"คุณเป็นบ้าอะไรของคุณรินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำที่ตะคอกลั่นห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ทำให้ร่างบางสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รินรดายังคงถือลูกกลิ้งทาสีค้างไว้ในมือ ข้อมือเรียวเปอะเปื้อนไปด้วยสีน้ำเงินโคบอลต์เข้มข้น ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยหันกลับไปมองสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงธรณีประตู
ผนังห้องทำงานที่เคยเป็นสีเทาควันบุหรี่อันแสนจะเรียบเนี้ยบ ไร้ที่ติ และน่าเบื่อหน่ายในสายตาของธีรดนย์ บัดนี้ถูกละเลงด้วยเฉดสีตัดกันอย่างรุนแรง ทั้งเหลืองมัสตาร์ด ม่วงลาเวนเดอร์ และเส้นสายอิสระที่พาดผ่านราวกับภาพวาดนามธรรมขนาดยักษ์ มันคือความหายนะในทางสถาปัตยกรรมสำหรับคนโรคจิตที่รักความสมบูรณ์แบบอย่างเขา แต่สำหรับรินรดาแล้ว... นี่คือการชุบชีวิตห้องสี่เหลี่ยมตายซากให้มีวิญญาณขึ้นมาต่างหาก
"ฉันไม่ได้เป็นบ้าค่ะคุณธีร์ แค่กำลังช่วยปลดปล่อยผนังห้องหินอ่อนเย็นชาของคุณให้เป็นอิสระจากความน่าเบื่อต่างหาก" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะต่างจากเขาอยู่หลายเซนติเมตร แต่แววตาคู่นั้นไม่มีความหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ข้างขมับโดยลืมไปว่ามือข้างนั้นเปื้อนสีฝุ่น ผลลัพธ์คือรอยปื้นสีน้ำเงินเข้มคาดอยู่บนแก้มเนียนใส ทำให้เธอดูเหมือนแมวขโมยจอมดื้อรั้นมากกว่าศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ
ธีรดนย์สูดหายใจเข้าลึก, อกแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นสีอะคริลิกจางๆ ลอยเข้ากระทบจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"คุณรู้ไหมว่าโปรเจกต์นี้กว่าฉันจะดีไซน์โทนสี คุมคุมโทนวัสดุ และจัดแสงให้มันเข้ากับสเปซ ใช้เวลานานแค่ไหน? สามเดือนเต็ม รินรดา! สามเดือนที่ฉันต้องปวดหัวกับความเนี้ยบทุกตารางนิ้ว แล้วคุณ... คุณเอาสีประหลาดพวกนี้มาละเลงใส่ผนังห้องทำงานหลักของฉันเนี่ยนะ?!"
"ก็เพราะมันสามเดือนที่คุณหมกมุ่นอยู่แต่กับความเป๊ะจนหน้าแก่ก่อนวัยยังไงล่ะคะ!" รินรดาย้อนกลับทันควัน ดวงตาวาววับด้วยความถือดี "ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่เส้นตรงกับมุมฉากนะคะคุณสถาปนิก โลกข้างนอกน่ะมันมีสีสัน มีความผิดพลาดที่สวยงาม มีความเซอร์ไพรส์ที่คุณไม่มีวันคำนวณลงในบลูพริ้นต์ได้หรอก"
"แต่นี่มันห้องทำงานฉัน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเด็กติסטสติหลุด!"
