนที่ผมอดหลับอดนอนวาดมันขึ้นมา! และพรุ่งนี้เช้า... บอร์ดบริหารจะต้องเห็นมันแบบไร้ที่ติ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นกองขยะเปียกๆ ฝีมือคุณ!”
“ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจไงคะ! ทำไมต้องเสียงดังด้วยล่ะ ตาบ้าเอ๊ย!” รินรดาเริ่มหมดความอดทน ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความฮึดสู้ เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน แม้ขาจะสั่นพับๆ “แค่กระดาษแผ่นเดียว เดี๋ยวฉันวาดชดใช้ให้ใหม่ก็ได้น่า คุณมีสิทธิ์อะไรมาตะคอกใส่ฉันยะ!”
“คุณไม่มีทางวาดมันได้เหมือนเดิมหรอกรินรดา!” ธีรดนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจของเขาอุ่นจัดและร้อนรุ่มด้วยความโกรธขึง “รายละเอียดทุกมิลลิเมตรในนี้... มีแค่ผมคนเดียวที่รู้ว่ามันต้องวางองศาไหนถึงจะสมบูรณ์แบบที่สุด และเพราะความซุ่มซ่ามอย่างไร้การควบคุมของคุณ ทำให้ผมต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทั้งหมดตั้งแต่คืนนี้!”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ รินรดากำหมัดแน่น จ้องตอบนัยน์ตาสีสนิมเหล็กคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธและ... ความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอก ท่ามกลางวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวานที่ควรจะเครียดจัด จู่ๆ ธีรดนย์ก็หยุดชะงัก ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของเธอแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างน่ากลัว เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรดาต้องขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“ในเมื่อคุณเป็นคนทำมันพัง... งั้นคุณก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบมันด้วยตัวเองค่ะคุณรินรดา” ธีรดนย์กระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด “คืนนี้... คุณต้องอยู่ช่วยผมแก้แบบแปลนนี้ใหม่ตั้งแต่ต้นจนเช้า และห้ามแม้แต่จะคิดก้าวเท้าออกจากห้องนี้จนกว่างานจะเสร็จ... ถ้าไม่อยากให้ผมคิดบัญชีส่วนตัวกับคุณด้วยวิธีอื่นที่ดุเดือดกว่านี้”
รินรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำสั่งเผด็จการนั้น ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
“คุณธีรดนย์คะ แย่แล้วค่ะ! ท่านประธานกับคณะกรรมการบริหารชุดใหญ่ เพิ่งเปลี่ยนใจขอเลื่อนเวลาพรีเซนต์งานโครงการรีสอร์ทลอยฟ้าเข้ามาเป็น... คืนนี้ ตอนเที่ยงคืนตรงค่ะ!”
เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบงัน แต่สำหรับรินรดาและธีรดนย์แล้ว มันกลับดังระเบิดราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูฝน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินนี้นะคะ
- ตุ๊กตาโบราณ -
พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 2
แบบร่างที่พังทลาย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!