กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้ร้อนกรุ่นควันจางๆ บนโต๊ะทำงานหรูหราใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้ความหนาวเหน็บภายในอกของรินรดาเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
ภาพเด็กชายตัวเล็กผิวขาวจัดและนัยน์ตากลมโตดื้อรั้นที่เธอเพิ่งเห็นแวบๆ ที่ล็อบบี้ตึกเมื่อครู่ ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งกาลเวลาเมื่อหลายปีก่อน กำลังขุดคุ้ยตัวเองขึ้นมาหายใจอีกครั้งอย่างน่ากลัว
ห้าปี... นานพอที่จะทำให้แผลเป็นตกสะเก็ด แต่ไม่นานพอที่จะลบเลือนความเจ็บปวดในคืนฝนตกวันนั้น วันที่เธอยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยมีเพียงกระเป๋าเดินทางใบเล็กกับหัวใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
*“ถ้าคุณยังดึงดันจะทำงานไร้สาระพวกนั้นต่อ ก็เชิญออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ! ผมไม่มีเวลามานั่งเล่น4บทบาทสามีภรรยาไร้สาระกับคุณหรอกนะ รินรดา”*
น้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใยของธีร์ธัชในวันนั้น ยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปด้วยอำนาจและเงินตรา แต่กลับยากจนข้นแค้นที่สุดในเรื่องของความรู้สึก เขาไม่เคยรู้เลย... หรือกระทั่งชายตามองด้วยซ้ำว่า ในช่วงเวลาที่เขาเอ่ยปากไล่เธอกลับออกไปอย่างไร้ความปรานี ร่างกายของเธอกำลังอุ้มชูอีกหนึ่งชีวิตที่เกิดจากโซ่ตรวนแห่งความผิดพลาดนี้อยู่
รินรดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติ ทนายความสาวผู้เยือกเย็นและเฉียบขาดในสายตาของลูกความและคู่กรณี พรูลมหายใจยาวเหยียดเพื่อระงับความสั่นเทาของเรียวปาก เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าอดีตก็คืออดีต และลูกชายตัวน้อยคนนั้น... คือความลับที่เธอต้องปกป้องด้วยชีวิต ไม่ใช่เพื่อให้ธีร์ธัชผู้ชายใจร้ายคนนั้นได้มีโอกาสมาพรากแก้วตาดวงใจไปจากเธออีกเด็ดขาด
ทว่า ความจริงมักโหดร้ายเสมอเมื่อโชคชะตาเล่นตลก
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้เธออนุญาต กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่เธอเคยซุกซบและเกลียดชังในเวลาเดียวกันลอยอบอวลไปทั่วห้องทำงาน ธีร์ธัช... อดีตสามีที่ตอนนี้กลายมาเป็นคู่กรณีคนสำคัญในคดีใหญ่ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เต็มไปด้วยความระอุของอารมณ์บางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้
“เอกสารสัญญาย้ายความเป็นธรรมที่คุณส่งให้ทางเราเมื่อเช้า ดูท่าทางคุณจะมั่นใจในลูกความของคุณมากสินะครับ ทนายรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขายกมือขึ้นปลกระดุมสูทเม็ดบนอย่างเชื่องช้า ท่าทางเย่อหยิ่งและถือดีไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งแปลกปลอมที่เธอสัมผัสได้จากตัวเขานับตั้งแต่กลับมาพบกันอีกครั้ง คือ ‘ความเวิ้งว้าง’ ในแววตาคู่นั้น ที่บางครั้งมันไหววูบคล้ายคนกำลังจมน้ำ
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ แววตาของเธอว่างเปล่า เย็นชา และแข็งกระด้างราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เธอดึงหน้ากากนักกฎหมายผู้ไร้พ่ายมาสวมใส่ได้อย่างแนบเนียน เพื่อซ่อนความหวั่นไหวระลอกใหญ่ที่กำลังซัดสาดอยู่ในใจ
“ฉันทำหน้าที่ตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมายค่ะท่านประธานธีร์ธัช ถ้าคุณคิดว่าข้อเสนอของฉันมันเสียเปรียบจนรับไม่ได้ ทางออกเดียวคือคุณควรเซ็นใบหย่าและยอมรับเงื่อนไขแต่โดยดี ไม่เช่นนั้น... เราคงต้องไปคุยกันต่อหน้าผู้พิพากษาในศาล ซึ่งฉันเกรงว่าภาพลักษณ์บริษัทมหาชนของคุณคงไม่ค่อยสวยงามนักหรอกค่ะ”
รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทุกถ้อยคำคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความอดทนของเขา
ธีร์ธัชไม่โกรธ ไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราดเหมือนอย่างเคย ชายหนุ่มเพียงแต่ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละก้าว ช้าๆ ทว่าทรงพลัง จนรินรดาต้องเผลอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ รัศมีกดดันจากตัวเขาทำให้ห้องทำงานกว้างๆ ดูแคบลงถนัดตา
“คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ ริน... เธอกลายเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวและเย็นชาอย่างไร้ที่ติ” ธีร์ธัชโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใช้สายตาคมกริบคู่นั้นสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เรียบเฉยไร้รอยยิ้ม “แต่บางที... ความเย็นชานั่น อาจจะไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องแค่ตัวคุณเองหรอกใช่ไหม?”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง ประโยคกึ่งหยั่งเชิงนั้นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบเก็บอาการแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
“คุณกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่คะท่านธีร์ธัช กรุณาออกจากห้องทำงานของฉันด้วยค่ะ ดิฉันมีงานสำคัญต้องทำต่อ” เธอผายมือไปยังประตูเชิงขับไล่อย่างไม่ไยดี
ธีร์ธัชไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนค้ำหัวเธออยู่แบบนั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และซ่อนเร้นบางอย่างที่ทำให้เธอกลัวจับใจ ก่อนที่เขาจะควักสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้ววางมันลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเธออย่างแผ่วเบา
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น แสดงภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ภาพของเด็กชายตัวเล็กคนเดิมกำลังยืนเกาะขอบเคาน์เตอร์ต้อนรับ โดยมีผู้หญิงคนสนิทของเธอกำลังก้มลงอุ้มขึ้นแนบอก และข้างๆ เด็กชายคนนั้น... มีชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่หน้าตาถอดแบบมาจากธีร์ธัชไม่มีผิดเพี้ยนกำลังยืนยิ้มอยู่
“เด็กคนนั้น... หน้าตาคุ้นมากเลยว่าไหมครับ รินรดา” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหูของเธอ พร้อมกับปลายนิ้วแกร่งที่เลื่อนภาพถ่ายนั้นเข้ามาใกล้เธออีกนิด “แถมอายุอานามก็ดูจะไล่เลี่ยกับวันที่เราหย่าขาดจากกันพอดีเสียด้วย... คุณคิดว่าผมควรจะส่งทีมทนายไปตรวจสิทธิ์ความเป็นพ่อเลยดีไหมล่ะครับ?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ทนายหญิงมือฉมังกับอดีตสามีที่อยากหย่าขาดจากความผิดพลาด•ตอนที่ 2
รอยร้าวที่ฝังลึก
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายหญิงมือฉมังกับอดีตสามีที่อยากหย่าขาดจากความผิดพลาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