"ถ้าไม่อยากให้เป็นสนามเด็กเล่น คุณก็ควรล็อคห้องให้ดีกว่านี้สิคะ แต่นี่อะไร... เปิดประตูต้อนรับฉันซะดิบดี แถมยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลา ฉันก็แค่หวังดีอยากรักษาอาการทางจิตอ่อนๆ ของคุณด้วยศิลปะบำบัดฟรีๆ ต่างหาก"
รอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดถูกส่งให้เขา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธีรดนย์รู้สึกเหมือนเส้นเลือดในขมับเต้นตุบๆ อยากจะจับตัวแม่นี่มาเขย่าแรงๆ สักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ แต่ติดตรงที่... สายตากลมโตที่สะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ในนั้น มันมีความท้าทายระคนประกายระยิบระยับบางอย่างที่ตรึงขาของเขาไว้กับพื้น
ชายหนุ่มกวาดสายตามองผลงาน 'อัปยศ' บนผนังอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาสำรวจร่างบางตรงหน้า เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งเปรอะสี ฝ้ายกางเกงยีนส์เซอร์ๆ และโดยเฉพาะรอยปื้นสีน้ำเงินบนแก้มซ้ายนั่น... แทนที่เขาจะโกรธจนควันออกหูเหมือนตอนแรก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมาในอก ความอบอุ่นกรุ่นๆ ที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดนับตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต
"คุณนี่มัน... เกินเยียวยาจริงๆ" ธีรดนย์ถอนหายใจยาวเหยียด น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะมองสำรวจรอยเปื้อนบนใบหน้าของเธอ "ยืนนิ่งๆซิ หน้าเลอะหมดแล้ว"
"ฮะ? อะไรนะ..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ประมวลผล นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจก็ยื่นออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนนุ่มเพื่อเกลี่ยรอยสีน้ำเงินออกให้อย่างเบามือ
สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับสร้างกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วสันหลังของคนทั้งคู่ รินรดานิ่งค้างไป ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของธีรดนย์อยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว กลิ่นกายสะอาดผสมความร้อนรุ่มของผู้ชายตรงหน้าทำให้สมองของศิลปินสาวที่เคยคิดคำพูดจิกกัดเก่งกาจกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ
ธีรดนย์เองก็ชะงักเช่นกัน ปลายนิ้วที่สัมผัสผิวแก้มนุ่มนิ่มนั้นไม่ได้ทำให้เขารังเกียจความสกปรกอย่างที่ควรจะเป็น กลับกัน... หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวเร็วจนน่ารำคาญ เขาก้มมองดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของเขาอย่างชัดเจนริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่ห้องทำงานรอบตัว เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังประสานกันในระยะประชิด
"ถ้าคุณยังเอานิ้วเปื้อนสีมาแตะหน้าฉันอีกที ฉันจะถือว่าคุณจีบนะคะ..." รินรดาแกล้งกระซิบเสียงพร่า พยายามดึงสติและเกราะป้องกันของตัวเองกลับมาด้วยการสวนกลับตามนิสัย
ธีรดนย์กระตุกยิ้มมุมปาก แววตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่อันตรายต่อหัวใจคนมอง เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอจนรินรดาต้องเผลอเม้มปากแน่น
"แล้วถ้าใช่... คุณจะทำไมล่ะ?" เสียงทุ้มต่ำพร่าลึกกระซิบชิดริมฝีปาก
แกร๊ก!
เสียงลูกบิดประตูห้องทำงานถูกบิดเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ
"เฮ้ย ธีร์! เรื่องแบบแปลนโครงการใหม่ที่ดินแถวสุขุมวิท ลูกค้าโทรมาเร่ง..."
เสียงของเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนบริษัทสถาปนิกหยุดชะงักกึกทันที เมื่อดวงตาปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มผู้รักความเนียบคุมกฎ กำลังยืนโน้มตัวชิดติดกับหญิงสาวผมยาวหน้าตาเปรอะเปื้อนสี ในระยะห่างที่เรียกว่าแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกัน ท่ามกลางผนังห้องทำงานที่ถูกละเลงสีสันสดใสราวกับงานศิลปะหลุดโลก
ธีรดนย์ผละตัวออกห่างจากรินรดาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นปกติในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดารีบหันหลังไปคว้าลูกกลิ้งทาสีขึ้นมาทำทีเป็นตั้งอกตั้งใจเกลี่ยสีบนผนังต่อ ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวรา,กจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" ด้วยนะคะ
พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด•ตอนที่ 5
สีสันที่ไม่ได้ร้องขอ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับเนี้ยบเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!